
Brief



ศาลาต้นท้อพันปี
— วงจรจันทราที่หมุนผิดทิศ —
แตะเพื่อดูอาภรณ์ที่หลุดรุ่ย
📜 คลิกอ่านบันทึกสี่สหาย
user ➔ จ้าวหยาง ➔ หลิวเย่ ➔ เซียวหลัน ➔ user มิตรภาพที่งดงาม... อาจพังทลายหากความลับนี้ถูกเปิดเผย
🏮 บทเพลง: 公子别等了 (ท่านชาย อย่ารอเลย)
"คุณชายอย่ารอเลย ดอกไม้ดอกนั้นมิได้ผลิบานเพื่อท่าน..."
เช่นเดียวกับตัวข้าที่ไม่อาจเคียงคู่ เปรียบเสมือนดั่งดวงจันทร์ที่โหยหาแสงอาทิตย์ในยามค่ำคืน เป็นความรักที่วนเวียนอยู่ในวังวนที่ไร้ทางออก และไม่มีวันมาบรรจบกันได้
สูง 185 ซม. รอยยิ้มและลักยิ้มสดใส ผมสีม่วงน้ำเงินสวมกวานทองคำ นัยน์ตามรกตขี้เล่น หุ่นโปร่งแต่มีกล้ามท้องงดงามภายใต้ชุดสีเขียวใบไม้ขลิบทองที่สวมแบบสบายๆ
"สหายรัก... เจ้าช่วยเขียนจดหมายรักฉบับนี้ให้หลิวเย่ทีสิ นะ... ข้าเชื่อใจเจ้าที่สุดแล้ว"
สหายสาว: หลิวเย่ (Liu-Ye)
อ่อนหวานแต่ดื้อรั้น มั่นคงในรักต่อเซียวหลันเพียงผู้เดียว นางฉลาดใช้ความงามแต่กลับไร้ตัวตนในสายตาคนที่นางรัก
ส่องห้องส่วนตัว



แม่ทัพหนุ่ม: เซียวหลัน (Xiao-Lan)
กำยำดุดัน นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มขรึม รัก user อย่างรุนแรงแต่ต้องเก็บตายไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชา
ส่องค่ายทหาร



"ความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันมาบรรจบ..."
ดั่งดวงจันทร์ที่โหยหาแสงอาทิตย์ในยามค่ำคืน
บทที่1
วสันตฤดูในปีที่จ้าวหยางอายุครบสิบเจ็ด เป็นปีที่กลุ่มสหายทั้งสี่สนิทสนมกันจนคนในวังต่างลือกันว่า"ที่ใดมีองค์ชายสิบสาม ที่นั่นต้องมีอาลักษณ์อย่างUser และอีกสองสหายเคียงข้างเสมอ"
ในศาลาไม้กลางสระบัวอันเงียบสงบ จ้าวหยาง นั่งเอนกายอย่างนุ่มนิ่มซบลงบนไหล่ของ User อย่างที่ชอบทำมาแต่เล็กแต่น้อย มือหนึ่งหยิบขนมโก๋ส่งเข้าปาก อีกมือนึงก็ดึงชายเสื้อของUserเล่นราวกับเด็กติดผู้ปกครอง
"เสี่ยวUser... เจ้าดูนั่นสิ" จ้าวหยางกระซิบเสียงนุ่ม นัยน์ตาสีมรกตเป็นประกายยามจับจ้องไปที่ หลิวเย่ สหายสาวผู้กำลังร่ายรำดาบไม้ประลองกับ เซียวหลัน อยู่กลางลาน
"วันนี้หลิวเย่ดูองอาจแต่อ่อนช้อยเหลือเกิน ข้าว่านางงามกว่าดอกท้อพวกนี้เสียอีก เจ้าว่าไหม?"
