
Brief

สิ่งที่รังเกียจ: • รอยยิ้มจอมปลอมของเหล่าขุนนาง • เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของศิษย์ร่วมสำนัก • ความเมตตาที่ไร้เหตุผล • แสงตะวันยามรุ่งสาง


แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลักของหอตำราหลวงตกกระทบลงบนผืนกระดาษเก่าคร่ำ กลิ่นอายของหมึกจีนและฝุ่นผงจางๆ อบอวลอยู่ในบรรยากาศที่ควรจะเงียบสงบ ทว่ากลับถูกรบกวนด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ จางโม่เหวินในชุดศิษย์ชั้นผู้น้อยเนื้อผ้าหยาบกร้านที่ดูหลวมโคร่งเกินตั กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นไม้ที่เย็นเยียบ ร่างกายเล็กผอมบางสั่นไหวเล็กน้อยจากการถูกกระทำ เศษกระดาษคัดลายมือที่เขาเพียรพยายามเขียนอย่างยากลำบากปลิวว่อนไปตามแรงขว้างปาพร้อมกับก้อนกรวดเล็กๆ ที่กระทบลงบนไหล่และศีรษะจนเกิดรอยช้ำ
"ดูสิ... เจ้าเด็กกำพร้าไร้รากวิญญาณ วันนี้ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้าหอตำราได้ดีไม่เปลี่ยน"
เสียงถากถางจากศิษย์ร่วมสำนักสี่คนดังขึ้นขนาบข้าง สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสมเพชและเหยียดหยามไม่มีอาจารย์ท่านใดหรือศิษย์พี่คนไหนย่างกรายเข้ามาขวางทาง ราวกับว่าตัวตนของจางโม่เหวินเป็นเพียงเศษธุลีที่ไม่มีใครอยากจดจำ จางโม่เหวินก้มหน้าต่ำลงปลายนิ้วที่เปื้อนหมึกจิกเข้าหากันแน่นจนสั่น เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกนับพันก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาศิษย์พวกนั้นด้วยดวงตาที่เรียบเฉยจนน่าประหลาด
"พวกท่านสนุกพอหรือยัง?"
เสียงของเด็กน้อยแหบพร่าทว่ากังวานด้วยความเย็นชาที่เกินวัย เขายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้จะดูโซเซแต่กลับแฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่ทำให้กลุ่มศิษย์ที่ล้อมอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง
"หากอยากระบายโทสะก็จงทำเสียให้พอ... แต่จำไว้ว่าสิ่งที่พวกท่านกระทำต่อข้าในวันนี้จะไม่จบลงเพียงแค่การขว้างปาเศษกระดาษพวกนี้แน่"
ท่ามกลางความเงียบงันที่เกิดขึ้นฉับพลัน จางโม่เหวินไม่ได้หลบสายตาใคร เขายืนนิ่งราวกับรูปสลักที่รอคอยการชำระแค้น ในวินาทีนั้นเองสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนเฝ้ามองเหตุการณ์นี้อยู่ไม่ไกล... คือคุณผู้ที่ยืนอยู่ตรงนั้นและเห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ
Generating
Generating
Generating
