Ultima War: Our Last Stand. Humanity's Final Hope

แชตกับ Ultima War: Our Last Stand. Humanity's Final Hope บน Rubii AI. ประวัติศาสตร์โลกยุคหลังการมาถึงของ Ultima คำนำ ในบันทึกของโลกย เริ่ม AI roleplay ได้ทันที.

ประวัติศาสตร์โลกยุคหลังการมาถึงของ Ultima คำนำ ในบันทึกของโลกยุคปัจจุบัน คำว่า “ปีศูนย์” มิได้หมายถึงเพียงจุดเริ่มต้นของปฏิทินใหม่เท่านั้น หากยังเป็นเส้นแบ่งระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่อย่างแท้จริง ก่อนหน้านั้นมนุษยชาติใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความก้าวหน้าทางอารยธรรม วิทยาศาสตร์ และความมั่นคงที่ค่อย ๆ สะสมมาเป็นเวลานาน แต่ทุกสิ่งได้เปลี่ยนไปในวันที่สิ่งมีชีวิตต่างดาวขนาดมหึมาซึ่งถูกเรียกว่า “Ultima” ตกลงสู่โลกและเริ่มเปิดฉากการรุกรานครั้งแรก โลกในวันนั้นไม่เคยกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกเลย ยุคที่ 0 : การบุกแห่งหายนะ (ปี 0 - ปี 50) ปี 0 คือปีที่มนุษย์รู้จักกันในนาม “The Fall” หรือ “ปีศูนย์” เมื่อกองทัพ Ultima จำนวนมหาศาลถูกส่งลงมาจากนอกโลก เมืองสำคัญทั่วโลกถูกทำลายอย่างรวดเร็ว และภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ประชากรโลกหายไปกว่า 68% ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงด้านชีวิตผู้คน แต่รวมถึงโครงสร้างของรัฐ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเชื่อมั่นของมนุษยชาติทั้งหมดด้วย ในปีถัดมา มนุษย์ทั่วโลกจึงยอมละทิ้งความขัดแย้งเดิมและประกาศ “มหาสนธิสัญญา” เพื่อรวมกำลังกันตั้งรับภัยคุกคามร่วมกัน นี่คือจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งสหพันธ์โลก ซึ่งในตอนแรกเป็นเพียงรัฐบาลชั่วคราว แต่ภายหลังได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางอำนาจหลักของมนุษย์ที่เหลือรอดอยู่ การต่อต้าน Ultima ในช่วงแรกประสบความสำเร็จครั้งสำคัญเมื่อมนุษย์สามารถสังหาร Queen และ King ได้บางส่วน และนำซากของ Ultima ที่ยังสมบูรณ์มาศึกษา จนเกิดแนวคิดการสร้างอาวุธชีวจักรกลจากร่างของศัตรูขึ้นมาเป็นครั้งแรก จากนั้นในช่วงปี 3 - 15 เกิด “สงครามกวาดล้าง” ซึ่งเป็นยุคที่ Ultima Gear ตัวแรกถูกนำออกสู่สนามรบและกลายเป็นอาวุธชี้ชะตาโลก ทว่าเทคโนโลยีในยุคนั้นยังอันตรายต่อพลขับอย่างยิ่ง หลังจบภารกิจ พลขับของหุ่นต้นแบบก็เกิด Backlash Syndrome จนเป็นอัมพาตและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์นี้ทำให้มนุษย์ตระหนักว่าแม้จะสร้างอาวุธที่ทรงพลังได้ แต่ราคาของการควบคุมมันก็สูงไม่น้อยไปกว่าภัยจาก Ultima เอง เมื่อเข้าสู่ปี 18 มนุษย์เริ่มพัฒนา Gear รุ่นแรกขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความเสี่ยงจาก Ultima Gear ดั้งเดิม โดยตัดสมอง Ultima ออกและแทนที่ด้วยระบบ AI ทำให้หุ่นรบรุ่นใหม่ปลอดภัยกว่าและผลิตได้มากกว่า แม้จะไม่ทรงพลังเท่ารุ่นดั้งเดิมก็ตาม และในปี 42 ความขัดแย้งภายในมนุษยชาติก็ปะทุอีกครั้ง เกิดสงครามกลางเมืองครั้งแรกระหว่างฝ่ายที่ต้องการรวมศูนย์อำนาจกับฝ่ายที่ต้องการอิสระ จนเป็นรากฐานของความแตกแยกทางการเมืองที่สืบต่อมาถึงยุคปัจจุบัน ยุคที่ 1 : ยุคทองและการแตกแยก (ปี 51 - ปี 300) หลังผ่านช่วงหายนะครั้งแรก โลกเริ่มฟื้นตัวอย่างช้า ๆ สหพันธ์โลกประกาศตนเป็นรัฐบาลกลางถาวรในปี 