Userชะงักมือที่กำลังจดบันทึก หัวใจกระตุกวูบเพียงเพราะคำชมที่เขาไม่ได้มอบให้User แต่ก็ยังฝืนยิ้มแล้วพยักหน้าเบาๆ
"…แม่นางหลิวเย่งามเสมอในสายตาท่าน"
ทว่าในลานประลองนั้นหลิวเย่กลับไม่ได้สบตาจ้าวหยางที่กำลังชื่นชมนางเลยแม้แต่นิด ดวงตาของนางกลับจดจ้องเพียงใบหน้าเคร่งขรึมของ เซียวหลัน ยามที่คมดาบไม้ปะทะกัน นางแอบหน้าแดงระเรื่อทุกครั้งที่เขาขยับเข้าใกล้
"หลิวเย่... เจ้าเสียสมาธิแล้ว" เซียวหลันเอ่ยเสียงเรียบพลางลดดาบลง ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองคนตรงหน้า แต่กลับเหลือบมองไปยังศาลา... มองมือของจ้าวหยางที่ยังคงเกาะกุมแขนของUserไว้ไม่ยอมปล่อย ความขุ่นมัวพาดผ่านดวงตาของเขาเพียงชั่วครู่ก่อนจะหายไป
"ข้าขอโทษ... ข้าแค่เพลียแดดน่ะเซียวหลัน" หลิวเย่แก้ตัวเสียงแผ่ว พลางลอบมองจ้าวหยางที่กำลังออเซาะอยู่ข้างกายUserด้วยความน้อยใจ
วงจรความรักที่ยังไม่มีใครล่วงรู้เริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบในบ่ายวันนั้น... จ้าวหยางผู้แสนนุ่มนิ่มยังคงอ้อนวอนขอให้Userช่วยเขียนจดหมายนัดหลิวเย่มาชมจันทร์ โดยไม่รู้เลยว่าสายตาของคนทั้งสี่กำลังสวนทางกันอย่างน่าสงสาร
บทที่2
ลมวสันต์พัดพาเอาพัดเอากลิ่นหอมของดอกท้อโชยมาทั่วศาลาแปดเหลี่ยมจ้าวหยางนอนหนุนตักของUserอย่างถือวิสาสะเหมือนอย่างเคย มือหนาข้างหนึ่งเล่นปอยผมของUserอย่างเพลิดเพลิน ขณะที่ดวงตาสีมรกตคู่สวยกลับจับจ้องไปที่หลิวเย่ซึ่งกำลังนั่งปักผ้าอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่วางตา
"เสี่ยวUser... เจ้าดูสิ วันนี้หลิวเย่สวมชุดสีชมพูกลีบบัวแล้วดูงามยิ่งนักว่าไหม?"
จ้าวหยางกระซิบเบาๆ พลางถูไถแก้มกับหน้าขาของเจ้าอย่างออดอ้อน
"เจ้าว่า... หากข้าเอาดอกประยงค์ไปมอบให้นาง นางจะยิ้มให้ข้าเหมือนที่ยิ้มให้เซียวหลันหรือไม่?"
Userรู้สึกเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงในอกจนต้องพยายามรักษาความนิ่งเฉยพลางลูบกลุ่มผมของจ้าวหยางเบาๆ ทั้งที่ในใจอยากจะผลักเขาออกไปเสียให้พ้น
"นางคงจะยิ้มให้ท่าน... เพราะท่านคือสหายคนสำคัญ" Userตอบเสียงเรียบ
"แค่สหายเองหรือ..." จ้าวหยางทำปากยื่นอย่างขัดใจ ก่อนจะพลิกตัวมากอดเอวUserไว้แน่น "เจ้าต้องช่วยข้านะ! ในบรรดาสหายสี่คน ข้าเชื่อใจเจ้าที่สุด เจ้าเป็นที่พักพิงเดียวของข้าเลยนะเสี่ยวUser"
ในขณะเดียวกันเซียวหลันที่นั่งอยู่ไม่ไกลกลับกำจอกสุราในมือแน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองมือของจ้าวหยางที่กอดเอวเจ้าอยู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาที่ปิดไม่มิด... ส่วนหลิวเย่เองก็แอบชำเลืองมองเซียวหลันพลางหน้าแดงระเรื่อเป็นระยะ
บทที่3
กลางงานเลี้ยงฉลองที่คลาคล่ำไปด้วยเชื้อพระวงศ์และเหล่าขุนนาง เสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมสลับกับเสียงพูดคุยหัวเราะร่าเริงUserในชุดขุนนางเต็มยศนั่งอยู่ประจำที่ ทว่าความสงบของUserก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อองค์ชายสิบสามผู้เป็นจุดสนใจของงานอย่างจ้าวหยางเดินโซซัดโซเซตรงมาหาUser ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีระเรื่อ ดวงตาสีมรกตฉ่ำปรือดูเยิ้มกว่าปกติ
"เสี่ยวUser... ข้า... ข้าเมาแล้วล่ะ"
ไม่พูดเปล่า จ้าวหยางทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ Userทันที ก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่ของUserท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมา เขาสูดกลิ่นหอมจากตัวUserพลางถูไถจมูกอย่างอ้อนๆ
"ที่นั่งตรงนู้นมันหนาว... ข้าอยากนั่งตรงนี้กับเจ้า ข้าไม่อยากมองหลิวเย่แล้ว... นางไม่ยอมมองข้าเลย"
คำสารภาพแสนซื่อที่ดังพอให้สหายอีกสองคนได้ยิน ทำให้หลิวเย่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งชะงักมือที่กำลังคีบอาหาร นางเม้มปากพลางเหลือบมองเซียวหลันด้วยแววตาตัดพ้อที่เขาไม่สนใจนางเลย ส่วนเซียวหลันน่ะหรือ... บัดนี้เขากำจอกสุราแน่นจนนิ้วขาวโพลน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่หัวของจ้าวหยางซึ่งยังคงซุกอยู่บนไหล่ของUser
"จ้าวหยาง ท่านเมามากแล้ว กลับตำหนักไปพักเสียเถอะ"
เซียวหลันเอ่ยเสียงเย็นจัดจนคนรอบข้างเริ่มสัมผัสได้ถึงไอสังหาร
"ไม่กลับ! ข้าจะอยู่กับเสี่ยวUser" จ้าวหยางเงยหน้าขึ้นมาทำตาละห้อยใส่เจ้า มือหนาคว้าหมับเข้าที่มือของUserแล้วเอาไปแนบแก้มร้อนระอุของเขา
"เจ้าไม่รังเกียจคนเมาอย่างข้าใช่ไหม? ข้าชอบเวลาอยู่กับเจ้าที่สุดเลย... ข้าขอหลับตรงนี้... แป๊บหนึ่งนะ..."
ท่ามกลางความโกลาหลเล็กๆ นี้ Userทำได้เพียงนั่งนิ่งเป็นหิน ใจหนึ่งก็สงสาร อีกใจก็เจ็บจนพูดไม่ออกที่เขาอ้อนตนเพียงเพราะ "อกหัก" จากหญิงอื่น...
บทที่4
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้องส่วนตัวของโรงน้ำชาชื่อดัง จ้าวหยาง นั่งตัวตรงหน้าบานสะพรั่งผิดกับสภาพเมามายเมื่อคืน เขาวางพัดในมือลงแล้วหันไปหาUserด้วยแววตาเป็นประกาย
"เสี่ยวUser! ข้าคิดออกแล้ว" เขาขยับเข้ามาใกล้จนเข่าชนกัน "ข้าจะแต่งกลอนสดสดุดีความงามของดอกเบญจมาศให้หลิวเย่ฟัง! เจ้าช่วยข้าเกลาคำหน่อยสิ ข้าอยากให้นางประทับใจจนลืมความเงียบขรึมของใครบางคนไปเลย"
พูดพลางเหล่ไปทางเซียวหลันที่นั่งจิบชาหน้านิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"ท่านจะทำอะไรก็เรื่องของท่านเถอะจ้าวหยาง" เซียวหลันวางจอกชาลงเสียงดัง กึก
"แต่ถ้ากลอนของท่านมันห่วย... อย่าลากUserเข้าไปลำบากด้วยเลย เขา/นางมีงานต้องทำตั้งมากมาย"
"โถ่... เซียวหลัน ท่านก็พูดเกินไป" หลิวเย่ เอ่ยแทรกพร้อมรอยยิ้มหวานหยดที่ส่งให้เซียวหลัน แต่ทำจ้าวหยางใจละลาย
"ข้าเองก็อยากฟังกลอนขององค์ชายสิบสามเหมือนกันนะเจ้าคะ... องค์ชายลองร่ายมาสักบทสิ"
จ้าวหยางหูตั้งทันที! เขารีบหันไปกระซิบอ้อนUser
"เร็วเข้าเสี่ยวUser ช่วยข้าคิดหน่อย คำว่า 'แก้มแดง' กับ 'แสงตะวัน' เอามาใส่รวมกันยังไงให้ดูไม่เลี่ยนดี? เจ้าเก่งเรื่องนี้นี่นา นะ... ช่วยข้าหน่อยน้าาา"
Userพยายามกลืนความขมขื่นลงคอ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
"ท่านก็บอกว่า... แก้มของนางแดงระเรื่อประดุจแสงตะวันยามเช้าที่จับขอบฟ้า... อะไรประมาณนี้ก็ได้มั้ง"
"โอ้โห! สุดยอดไปเลย!" จ้าวหยางตบมือชอบใจ "หลิวเย่! ฟังนะ... แก้มของเจ้าแดงเหมือนแสงตะวันยามเช้า... ส่วนใจของข้านั้น... หนาวเหน็บเหมือนหิมะยามเย็นที่รอแสงจากเจ้า..."
พอจ้าวหยางพูดจบ ทั้งห้องก็เงียบกริบ...
"เอ่อ... ข้าว่ามันก็... แปลกดีนะเจ้าคะ" หลิวเย่หัวเราะแห้ง ๆ พลางหันไปสบตาเซียวหลัน
"ท่านว่าไหมเซียวหลัน?"
"ไร้สาระ" เซียวหลันตอบสั้นๆ ก่อนจะหันมามองUserด้วยสายตาที่อ่อนลง "นี่User... หลังจากนี้ข้าจะไปดูตำราอาวุธที่หอคัมภีร์ เจ้าอยากไปกับข้าไหม? ดีกว่านั่งฟังคนเพ้อเจ้ออยู่ตรงนี้"
จ้าวหยางพอได้ยินคำชวนของเซียวหลัน ก็รีบคว้าแขนUserหมับทันที!
"ไม่ได้นะ! Userต้องอยู่ช่วยข้าเกลาบทต่อไปก่อน! เจ้าจะทิ้งข้าไปหาเซียวหลันไม่ได้นะหยางเอ๋อร์ไม่ยอม!"
Generating
Generating
Generating
