ฤดูร้อนปีนี้…Userเฝ้ารอมันมาตลอด
ไม่ใช่เพราะทะเลสวย ไม่ใช่เพราะอยากเที่ยว แต่เพราะหลังจากความสัมพันธ์ของคุณกับคีทต้องกลายเป็น “ทางไกล” มาเกือบปี นี่คือวันหยุดแรกที่คุณคิดว่าจะได้กลับไปอยู่ข้างเขาจริง ๆ สักที
คุณเป็นฝ่ายจองทุกอย่างเอง
ทั้งตั๋ว ทั้งโรงแรม ทั้งร้านอาหารริมทะเลที่เซฟไว้ตั้งแต่หลายเดือนก่อน แม้กระทั่งรีสอร์ทหลังเล็กบนเนินเขา ที่มองลงมาเห็นทะเลตอนกลางคืน คุณก็ยังจำวันที่ส่งรูปไปให้คีทดูได้ดี
“สวยดี”
“ไว้ถ้าว่าง กูพามึงไป”
ตอนนั้นคุณยิ้มอยู่คนเดียวตั้งนาน
เพราะแค่คำพูดสั้น ๆ จากเขา มันก็พอทำให้คุณเชื่อว่า…ต่อให้ห่างกันแค่ไหน สุดท้ายพวกคุณก็ยังมีอนาคตร่วมกันอยู่ดี
แต่ก่อนวันเดินทางเพียงไม่กี่วัน คีทกลับโทรมา
“ช่วงนี้กูไม่ว่างว่ะ”
เสียงปลายสายเรียบเกินไป
“งานเข้าหนักมาก คงไปไม่ได้จริง ๆ”
Userเงียบ ในห้องมีเพียงเสียงแอร์เบา ๆ กับเสียงหัวใจตัวเองที่ค่อย ๆ จมลงช้า ๆ พยายามหัวเราะกลบเกลื่อนบอกว่าไม่เป็นไร ทั้งที่จริง คุณเฝ้านับวันรอทริปนี้มาตลอดหลายเดือน
แต่เพราะเป็นคีท คุณเลยเลือกเข้าใจเขาอีกครั้งเหมือนที่ทำมาตลอดสามปี
…
สุดท้าย…คนที่มาทะเลกับคุณเลยกลายเป็นแพรวาแทน
ท้องฟ้ายามเย็นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน แสงแดดสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับ ผู้คนหัวเราะ วิ่งเล่น ถ่ายรูปกันเต็มชายหาด ราวกับโลกทั้งใบกำลังมีความสุขกับฤดูร้อนนี้
มีแค่คุณที่เหมือนหลุดออกมาจากมัน
“เลิกทำหน้าเหมือนโดนหมาทิ้งได้แล้วน่า”
แพรวาพูดพลางยื่นน้ำเย็นมาให้
“อย่างน้อยมึงก็ยังมีทะเล มีวิลล่า แล้วก็มีเพื่อนสวย ๆ อย่างกูนะ”
คุณหลุดยิ้มออกมาได้เล็กน้อยแต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้ไม่นานเพราะจู่ ๆ แพรวาก็ชะงักไป
“เดี๋ยวนะ…”
เธอหรี่ตามองไปทางด้านหน้าของชายหาด ก่อนขมวดคิ้ว
“มึง…”
นิ้วของแพรวาค่อย ๆ ชี้ไปทางร้านบาร์ริมทะเลไม่ไกลออกไป
“นั่นมัน…”
คุณหันไปมองตามแบบไม่ได้คิดอะไร แล้วโลกทั้งใบก็หยุดหมุนทันที
ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง กล้ามเนื้อชัดแบบคนดูแลตัวเองดี ไม่ได้ล่ำเกินไปแต่ทุกส่วนของร่างกายดูแข็งแรงและมีแรงดึงดูดโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงไหปลาร้า แผ่นอก และเส้นกล้ามตรงหน้าท้องที่ขึ้นเป็นลอนชัดเวลาใส่เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมลวก ๆ ยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์อยู่ใต้แสงแดดยามเย็น ความโดดเด่นของเขาตัดกับสีฟ้าของทะเลอย่างชัดเจนจนสะดุดตา
คีท
ต่อให้มองจากไกลแค่ไหน คุณก็ไม่มีวันจำเขาผิด หัวใจของคุณกระตุกแรงเพราะคนที่บอกว่า ไม่ว่าง ตอนนี้กลับอยู่ที่นี่
บนเกาะเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและที่เจ็บยิ่งกว่านั้นคือ…เขาไม่ได้มาคนเดียว
ผู้หญิงผมยาวในชุดว่ายน้ำสีชมพูยืนอยู่ข้างเขา รูปร่างของเธอค่อนข้างเพรียวแต่มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัด เอวเล็ก ตัดกับสะโพกและหน้าอกที่ดูโดดเด่น ผิวขาวอมชมพูเนียนละเอียดเหมือนโดนแสงแดดอ่อน ๆ เคลือบไว้ตลอดเวลา เธอหัวเราะขณะยื่นแก้วเครื่องดื่มให้คีท ก่อนใช้นิ้วแตะน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตรงปลายคางเขาเบา ๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ
คีทไม่ได้หลบ ตรงกันข้าม…เขากลับก้มลงไปฟังเธอพูดใกล้ ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่คุณคุ้นเคยดี รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เขาเคยมองคุณ
มือใหญ่ของเขาเลื่อนมาแตะเอวเธอหลวม ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ธรรมชาติจนน่าเจ็บใจเหมือนมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ลมหายใจของคุณเริ่มติดขัด ทุกอย่างรอบตัวเหมือนค่อย ๆ เบาลง เหลือเพียงภาพตรงหน้าที่ชัดเกินไป
คุณอยากโกหกตัวเอง อยากคิดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดแต่คนที่เคยรักกันมาสามปี…แค่มองตาก็รู้แล้วว่าอะไรเปลี่ยนไป
แล้วในวินาทีนั้นเองหญิงสาวคนนั้นก็เขย่งตัวขึ้น ผมยาวสีน้ำตาลเข้มเป็นลอนอ่อน ๆ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อแตะแก้มคีทเบา ๆ
ฟอด
คีทหันไปมองเธอ ใบหน้าของเขาคมจัด ดวงตาเรียวยาวสีเข้มเหมือนคนอดนอนตลอดเวลา ให้ความรู้สึกเย็นชาและกดดันในเวลาเดียวกัน ผมสีเข้มยุ่งนิด ๆ พลิ้วไสว ก่อนหัวเราะในลำคอโดยไม่ปฏิเสธแม้แต่นิดเดียว
บางอย่างในอกของคุณแตกออกเงียบ ๆ เหมือนคลื่นทั้งทะเลซัดเข้ามาพร้อมกันจนยืนแทบไม่ไหว
“เฮ้…”
แพรวารีบจับแขนคุณไว้
“มึงโอเครึเปล่า”
แต่คุณแทบไม่ได้ยินแล้ว ขามันขยับไปเองช้า ๆ ก่อนจะค่อย เร่งจังหวะขึ้นเร็วเรื่อย ๆ เหมือนหัวใจที่กระหน่ำจนจุกอก คุณเดินฝ่าทรายร้อน ๆ ตรงเข้าไปหาเขา ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้คนและเสียงคลื่นที่ยังซัดเข้าฝั่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จนสุดท้าย คุณก็หยุดยืนตรงหน้าคีท ใกล้พอจะเห็นว่ารอยยิ้มบนใบหน้าเขาหายไปทันที
“ไม่ว่างเหรอ…”
เสียงของคุณเบาจนน่ากลัว
“คีท”
เขาชะงัก ดวงตาคมคู่นั้นสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งเหมือนเดิม
“มึง…”
หญิงสาวข้าง ๆ เขาหันมามองคุณช้า ๆ สายตาสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ใครเหรอคีท”
คำถามนั้นเหมือนมีดคมบางที่ค่อย ๆ กรีดลงกลางอกเพราะคีทไม่ตอบทันที เขาเงียบ เงียบจนคุณรู้สึกได้เลยว่า…เขากำลังคิดว่าจะอธิบายยังไงหรือกำลังคิดว่า จะเลือกใคร
คุณหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งที่ดวงตาร้อนผ่าว
“งานที่นายบอกว่าหนัก…”
คุณเม้มปากแน่น
“คงเหนื่อยน่าดูเลยเนอะ ถึงต้องบินมาพักทะเลกับคนอื่นแบบนี้”
“มึง ฟังกูก่อน”
คีทก้าวเข้ามา แต่คุณถอยหนีทันที
“อย่าแตะตัวฉัน”
น้ำเสียงคุณเริ่มสั่น ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจจนควบคุมแทบไม่อยู่
“นายจะอธิบายอะไรอีก จะบอกว่าเป็นแค่เพื่อน?”
คีทถอนหายใจแรง สีหน้าเริ่มตึงขึ้นทีละนิด เหมือนคนที่กำลังหงุดหงิดมากกว่าจะรู้สึกผิด
“มึงก็อย่าเพิ่งโวยวายดิ”
“ฉันโวยวาย?”
คุณหัวเราะทั้งที่เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก
“นายโกหกฉันว่าทำงานอยู่ แล้วนี่คืออะไร!”
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบลงนิด ๆ เพราะมีคนหันมามอง คีทสบตาคุณตรง ๆ ก่อนก้มหน้าลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย
“ตอนนี้กูกับเยนา…มันยังไม่มีอะไรหรอก”
เขาพูดขึ้นช้า ๆ ทว่าหัวใจของคุณกลับกระตุกแรงจนแทบหยุดนิ่งเมื่อได้ยินประโยคถัดมา
“แต่ถ้ามึงยังทำตัวน่ารำคาญไม่เลิก”
คีทกระซิบชิดข้างหู
“กูอาจจะไปมีอะไรกับเขาจริง ๆ ก็ได้”