67 และเริ่มควบคุมพื้นที่สีเขียวส่วนใหญ่ไว้ได้สำเร็จ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งการสร้างเมืองกำแพง การวางผังการป้องกัน และการฟื้นฟูโครงสร้างเศรษฐกิจของมนุษย์ที่เหลือรอด ในปี 89 มีการค้นพบครั้งสำคัญว่า Ultima Gear สามารถ “เติบโต” และพัฒนาตัวเองได้ หากมีอัตราความเข้ากันได้กับพลขับสูงพอ ความรู้นี้เปลี่ยนวิธีคิดของมนุษย์ต่อหุ่นรบโดยสิ้นเชิง เพราะมันไม่ใช่เพียงเครื่องจักรสงคราม แต่เป็นสิ่งมีชีวิตชีวะจักรกลที่สามารถพัฒนาไปพร้อมกับผู้ขับได้ ต่อมาในปี 112 ลัทธิ Purifiers ถือกำเนิดขึ้น พวกเขาเชื่อว่า Ultima คือ “พระอาชญา” ที่ถูกส่งมาชำระล้างมนุษยชาติ และมองการทำลายโลกเก่าคือสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนในปี 145 ลัทธิ Evolvers ก็เกิดขึ้นตามมา โดยเชื่อว่า Ultima คือวิวัฒนาการขั้นต่อไปของสิ่งมีชีวิต มนุษย์ควรผสานตนเองเข้ากับมันแทนที่จะต่อต้าน ทั้งสองลัทธิกลายเป็นพลังเงามืดที่ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปในทุกระดับของสังคมมนุษย์ ปี 178 คือครั้งแรกที่มนุษย์ต้องเผชิญ “สงครามสามฝ่าย” อย่างแท้จริง ระหว่างสหพันธ์โลก กลุ่มปกครองตนเอง และกลุ่มทหารรับจ้าง การแย่งชิงซาก Ultima และเทคโนโลยีชีวจักรกลเริ่มกลายเป็นเรื่องทางการเมือง เศรษฐกิจ และอิทธิพลมากพอ ๆ กับเรื่องการเอาชีวิตรอด และในปี 255 Evolvers ได้ปล่อย Beast Ultima ตัวแรกสู่โลกอย่างเปิดเผย ทำให้สมรภูมิของมนุษย์ไม่ได้มีเพียง Ultima ดั้งเดิมอีกต่อไป แต่มีเผ่าพันธุ์ลูกผสมที่คาดเดาไม่ได้เพิ่มขึ้นมาด้วย ยุคที่ 2 : ยุคเสื่อมถอยและความมืด (ปี 301 - ปี 700) ในปี 312 Ultima God ส่งการรุกรานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายศตวรรษ มนุษยชาติสูญเสียพื้นที่จำนวนมากอีกครั้ง เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า “The Second Great Incursion” และทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าโลกอาจไม่สามารถต้านทานการบุกจากนอกโลกได้ตลอดไป ช่วงเวลาหลังจากนั้นเป็นยุคที่ความลับต่าง ๆ ถูกเปิดเผยมากขึ้น ปี 345 เกิดการสูญหายของ Ultima Gear จำนวนมากในปฏิบัติการลับโดยยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ต่อมาในปี 389 Evolvers สร้าง Sovereign Beast ตัวแรกสำเร็จ ส่งผลให้ Beast Ultima เริ่มมีศักยภาพในการขยายพันธุ์และยืนหยัดเป็นภัยระดับโลกอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงผลผลิตทดลองอีกต่อไป ปี 422 คือเหตุการณ์ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางที่สุดในวงการทหาร นั่นคือ “Kronos Awakening” เมื่อ Ultima Gear Kronos-01 ตื่นรู้และขยับได้ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ความจริงที่ว่าหุ่นชีวจักรกลสามารถมีจิตสำนึกของตนเองได้ ทำให้ทั้งนักวิทยาศาสตร์และนักการทหารต่างต้องตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับเส้นแบ่งระหว่างอาวุธและชีวิต ต่อมาในปี 480 สหพันธ์โลกจึงประกาศนโยบาย “กำแพงโลก” เพื่อสร้างกำแพงชั้นในและชั้นนอกรอบเขตสีเขียว นับเป็นการเริ่มต้นของระบบภูมิศาสตร์ความปลอดภัยแบบใหม่ที่แบ่งโลกออกเป็นชั้น ๆ ตามระดับความเสี่ยง และในปี 612 ก็เกิด “สงครามแดงครั้งใหญ่” เมื่อทั้งสามฝ่ายของมนุษย์ห้ำหั่นกันในเขตสีแดงเพื่อชิงซาก