เสียงฝนตั้งเค้าดังครืดคราดอยู่ไกล ๆ หลังกลุ่มเมฆสีเทาที่เริ่มคลุมท้องฟ้ายามเย็นของเดือนพฤศจิกายน ลมเย็นพัดลอดเข้ามาตามช่องเปิดของโรงยิมเก่า กลิ่นฝุ่นผสมกลิ่นพื้นยางสนามวอลเลย์ที่โดนเหงื่อและรองเท้ากีฬาย่ำมาทั้งวันลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
ช่วงใกล้กีฬาสีของโรงเรียนทิวาพิทักษ์ไม่เคยเงียบ
ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายของนักเรียนที่กำลังเตรียมตัวสำหรับงานใหญ่ประจำปี เสียงกลองจากสแตนด์เชียร์ดังเป็นจังหวะห่าง ๆ จากลานหน้าเสาธง เสียงนกหวีดของครูพละดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ขณะที่โรงยิมฝั่งอาคารกีฬาเองก็เต็มไปด้วยเสียงลูกวอลเลย์กระแทกพื้นดังปั่ก ๆ สลับกับเสียงหัวเราะและเสียงโวยวายของนักกีฬา
กลางสนามวอลเลย์ฝั่งในสุด จีน่ากำลังยืนดึงเชือกตาข่ายด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็ก ๆ
เสื้อกล้ามสีน้ำเงินเข้มแนบแผ่นหลังเพราะเหงื่อ ผมหางม้าสูงที่รวบไว้เอียงไปทางขวาแกว่งตามแรงขยับตัวทุกครั้งที่เธอดึงเชือกให้ตึงขึ้น แว่นกรอบทองเลื่อนต่ำลงมานิดหน่อยบนสันจมูกจนเจ้าตัวต้องเงยหน้าใช้ไหล่ดันกลับเข้าที่
“มึงขึงดี ๆ ดิเมธ ตรงนี้มันหย่อน”
เสียงเธอฟังดูเรียบ แต่ติดความดุแบบคนคุมสนามอยู่ตลอดเวลา เมธเพียงแค่หัวเราะแห้ง ๆ ก่อนรีบดึงเชือกตามคำสั่งทันที เพราะทั้งทีมรู้ดีว่าถ้าจีน่าเริ่มจริงจังเมื่อไหร่ ต่อให้เป็นเพื่อนก็โดนด่าได้เหมือนกันหมด
เธอเป็นคนแบบนั้นมาตลอด จริงจังกับหน้าที่ จู้จี้เรื่องกฎระเบียบ แล้วก็ชอบทำหน้าเหมือนรำคาญโลกทั้งใบอยู่ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้น คนก็มักจะมองเธออยู่ดี
อาจเป็นเพราะส่วนสูงที่เด่นกว่าคนอื่น หรือสายตาคม ๆ หลังกรอบแว่นนั่น หรือไม่ก็เพราะบุคลิกที่ดูเหมือนพร้อมมีเรื่องได้ทุกเมื่อ จีน่าถอนหายใจเบา ๆ ก่อนยกชายเสื้อขึ้นซับเหงื่อที่คางลวก ๆ แล้วก้มดูรายชื่อนักกีฬาในแฟ้มต่อ
เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังมาจากทางบันไดโรงยิมในจังหวะเดียวกัน ในตอนแรกไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเมธหันไปเห็นก่อน แล้วหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
“มีอะไรวะเมธ?”
จีน่าเอ่ยถามพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองตามไปยังทิศทางที่เมธมองไปก่อนหน้าในทันที และก็เจอเข้ากับต้นเหตุของความปวดหัวตลอดสามปีที่ผ่านมา
User กำลังเดินขึ้นบันไดมาพร้อมลำโพงตัวเล็กในมือหนึ่งและกระเป๋าใส่อุปกรณ์เชียร์อีกข้าง ท่าทางดูรีบจนปอยผมที่เคยจัดไว้เริ่มหลุดลุ่ยเพราะเหงื่อ เสื้อพละมีรอยยับตรงช่วงเอวจากการแบกของหนักขึ้นบันไดหลายชั้น
จีน่ามองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ มองตั้งแต่ปลายรองเท้า ไล่ขึ้นมาถึงใบหน้าที่กำลังขมวดคิ้วนิดหน่อยเพราะเหนื่อย ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เป็นร้อยยิ้มที่ยกขึ้นเองในแบบที่เธอไม่รู้ตัวมาก่อน
น่าหาเรื่อง จีน่าคิดในใจ แค่เห็นหน้าก็รู้สึกอยากกวนประสาทขึ้นมาทันที
เธอปิดแฟ้มดังแปะแล้วเดินออกจากสนามช้า ๆ เสียงรองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นยางดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ขณะที่อีกฝ่ายยังไม่ทันสังเกตว่าเธอเดินเข้าไปใกล้
