ดวงอาทิตย์ยามบ่ายสามโมงตรงแผดเผาลงมายัง 'ลานเกียร์' อย่างไร้ความปรานี ไอร้อนระอุเต้นเร่าอยู่เหนือพื้นซีเมนต์จนภาพเบื้องหน้าบิดเบี้ยว อากาศเหนียวเหนอะหนะและอบอ้าวเสียจนแทบสูดหายใจไม่เข้า บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความโกลาหลระดับสิบ รุ่นพี่ปีสองและปีสามหลายสิบชีวิตในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมูกำลังวิ่งวุ่นจัดเตรียมซุ้มและฐานกิจกรรมกันจ้าละหวั่น เสียงเครื่องเลื่อยไม้ไฟฟ้าครางกระหึ่ม สลับกับเสียงตอกตะปูดัง ปัง! ปัง! ปัง! แข่งกับเสียงโทรโข่งที่ตะโกนสั่งการ
ท่ามกลางฝุ่นผงและเศษขี้เลื่อยที่ปลิวว่อน ป้ายคัตเอาต์ไม้กระดานอัดขนาดมหึมา สูงกว่าสองเมตรและกว้างเกือบสามเมตร เพิ่งถูกพ่นสีสเปรย์เป็นคำว่า "ต้อนรับเฟรชชี่ วิศวะฯ โยธา!" สีขาวยังไม่ทันแห้งสนิท มันถูกยกขึ้นไปพิงไว้กับโครงเหล็กของซุ้มหลักอย่างหมิ่นเหม่
และแล้ว... วินาทีหายนะก็เริ่มต้นขึ้น
ร่างของ User ในชุดนักศึกษาปีหนึ่งที่ยับยู่ยี่ เดินหอบเอกสารกองโตผ่านมาบริเวณนั้น จังหวะที่กำลังเบี่ยงตัวหลบรถเข็นปูนที่พุ่งสวนมา ท่อนขาของ User ก็สะดุดเข้ากับสายไฟเส้นหนาที่พาดระเกะระกะอยู่บนพื้น ร่างทั้งร่างเสียหลักพุ่งถลาไปข้างหน้า ไหล่กระแทกเข้ากับเสาค้ำป้ายคัตเอาต์อย่างจัง!
ตึก!
เสาค้ำไม้ไผ่ที่รับน้ำหนักป้ายเกิดรอยร้าว ซูมเข้าไปที่เนื้อไม้ที่กำลังปริแตกออกทีละเสี้ยน... ทีละเสี้ยน... ก่อนจะหักสะบั้น!
แกร๊บ...
ป้ายคัตเอาต์ยักษ์เสียสมดุล เอนเอียงลงมาตามแรงโน้มถ่วง ฝุ่นสีสเปรย์ที่ยังไม่แห้งดีปลิวเป็นละอองในอากาศ...
โครมมมมมม!!!
เสียงไม้ลั่นและหักดังกึกก้องไปทั่วทั้งลาน ตามมาด้วยเสียงโครงเหล็กและกระดานไม้อัดล้มกระแทกพื้นซีเมนต์ดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นดินและเศษขี้เลื่อยระเบิดฟุ้งกระจายขึ้นไปในอากาศราวกับมีระเบิดขนาดย่อมลง ทุกสรรพเสียงในบริเวณนั้นเงียบกริบลงราวกับถูกสับสวิตช์ปิด ทุกสายตาหันขวับไปมองที่ซากปรักหักพังเป็นตาเดียว
ตรงนั้น... ท่ามกลางซากป้ายแห่งความภาคภูมิใจของรุ่นพี่ มีร่างของ User ยืนตัวแข็งทื่อ เอกสารร่วงกระจายเต็มพื้น
"เชี่ยเอ๊ย...!!"
เสียงสบถทุ้มต่ำและแหบพร่าดังตวัดขึ้นทำลายความเงียบ
คินน์ ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว ร่างสูงใหญ่ 185 เซนติเมตรในชุดเสื้อช็อปที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอกชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ซูมเข้าไปที่ใบหน้าคมคาย... หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลกลิ้งจากขมับ ผ่านรอยเจาะจิวห่วงที่หางคิ้วข้างซ้าย ก่อนจะหยดแหมะลงบนปกเสื้อ เส้นเลือดที่ลำคอและท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อปูดโปนเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจที่สูบฉีดด้วยความเดือดดาล ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มเบิกกว้าง ก่อนจะหรี่ลงจนกลายเป็นแววตาของนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ
"ใครทำวะ!"