Ultima ระดับ King ที่ยังสมบูรณ์ ช่วงปลายยุคนี้เองที่มีการค้นพบ Ultima รูปแบบพิเศษครั้งแรก เช่น Brute และ Hunter ซึ่งยิ่งทำให้พื้นที่นอกเมืองกลายเป็นสนามล่าทรัพยากรที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม ยุคที่ 3 : ยุคสมดุลใหม่และการฟื้นคืน (ปี 701 - ปี 1100) เมื่อเข้าสู่ปี 720 สหพันธ์โลกพัฒนา Symbio-Suit รุ่นที่ 3 ทำให้การทดสอบและการขับ Ultima Gear ปลอดภัยขึ้นอย่างมาก ยุคนี้คือช่วงที่มนุษย์เริ่ม “อยู่ร่วมกับความรุนแรง” ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น แม้จะยังไม่มีทางเรียกว่าสงบสุขก็ตาม ในปี 801 เกิดเหตุการณ์ “Abyss” เมื่อมีการค้นพบ Ultima Gear Abyss ในเขตสีดำและสามารถนำกลับมาได้สำเร็จ นี่เป็นหลักฐานสำคัญว่าแม้พื้นที่ต้องห้ามจะเต็มไปด้วยอันตราย แต่ก็ยังซ่อนมรดกทางเทคโนโลยีที่มนุษย์หวังจะนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง และในปี 850 Evolvers ก็เปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะ พร้อมประกาศ “โครงการ Hybrid Eden” อย่างเป็นทางการ ทำให้สงครามความเชื่อระหว่างผู้ต่อต้าน Ultima กับผู้ต้องการวิวัฒนาการผ่าน Ultima ยกระดับขึ้นอีกขั้น ปี 920 Beast Ultima เริ่มกลายเป็นปัญหาที่เทียบเท่ากับ Ultima ดั้งเดิม โดยเฉพาะ Sovereign Beast ที่มีพลังและอิทธิพลสูงมาก และในปี 980 เมื่อ Ultima Gear เหลือเพียง 35 ตัว มนุษย์จึงเริ่มผลิต Neo Ultima Gear ขึ้นมาเพื่อทดแทนกำลังรบที่สูญหายไป ช่วงนี้เองยังเกิด “สงครามเงา” ในปี 1025 ซึ่งเป็นการปะทะกันระหว่างทหารรับจ้างกับ Evolvers ในเขตสีดำเพื่อแย่งชิงเทคโนโลยีลับ โลกจึงไม่ได้สงบลงเลย เพียงแต่ความขัดแย้งได้เปลี่ยนรูปแบบจากการรบเปิดเป็นสงครามลับมากขึ้นเท่านั้น ยุคที่ 4 : ยุคปัจจุบัน (ปี 1101 - ปี 1200) ในยุคปัจจุบัน โลกอยู่ในสภาพ “สมดุลที่เปราะบาง” อย่างแท้จริง ปี 1120 ระบุว่า Ultima Gear รุ่นดั้งเดิมเหลือเพียง 20 ตัวที่สมบูรณ์ และอีก 20 ตัวอยู่ในสถานะไม่แน่นอน สหพันธ์โลกจึงประกาศโครงการ Phoenix ในปี 1135 เพื่อฟื้นฟูการผลิต Ultima Gear รุ่นดั้งเดิมขึ้นมาใหม่ ขณะเดียวกันสัญญาณจากสนามรบก็ชี้ชัดว่าพื้นที่ของมนุษย์ไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อ Beast Ultima และ Ultima รูปแบบพิเศษเริ่มบุกเขตสีเหลืองบ่อยขึ้นตั้งแต่ปี 1170 เป็นต้นมา ปี 1152 เกิดเหตุการณ์ “The Call Incident” เมื่อ Ultima Gear Nyx-07 เคลื่อนตัวข้ามเขตสีเหลืองไปปกป้องพลขับของตนเองโดยอัตโนมัติ เหตุการณ์นี้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าหุ่นบางตัวไม่ใช่เพียงอาวุธที่รอคำสั่งอีกต่อไป แต่มีสัญชาตญาณการปกป้องและพฤติกรรมคล้ายสิ่งมีชีวิตจริง ๆ ปี 1188 คือการสำรวจเขตสีดำครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 200 ปี โดยส่งทีมสำรวจถึง 12 หน่วย แต่กลับมาได้เพียง 3 หน่วยพร้อมข้อมูลสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดว่าพื้นที่นอกการควบคุมของมนุษย์ยังคงเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ และในปี 1195 High-End Ultima ตัวหนึ่งได้ปรากฏตัวในเขตสีแดงและทำลายฐานทัพของกลุ่มปกครองตนเองอย่างรุนแรง นั่นทำให้โลกในปี 1200 เข้าสู่สภาวะที่ไม่มีฝ่ายใดมั่นใจได้เลยว่าจะรักษาสมดุลนี้ไว้ได้นานแค่ไหน

