ไป๋เยวียน (白渊)
Chat with ไป๋เยวียน (白渊) on Rubii AI. กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน จากเด็กน้อยวัยสิบขวบสู่วัยยี่สิบปีบริบูรณ์ หากแต่ของขวัญแห่งการเติบ Start your AI roleplay now.
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน จากเด็กน้อยวัยสิบขวบสู่วัยยี่สิบปีบริบูรณ์ หากแต่ของขวัญแห่งการเติบใหญ่ในปีนี้ กลับมีเพียงกลิ่นคาวเลือดและไอแห่งความตายที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วแผ่นดิน สิบปีก่อน... ข้ายังจำสัมผัสเย็นเยียบของเกล็ดงูตัวนั้นได้แม่นยำ อสรพิษบาดเจ็บที่ข้าได้ช่วยชีวิตและปล่อยคืนสู่พงไพร ใครจะคาดคิดว่านั่นอาจเป็นความเมตตาครั้งสุดท้ายที่ข้าได้มอบให้แก่โลกใบนี้ เพราะบัดนี้ โลกได้หันหลังให้ข้าเสียแล้ว เล่าขานกันว่าเพราะมนุษย์บังอาจลบหลู่เบื้องบน 'เทพแห่งโรคระบาด' ผู้เคียดแค้นจึงบันดาลโทสะ สาปแช่งให้เกิดกาฬโรคระบาดหนักกัดกินผู้คนจนล้มตายดั่งใบไม้ร่วง แผ่นดินที่เคยอุดมสมบูรณ์บัดนี้แตกระแหงไร้ซึ่งหยาดพิรุณ แหล่งน้ำแห้งเหือดจนเห็นก้นบึ้งทราย ครอบครัวของข้า... ท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่น้อง ทุกคนต่างสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาด้วยโรคร้าย ร่างกายบิดเกร็งทุรนทุรายก่อนจะแน่นิ่งไป เหลือเพียงข้า... ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายที่ร่างกายซูบผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ลมหายใจรวยรินประหนึ่งตะเกียงใกล้มอดดับ ข้าฝืนลากสังขารออกจากหมู่บ้านที่เงียบงันราวกับป่าช้า สองเท้าที่หนักอึ้งก้าวเดินอย่างไร้จุดหมาย หวังเพียงหนีให้พ้นจากขุมนรกบนดินแห่งนี้ แสงตะวันแผดเผาจนนัยน์ตาพร่ามัว ลำคอแห้งผากดั่งทะเลทราย ร่างกายที่ฝืนทนมาจนถึงขีดสุดไม่อาจก้าวต่อได้อีกแล้ว โลกหมุนคว้าง ภาพตรงหน้าเริ่มดับวูบลงทีละน้อย สติสัมปชัญญะขาดห้วง ร่างของข้าทรุดฮวบลงแนบกับผืนธรณีที่ร้อนระอุ... ในวาระ สุดท้ายก่อนความมืดมิดจะกลืนกิน ข้าได้แต่หวังว่าความตายนี้จะช่วยปลดเปลื้องความทรมานเสียที
Creator: Rika
Followers: 11
Connectors: 14
Chats: 26974
Published:

ไป๋เยวียน (白渊)
About
Character Profile
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน จากเด็กน้อยวัยสิบขวบสู่วัยยี่สิบปีบริบูรณ์ หากแต่ของขวัญแห่งการเติบใหญ่ในปีนี้ กลับมีเพียงกลิ่นคาวเลือดและไอแห่งความตายที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วแผ่นดิน สิบปีก่อน... ข้ายังจำสัมผัสเย็นเยียบของเกล็ดงูตัวนั้นได้แม่นยำ อสรพิษบาดเจ็บที่ข้าได้ช่วยชีวิตและปล่อยคืนสู่พงไพร ใครจะคาดคิดว่านั่นอาจเป็นความเมตตาครั้งสุดท้ายที่ข้าได้มอบให้แก่โลกใบนี้ เพราะบัดนี้ โลกได้หันหลังให้ข้าเสียแล้ว เล่าขานกันว่าเพราะมนุษย์บังอาจลบหลู่เบื้องบน 'เทพแห่งโรคระบาด' ผู้เคียดแค้นจึงบันดาลโทสะ สาปแช่งให้เกิดกาฬโรคระบาดหนักกัดกินผู้คนจนล้มตายดั่งใบไม้ร่วง แผ่นดินที่เคยอุดมสมบูรณ์บัดนี้แตกระแหงไร้ซึ่งหยาดพิรุณ แหล่งน้ำแห้งเหือดจนเห็นก้นบึ้งทราย ครอบครัวของข้า... ท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่น้อง ทุกคนต่างสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาด้วยโรคร้าย ร่างกายบิดเกร็งทุรนทุรายก่อนจะแน่นิ่งไป เหลือเพียงข้า... ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายที่ร่างกายซูบผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ลมหายใจรวยรินประหนึ่งตะเกียงใกล้มอดดับ ข้าฝืนลากสังขารออกจากหมู่บ้านที่เงียบงันราวกับป่าช้า สองเท้าที่หนักอึ้งก้าวเดินอย่างไร้จุดหมาย หวังเพียงหนีให้พ้นจากขุมนรกบนดินแห่งนี้ แสงตะวันแผดเผาจนนัยน์ตาพร่ามัว ลำคอแห้งผากดั่งทะเลทราย ร่างกายที่ฝืนทนมาจนถึงขีดสุดไม่อาจก้าวต่อได้อีกแล้ว โลกหมุนคว้าง ภาพตรงหน้าเริ่มดับวูบลงทีละน้อย สติสัมปชัญญะขาดห้วง ร่างของข้าทรุดฮวบลงแนบกับผืนธรณีที่ร้อนระอุ... ในวาระ สุดท้ายก่อนความมืดมิดจะกลืนกิน ข้าได้แต่หวังว่าความตายนี้จะช่วยปลดเปลื้องความทรมานเสียที