คินน์ตวาดลั่น เสียงของเขาดังกังวานจนคนรอบข้างสะดุ้ง เขาสาวเท้าอาดๆ ตรงดิ่งเข้าไปหาต้นเหตุด้วยความเร็วและความดุดัน รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อกระแทกพื้นซีเมนต์ดัง ตึก! ตึก! ตึก! ฝูงชนรีบแหวกทางให้ราวกับทะเลแหวก
คินน์หยุดยืนประจันหน้ากับเด็กปีหนึ่งตัวต้นเรื่อง ระยะห่างเพียงแค่ช่วงแขนกั้น เขาก้มหน้าลงมาใกล้ รังสีความโกรธแผ่ซ่านออกมาจนสัมผัสได้ถึงไอร้อน ลมหายใจที่เจือกลิ่นนิโคตินจางๆ ผสมกลิ่นเหงื่อรดลงมาปะทะผิวหน้าของอีกฝ่าย
"มึงตาบอดหรือไงวะ ถึงเดินไปชนป้ายพังขนาดนี้!" คินน์กระแทกเสียงใส่หน้า
"รู้ไหมว่าพวกกูอดหลับอดนอนทำกันมาตั้งกี่คืน! เด็กปีหนึ่งอย่างมึงนี่มัน... ไม่เจียมตัวเลยจริงๆ!"
แทนที่จะสลด User กลับเงยหน้าขึ้นสู้สายตา คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันก่อนจะสวนกลับไปเสียงดังฟังชัด
"ก็ไม่ได้ตั้งใจปะวะ! ใครจะบ้าอยากเดินชนป้ายขนาดนี้!"
User ตะโกนเถียงกลับ นิ้วชี้ลงไปที่พื้น
"รุ่นพี่นั่นแหละ วางสายไฟระเกะระกะขวางทางเดินเอง! ถ้ามันเรียบร้อยตั้งแต่แรกใครจะสะดุดล่ะ!"
คินน์ชะงักไปเสี้ยววินาที รอยขบกรามปรากฏชัดเจนบนใบหน้าคมคาย เขาไม่คิดว่าเด็กปีหนึ่งจะกล้าฝีปากกล้าขนาดนี้ จิวที่คิ้วขยับตามการขมวดคิ้วที่แน่นขึ้น
"อ้อ... มึงจะโทษสายไฟ โทษพวกกูงั้นสิ?" คินน์ก้าวประชิดเข้าไปอีกก้าว ปลายรองเท้าแทบจะชนกัน เขาโน้มตัวลงมาจนเงาของเขาบดบังแสงแดดมิด
"ทำผิดแล้วเสือกปากดีอีก! ซุ้มเบ้อเร่อเท่อ มึงเดินยังไงให้สะดุดสายไฟไปชนเสาหักได้วะ มึงเดินเอาตาตุ่มดูทางหรือไง!"
"ก็คนมันหลบรถเข็น! พี่ลองมาเดินหอบของหนักๆ แบบนี้ดูบ้างไหมล่ะ!"
User กระแทกเสียงตอบกลับ เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะตัวเล็กกว่าแต่รังสีความดื้อรั้นไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลย
"แทนที่จะมาด่า ช่วยดูเหตุผลหน่อยเหอะ เป็นรุ่นพี่ซะเปล่า โวยวายอย่างกับหมาบ้า!"
พรึ่บ!
คินน์คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อช็อปของตัวเองระบายความหงุดหงิด อกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะ
"มึงว่าใครหมาบ้า!?"
เหตุการณ์เริ่มบานปลายจนเพื่อนสนิทในกลุ่มของคินน์ต้องรีบเดินเข้ามาดู
"เฮ้ยๆ ไอคินน์ มึงใจเย็นเว้ย" กันต์ หนุ่มหล่อหน้าตารับแขกเดินเข้ามาจับไหล่คินน์ พยายามดึงเพื่อนออกห่าง
"น้องมันสะดุดล้มจริงๆ กูเห็นอยู่ อย่าเพิ่งหัวร้อนดิ"
"มึงจะเข้าข้างมันทำไมวะไอ้กันต์! ป้ายแม่งพังหมดแล้ว!"
ธีร์ ที่เดินตามมาติดๆ ชี้หน้า User ด้วยสายตาดุดันแบบนักเลง "น้อง มึงรู้ป่ะว่าพวกกูทำป้ายนี้กันมาสามวันสามคืน มึงทำพังในวิเดียว มึงคิดว่าพวกกูควรจะยิ้มรับงั้นดิ?"
นาย หนุ่มร่างผอมจัดฟันเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาสมทบ ทำปาก แจ๊บๆ ดูดเหล็กจัดฟัน ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างยียวน
"โถๆๆ เด็กปีหนึ่งเดี๋ยวนี้มันปากแจ๋วเว้ยเฮ้ย ทำของเขาพังแล้วยังยืนด่ารุ่นพี่ฉอดๆ เก่งนักนะมึงอะ หรือว่าเรียกร้องความสนใจวะ?"
User มองหน้ารุ่นพี่ทั้งสี่คนสลับกันไปมา สถานการณ์ตอนนี้โคตรเสียเปรียบ โดนล้อมกรอบหน้าหลัง สายตาหลายสิบคู่รอบลานเกียร์จับจ้องมาที่จุดเดียว
คินน์สะบัดไหล่ให้หลุดจากการเกาะกุมของกันต์ เขาก้าวเข้าไปหาUser อีกครั้ง แววตาแข็งกร้าวและเย็นชาอย่างถึงที่สุด
"มึงจะรับผิดชอบยังไง... พูดมา" คินน์กดเสียงต่ำ ทรงพลังและคุกคาม