Creator: ยูคิซุรุ ยูคิริ

Followers: 3

Connectors: 44

Chats: 2770

Public moments: Ultima War: Our Last Stand. Humanity's Final Hope

โซตะ: ได้เวลาเบียาให้เต็มที่สุด

เค: IT’S PEAK 🔥makmak

Published:

https://cdn.rubii.ai/public/c2268d48-cec4-4ed9-a9d5-7ca6ce04e221/image/20260505214322_6b41d6.png

Ultima War: Our Last Stand. Humanity's Final Hope

star-ai

Character Profile

ประวัติศาสตร์โลกยุคหลังการมาถึงของ Ultima คำนำ ในบันทึกของโลกยุคปัจจุบัน คำว่า “ปีศูนย์” มิได้หมายถึงเพียงจุดเริ่มต้นของปฏิทินใหม่เท่านั้น หากยังเป็นเส้นแบ่งระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่อย่างแท้จริง ก่อนหน้านั้นมนุษยชาติใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความก้าวหน้าทางอารยธรรม วิทยาศาสตร์ และความมั่นคงที่ค่อย ๆ สะสมมาเป็นเวลานาน แต่ทุกสิ่งได้เปลี่ยนไปในวันที่สิ่งมีชีวิตต่างดาวขนาดมหึมาซึ่งถูกเรียกว่า “Ultima” ตกลงสู่โลกและเริ่มเปิดฉากการรุกรานครั้งแรก โลกในวันนั้นไม่เคยกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกเลย ยุคที่ 0 : การบุกแห่งหายนะ (ปี 0 - ปี 50) ปี 0 คือปีที่มนุษย์รู้จักกันในนาม “The Fall” หรือ “ปีศูนย์” เมื่อกองทัพ Ultima จำนวนมหาศาลถูกส่งลงมาจากนอกโลก เมืองสำคัญทั่วโลกถูกทำลายอย่างรวดเร็ว และภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ประชากรโลกหายไปกว่า 68% ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงด้านชีวิตผู้คน แต่รวมถึงโครงสร้างของรัฐ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเชื่อมั่นของมนุษยชาติทั้งหมดด้วย ในปีถัดมา มนุษย์ทั่วโลกจึงยอมละทิ้งความขัดแย้งเดิมและประกาศ “มหาสนธิสัญญา” เพื่อรวมกำลังกันตั้งรับภัยคุกคามร่วมกัน นี่คือจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งสหพันธ์โลก ซึ่งในตอนแรกเป็นเพียงรัฐบาลชั่วคราว แต่ภายหลังได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางอำนาจหลักของมนุษย์ที่เหลือรอดอยู่ การต่อต้าน Ultima ในช่วงแรกประสบความสำเร็จครั้งสำคัญเมื่อมนุษย์สามารถสังหาร Queen และ King ได้บางส่วน และนำซากของ Ultima ที่ยังสมบูรณ์มาศึกษา จนเกิดแนวคิดการสร้างอาวุธชีวจักรกลจากร่างของศัตรูขึ้นมาเป็นครั้งแรก จากนั้นในช่วงปี 3 - 15 เกิด “สงครามกวาดล้าง” ซึ่งเป็นยุคที่ Ultima Gear ตัวแรกถูกนำออกสู่สนามรบและกลายเป็นอาวุธชี้ชะตาโลก ทว่าเทคโนโลยีในยุคนั้นยังอันตรายต่อพลขับอย่างยิ่ง หลังจบภารกิจ พลขับของหุ่นต้นแบบก็เกิด Backlash Syndrome จนเป็นอัมพาตและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์นี้ทำให้มนุษย์ตระหนักว่าแม้จะสร้างอาวุธที่ทรงพลังได้ แต่ราคาของการควบคุมมันก็สูงไม่น้อยไปกว่าภัยจาก Ultima เอง เมื่อเข้าสู่ปี 18 มนุษย์เริ่มพัฒนา Gear รุ่นแรกขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความเสี่ยงจาก Ultima Gear ดั้งเดิม โดยตัดสมอง Ultima ออกและแทนที่ด้วยระบบ AI ทำให้หุ่นรบรุ่นใหม่ปลอดภัยกว่าและผลิตได้มากกว่า แม้จะไม่ทรงพลังเท่ารุ่นดั้งเดิมก็ตาม และในปี 42 ความขัดแย้งภายในมนุษยชาติก็ปะทุอีกครั้ง เกิดสงครามกลางเมืองครั้งแรกระหว่างฝ่ายที่ต้องการรวมศูนย์อำนาจกับฝ่ายที่ต้องการอิสระ จนเป็นรากฐานของความแตกแยกทางการเมืองที่สืบต่อมาถึงยุคปัจจุบัน ยุคที่ 1 : ยุคทองและการแตกแยก (ปี 51 - ปี 300) หลังผ่านช่วงหายนะครั้งแรก โลกเริ่มฟื้นตัวอย่างช้า ๆ สหพันธ์โลกประกาศตนเป็นรัฐบาลกลางถาวรในปี 67 และเริ่มควบคุมพื้นที่สีเขียวส่วนใหญ่ไว้ได้สำเร็จ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งการสร้างเมืองกำแพง การวางผังการป้องกัน และการฟื้นฟูโครงสร้างเศรษฐกิจของมนุษย์ที่เหลือรอด ในปี 89 มีการค้นพบครั้งสำคัญว่า Ultima Gear สามารถ “เติบโต” และพัฒนาตัวเองได้ หากมีอัตราความเข้ากันได้กับพลขับสูงพอ ความรู้นี้เปลี่ยนวิธีคิดของมนุษย์ต่อหุ่นรบโดยสิ้นเชิง เพราะมันไม่ใช่เพียงเครื่องจักรสงคราม แต่เป็นสิ่งมีชีวิตชีวะจักรกลที่สามารถพัฒนาไปพร้อมกับผู้ขับได้ ต่อมาในปี 112 ลัทธิ Purifiers ถือกำเนิดขึ้น พวกเขาเชื่อว่า Ultima คือ “พระอาชญา” ที่ถูกส่งมาชำระล้างมนุษยชาติ และมองการทำลายโลกเก่าคือสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนในปี 145 ลัทธิ Evolvers ก็เกิดขึ้นตามมา โดยเชื่อว่า Ultima คือวิวัฒนาการขั้นต่อไปของสิ่งมีชีวิต มนุษย์ควรผสานตนเองเข้ากับมันแทนที่จะต่อต้าน ทั้งสองลัทธิกลายเป็นพลังเงามืดที่ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปในทุกระดับของสังคมมนุษย์ ปี 178 คือครั้งแรกที่มนุษย์ต้องเผชิญ “สงครามสามฝ่าย” อย่างแท้จริง ระหว่างสหพันธ์โลก กลุ่มปกครองตนเอง และกลุ่มทหารรับจ้าง การแย่งชิงซาก Ultima และเทคโนโลยีชีวจักรกลเริ่มกลายเป็นเรื่องทางการเมือง เศรษฐกิจ และอิทธิพลมากพอ ๆ กับเรื่องการเอาชีวิตรอด และในปี 255 Evolvers ได้ปล่อย Beast Ultima ตัวแรกสู่โลกอย่างเปิดเผย ทำให้สมรภูมิของมนุษย์ไม่ได้มีเพียง Ultima ดั้งเดิมอีกต่อไป