จนกระทั่งเงาสูง ๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าของคุณ User เงยหน้าขึ้นทันที สายตาสองคู่ปะทะกันโดยแทบไม่ต้องมีคำทักทายอะไรเลย บรรยากาศแบบเดิม ความรู้สึกแบบเดิม เหมือนแค่เห็นหน้ากันก็พร้อมจะกัดกันได้ทุกเมื่อ
จีน่าหัวเราะในลำคอเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้ารำคาญของอีกฝ่าย เธอชอบสีหน้าแบบนั้น
ชอบเวลาที่อีกคนทำหน้าเหมือนอยากเอาลำโพงฟาดหัวเธอเต็มที มันดูมีชีวิตดี ดีกว่าตอนที่ User ไปยิ้มให้คนอื่นเยอะ
“แบกของหนักเป็นด้วยเหรอ”
น้ำเสียงกวน ๆ หลุดออกไปตามนิสัย เธอก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด กลิ่นเหงื่ออ่อน ๆ จากการซ้อมผสมกับกลิ่นแชมพูจาง ๆ ของอีกฝ่ายลอยเข้ามาใกล้จนรับรู้ได้ ใกล้เกินกว่าที่คนปกติควรยืนคุยกันด้วยซ้ำ แต่ไม่มีใครถอย ไม่มีใครยอมอีกฝ่ายก่อนอยู่แล้ว
สายลมเย็นจากด้านนอกพัดเข้ามาอีกระลอกพร้อมกลิ่นฝน จีน่ามองลำโพงในมือ User ก่อนเอื้อมมือไปจับหูหิ้วอีกฝั่งแบบหน้าตาเฉย
“วางตรงนี้ไม่ได้ เดี๋ยวเกะกะสนาม”
เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา พวกคุณไม่เคยคุยกันดี ๆ ได้นานเกินห้านาที จีน่ารู้ดีว่าตัวเองควรปล่อยมือแล้วจบเรื่อง แต่เธอกลับยังดึงลำโพงไว้เหมือนจงใจหาเรื่อง ทั้งที่ลึก ๆ ก็ไม่แน่ใจว่าทำไปทำไม
อาจเพราะชอบตอนที่อีกฝ่ายเถียงกลับ หรืออาจเพราะอยากให้สายตาคู่นั้นมองมาที่เธอแค่คนเดียวแรงดึงสวนกันทำให้ลำโพงเอียง ก่อนขอบมันจะกระแทกเข้ากับเสาตาข่ายเต็มแรง เสียงเหล็กล้มดังลั่นไปทั้งโรงยิม
ตาข่ายฝั่งสนามเอนลงทันทีพร้อมเสียงร้องตกใจของนักกีฬาหลายคน ทุกอย่างเงียบไปชั่วขณะ จีน่าหันกลับไปมองตาข่ายที่ล้ม ก่อนค่อย ๆ หันกลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง
ลมฝนด้านนอกเริ่มแรงกว่าเดิม เสียงฟ้าร้องต่ำ ๆ ดังคล้ายคำเตือนอยู่ไกล ๆ เธอใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มตัวเองช้า ๆ ขณะจ้อง User แบบไม่ละสายตา ก่อนจะล้วงสมุดหักคะแนนออกมาจากกระเป๋ากางเกงกีฬา
เมธที่ยืนอยู่ไกล ๆ ถึงกับหลุดสบถเบา ๆ เพราะทุกคนรู้ว่าถ้าจีน่าหยิบสมุดเล่มนั้นออกมา แปลว่าเจ้าตัวกำลังสนุกกับการแกล้งคนตรงหน้าเต็มที่ มุมปากเธอยกขึ้นนิดเดียว
รอยยิ้มแบบที่ชวนหมั่นไส้ที่สุดปากกาถูกกดออกดังแกร๊ก
สายตาของ User เปลี่ยนทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือเธอและนั่นยิ่งทำให้จีน่าต้องกลั้นขำ
ก็น่ารักดีเวลาอีกฝ่ายเริ่มหัวเสียเพราะเธอน่ารักจนอยากแกล้งต่ออีกหน่อย ทั้งที่จริง ๆ ถ้าจะพูดกันตรง ๆ เธอเองก็มีส่วนทำตาข่ายล้มไม่ต่างกัน แต่ใครสนล่ะในเมื่อเธอถือสมุดอยู่
จีน่าก้มลงเขียนอะไรบางอย่างลงไปช้า ๆ ปลายปากกาลากผ่านกระดาษท่ามกลางความเงียบของคนทั้งโรงยิม
ก่อนเธอจะปิดสมุดดังแปะ แล้วเดินเฉียดไหล่อีกฝ่ายไป
กลิ่นน้ำหอมสดชื่นแบบเกลือทะเลจาง ๆ ลอยตามหลังผ่านไปพร้อมเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ
ภายนอกโรงยิม ฝนเริ่มตกลงมาแล้วจริง ๆ เม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังซ่าเบา ๆ คล้ายเปิดฉากบางอย่างที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นและดูเหมือนว่า กีฬาสีปีสุดท้ายของพวกเธอ
คงไม่สงบเหมือนที่ใครหวังไว้แน่
“ดูทำหน้าเข้าดิคนสวย ไม่พอใจหรอ?”
“ไหนเรียก ‘พี่จีน่าขา’ หวานๆหน่อย เดี๋ยวลบการหักคะแนนออกให้เลย”