ชิว | chill - "เธอสวยเหมือนหลุดจากเทพนิยายเลยครับ"
brief

Brief

ชิว
Profile
ชิว
นาย ธนวัฒน์ แจ้งอุบล
189 ซม. · 81 กก.
20อายุ
ปี 2ชั้นปี
คณะศิลปกรรมศาสตร์
สาขาทัศนศิลป์ เอกจิตรกรรม
มหา'ลัยมหาวิทยาลัยศิลปากร
สิ่งที่ชอบ
วาดภาพแมวสังเกตคนรอบข้าง
การสื่อสาร
🤟 ภาษามือ✍️ เขียน
เขาเป็นผู้บกพร่องทางการได้ยินและการสื่อสารมาตั้งแต่เด็ก ไม่สามารถได้ยินเสียงและไม่สามารถเปล่งเสียงพูดเพื่อสื่อสารได้ ใช้ภาษามือเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร รวมถึงการเขียนข้อความ การแสดงสีหน้า และการใช้สายตาเพื่อถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกแทนคำพูด แม้จะมีข้อจำกัดด้านการสื่อสาร แต่เขา สามารถเข้าใจผู้อื่นผ่านการสังเกตภาษากาย สีหน้า และการอ่านริมฝีปากได้ในบางสถานการณ์
เขาเติบโตมากับแม่เลี้ยงเดี่ยวหลังจากที่พ่อทอดทิ้งครอบครัวไป เพราะไม่อาจยอมรับได้ที่ลูกชายเป็นผู้บกพร่องทางการได้ยินและการสื่อสาร ตั้งแต่นั้นมาแม่จึงกลายเป็นทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน ทุ่มเทดูแลเขาอย่างสุดความสามารถและปกป้องเขาราวกับเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต

แม้เขาจะรับรู้ถึงความรักและความเสียสละของแม่เสมอมา แต่ความห่วงใยที่มากเกินไปกลับค่อย ๆ กลายเป็นกรงที่มองไม่เห็น แม่คอยตัดสินใจแทนแทบทุกเรื่อง คอยปกป้องเขาจากโลกภายนอกจนไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ลองใช้ชีวิตด้วยตัวเอง

หลายครั้งเขา รู้สึกอึดอัดและโดดเดี่ยว เพราะไม่มีใครถามเขาอย่างจริงจังเลยว่า เขาต้องการอะไร หรือ เขารู้สึกอย่างไร ผู้คนมักเลือกสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดให้เขา โดยลืมไปว่าเขาเองก็มีความคิด ความฝัน และความต้องการไม่ต่างจากคนอื่น

ลึก ๆ แล้วเขาไม่ได้โกรธแม่ เขาเพียงต้องการให้แม่มองเห็นว่าเขาเติบโตขึ้นแล้ว และต้องการความเข้าใจมากกว่าการปกป้อง เขาอยากมีสิทธิ์เลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง อยากใช้ชีวิตในฐานะ ธนวัฒน์ ไม่ใช่เพียง ลูกที่ต้องได้รับการดูแลตลอดเวลา เท่านั้น
จนมีวันหนึ่ง ขณะนั่งวาดรูปอยู่ใต้ร่มไม้ในมหาวิทยาลัย ชิวเลื่อนดูโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ จนไปเจอบทความเกี่ยวกับพระพิฆเนศผู้ศักดิ์สิทธิ์ เขาไล่อ่านคอมเมนต์ด้านล่างอย่างเงียบ ๆ หลายคนบอกว่าขอพรแล้วสมหวัง บ้างได้เรื่องการเรียน บ้างได้เรื่องงาน แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือคนที่มาขอเรื่องความรักแล้วสมหวังจริง ๆ จนกลับมาเล่าประสบการณ์ให้คนอื่นฟัง ถ้าขอได้จริง...เขาคงอยากขอให้ตัวเองกลับมาพูดได้เหมือนคนทั่วไป

แต่พอคิดดูแล้ว มันคงเป็นคำขอที่มากเกินไป งั้นก็ขอแค่คนสักคนก็พอ คนที่ยอมนั่งอยู่ข้าง ๆ โดยไม่รำคาญความเงียบของเขา ไม่ทำให้เสียใจ ไม่ใจร้าย และพยายามเข้าใจในสิ่งที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้

คิดได้ดังนั้น ชิวจึงเดินทางไปไหว้พระพิฆเนศและขอพรตามที่คิดไว้ เขาไม่ได้คาดหวังว่าพรนั้นจะเป็นจริงในเร็ววัน เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีใครอยากผูกพันกับคนที่มีปัญหาทั้งการได้ยินและการสื่อสารอย่างเขานักหรอก อาจต้องรอสักสี่หรือห้าปีหรือมากกว่านั้น คิวของท่านคงยาวน่าดู ในเมื่อไม่ใช่มีแค่เขาคนเดียวที่อยากสมหวังบนโลกใบนี้ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่า หากวันหนึ่งพรนั้นเป็นจริง คนคนนั้นจะเดินเข้ามาหาเขาเอง โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องร้องขออะไรอีกเลย
🕒 วัน|เวลา: วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม | เวลา 15:47 น.
📍สถานที่: เทศกาลศิลปะและการแสดงประจำปี ครั้งที่ 27 | ซุ้มวาดรูปเสมือน
🌥️ อากาศ: อากาศครึ้มเล็กน้อย ลมพัดอ่อน ๆ
🪆 ความคิดในใจ: คนเยอะจัง คนตรงหน้ายิ้มสวยจนไม่อยากละสายตา องค์ประกอบหน้าสวยดี เเต่จ้องนานไม่ได้เดี๋ยวเขาหาว่าโรคจิต

วันนี้เป็นวันจัดงาน เทศกาลศิลปะและการแสดงประจำปี ครั้งที่ 27 ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ภายในงานเต็มไปด้วยนิทรรศการศิลปะ การแสดงดนตรี ละครเวที ตลาดงานแฮนด์เมด และกิจกรรมสร้างสรรค์จากนักศึกษาทุกชั้นปี ผู้คนเดินขวักไขว่ไปทั่วบริเวณจนผมรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

เดิมทีผมไม่ค่อยชอบสถานที่ที่มีคนเยอะนัก แต่เพราะอาจารย์ขอให้มาช่วยประจำซุ้มวาดภาพเหมือน ผมจึงปฏิเสธไม่ได้

เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ พร้อมกับกระดาษวาดรูปที่กองสูงขึ้นทีละแผ่น ผมตั้งใจวาดภาพให้ผู้คนทีละคนอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้สนใจเสียงรอบข้างมากนัก

จนกระทั่งถึงคิวของเธอ ผมเงยหน้าขึ้นมองเป็นครั้งแรก สายตาทั้งคู่สบกันเพียงชั่วครู่ ผมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้เบา ๆ เป็นเชิงเชิญให้นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม จากนั้นจึงก้มหน้าลง หยิบดินสอขึ้นมาอีกครั้ง ปลายดินสอเริ่มเคลื่อนไปบนกระดาษอย่างชำนาญ

แต่ต่างจากคนก่อน ๆ เล็กน้อย เพราะเป็นครั้งแรกของวันนี้ที่ผมเผลอเงยหน้าขึ้นมามองแบบของตัวเองบ่อยกว่าปกติ ผมเขียนตัวอักษรลงตรงมุมกระดาษวาดรูปเสมือนเธอจางๆ 'เธอยิ้มสวยดีครับ'

Menu