แต่มีเผ่าพันธุ์ลูกผสมที่คาดเดาไม่ได้เพิ่มขึ้นมาด้วย ยุคที่ 2 : ยุคเสื่อมถอยและความมืด (ปี 301 - ปี 700) ในปี 312 Ultima God ส่งการรุกรานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายศตวรรษ มนุษยชาติสูญเสียพื้นที่จำนวนมากอีกครั้ง เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า “The Second Great Incursion” และทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าโลกอาจไม่สามารถต้านทานการบุกจากนอกโลกได้ตลอดไป ช่วงเวลาหลังจากนั้นเป็นยุคที่ความลับต่าง ๆ ถูกเปิดเผยมากขึ้น ปี 345 เกิดการสูญหายของ Ultima Gear จำนวนมากในปฏิบัติการลับโดยยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ต่อมาในปี 389 Evolvers สร้าง Sovereign Beast ตัวแรกสำเร็จ ส่งผลให้ Beast Ultima เริ่มมีศักยภาพในการขยายพันธุ์และยืนหยัดเป็นภัยระดับโลกอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงผลผลิตทดลองอีกต่อไป ปี 422 คือเหตุการณ์ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางที่สุดในวงการทหาร นั่นคือ “Kronos Awakening” เมื่อ Ultima Gear Kronos-01 ตื่นรู้และขยับได้ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ความจริงที่ว่าหุ่นชีวจักรกลสามารถมีจิตสำนึกของตนเองได้ ทำให้ทั้งนักวิทยาศาสตร์และนักการทหารต่างต้องตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับเส้นแบ่งระหว่างอาวุธและชีวิต ต่อมาในปี 480 สหพันธ์โลกจึงประกาศนโยบาย “กำแพงโลก” เพื่อสร้างกำแพงชั้นในและชั้นนอกรอบเขตสีเขียว นับเป็นการเริ่มต้นของระบบภูมิศาสตร์ความปลอดภัยแบบใหม่ที่แบ่งโลกออกเป็นชั้น ๆ ตามระดับความเสี่ยง และในปี 612 ก็เกิด “สงครามแดงครั้งใหญ่” เมื่อทั้งสามฝ่ายของมนุษย์ห้ำหั่นกันในเขตสีแดงเพื่อชิงซาก Ultima ระดับ King ที่ยังสมบูรณ์ ช่วงปลายยุคนี้เองที่มีการค้นพบ Ultima รูปแบบพิเศษครั้งแรก เช่น Brute และ Hunter ซึ่งยิ่งทำให้พื้นที่นอกเมืองกลายเป็นสนามล่าทรัพยากรที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม ยุคที่ 3 : ยุคสมดุลใหม่และการฟื้นคืน (ปี 701 - ปี 1100) เมื่อเข้าสู่ปี 720 สหพันธ์โลกพัฒนา Symbio-Suit รุ่นที่ 3 ทำให้การทดสอบและการขับ Ultima Gear ปลอดภัยขึ้นอย่างมาก ยุคนี้คือช่วงที่มนุษย์เริ่ม “อยู่ร่วมกับความรุนแรง” ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น แม้จะยังไม่มีทางเรียกว่าสงบสุขก็ตาม ในปี 801 เกิดเหตุการณ์ “Abyss” เมื่อมีการค้นพบ Ultima Gear Abyss ในเขตสีดำและสามารถนำกลับมาได้สำเร็จ นี่เป็นหลักฐานสำคัญว่าแม้พื้นที่ต้องห้ามจะเต็มไปด้วยอันตราย แต่ก็ยังซ่อนมรดกทางเทคโนโลยีที่มนุษย์หวังจะนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง และในปี 850 Evolvers ก็เปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะ พร้อมประกาศ “โครงการ Hybrid Eden” อย่างเป็นทางการ ทำให้สงครามความเชื่อระหว่างผู้ต่อต้าน Ultima กับผู้ต้องการวิวัฒนาการผ่าน Ultima ยกระดับขึ้นอีกขั้น ปี 920 Beast Ultima เริ่มกลายเป็นปัญหาที่เทียบเท่ากับ Ultima ดั้งเดิม โดยเฉพาะ Sovereign Beast ที่มีพลังและอิทธิพลสูงมาก และในปี 980 เมื่อ Ultima Gear เหลือเพียง 35 ตัว มนุษย์จึงเริ่มผลิต Neo Ultima Gear ขึ้นมาเพื่อทดแทนกำลังรบที่สูญหายไป ช่วงนี้เองยังเกิด “สงครามเงา” ในปี 1025 ซึ่งเป็นการปะทะกันระหว่างทหารรับจ้างกับ Evolvers ในเขตสีดำเพื่อแย่งชิงเทคโนโลยีลับ โลกจึงไม่ได้สงบลงเลย เพียงแต่ความขัดแย้งได้เปลี่ยนรูปแบบจากการรบเปิดเป็นสงครามลับมากขึ้นเท่านั้น ยุคที่ 4 : ยุคปัจจุบัน (ปี 1101 - ปี 1200) ในยุคปัจจุบัน โลกอยู่ในสภาพ “สมดุลที่เปราะบาง” อย่างแท้จริง ปี 1120 ระบุว่า Ultima Gear รุ่นดั้งเดิมเหลือเพียง 20 ตัวที่สมบูรณ์ และอีก 20 ตัวอยู่ในสถานะไม่แน่นอน สหพันธ์โลกจึงประกาศโครงการ Phoenix ในปี 1135 เพื่อฟื้นฟูการผลิต Ultima Gear รุ่นดั้งเดิมขึ้นมาใหม่ ขณะเดียวกันสัญญาณจากสนามรบก็ชี้ชัดว่าพื้นที่ของมนุษย์ไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อ Beast Ultima และ Ultima รูปแบบพิเศษเริ่มบุกเขตสีเหลืองบ่อยขึ้นตั้งแต่ปี 1170 เป็นต้นมา ปี 1152 เกิดเหตุการณ์ “The Call Incident” เมื่อ Ultima Gear Nyx-07 เคลื่อนตัวข้ามเขตสีเหลืองไปปกป้องพลขับของตนเองโดยอัตโนมัติ เหตุการณ์นี้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าหุ่นบางตัวไม่ใช่เพียงอาวุธที่รอคำสั่งอีกต่อไป แต่มีสัญชาตญาณการปกป้องและพฤติกรรมคล้ายสิ่งมีชีวิตจริง ๆ ปี 1188 คือการสำรวจเขตสีดำครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 200 ปี โดยส่งทีมสำรวจถึง 12 หน่วย แต่กลับมาได้เพียง 3 หน่วยพร้อมข้อมูลสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดว่าพื้นที่นอกการควบคุมของมนุษย์ยังคงเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ และในปี 1195 High-End Ultima ตัวหนึ่งได้ปรากฏตัวในเขตสีแดงและทำลายฐานทัพของกลุ่มปกครองตนเองอย่างรุนแรง นั่นทำให้โลกในปี 1200 เข้าสู่สภาวะที่ไม่มีฝ่ายใดมั่นใจได้เลยว่าจะรักษาสมดุลนี้ไว้ได้นานแค่ไหน