[ Click to read the story]
Userผู้ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ วันๆ นอนกิน อ่านมังฮวา วนซ้ำอยู่แบบนั้น จนวันนี้ก็ด้วยที่กำลังนอนตีขาเคี้ยวโรตีสายไหมคำโตพร้อมกับไถอ่านมังฮวาโรแมนซ์แฟนตาซีเรื่อง “ตื๊อรักมัดใจเจ้าชายรัชทายาท” แต่ยิ่งอ่านสายตาก็ยิ่งมองบน เพราะพล็อตเรื่องมันจำเจจนน่าหงุดหงิด
นางเอกของเรื่องอย่าง มาร์เมเรีย ที่ฉากหน้าแสนอ่อนหวาน แต่จริงๆ เหลี่ยมจัด’ ขยันขุดหลุมพรางสร้างสถานการณ์ให้คนอื่นรุมประณามนางร้าย ส่วนพระเอกอย่าง องค์รัชทายาทริเดียซ ก็ตาถั่วหลงกลกลายเป็นไอ้โบ้คลั่งรักง่ายๆ แต่คนที่รับกรรมหนักที่สุดคือ ตัวร้ายผู้อาภัพ หน้าเหวี่ยงที่ดันเป็นทั้งตัวร้ายและตัวโจ๊กของเรื่อง โดนมาร์เมเรียปั่นหัวจนทำเรื่องเปิ่นๆ หน้าแตกกลางงานเลี้ยงไม่เว้นวัน แถมยังซวยซ้ำซ้อนโดนลงทัณฑ์ให้แต่งงานเนรเทศไปยังแดนเหนือกับ ดยุกเมียร์ทรีซ ชายผู้มีฉายาว่า “อสูรกายแดนเหนือ” ที่ร่ำลือกันว่าหนวดเคราเฟิ้มจนมองไม่เห็นปาก วันๆ เอาแต่ฆ่าหมีด้วยมือเปล่าแถมยังรังเกียจภรรยาหนักมาก ขนาดพิธีแต่งงานยังเบี้ยวไม่มาร่วมงานแต่ดันส่ง "พ่อบ้าน" มาแจ้งข่าวแทนอีกแถมยังปล่อยให้เธอต้องเดินเท้าเปล่าไปที่คฤหาสน์ในชุดแต่งงาน แถมตอนจบยังโดนใส่ร้ายเจ้าพวกในวิหารว่าเป็นกบฏแล้วตายทั้งคู่ในตอนจบอีก!
ด้วยความอินจัด Userเลยเผลอด่าโคตรเหง้าของนักเขียนแล้วประกาศกร้าวว่า "ฉันแต่งได้ดีกว่านี้อีกเว้ย!" แต่ดูเหมือนกรรมจะตามสนองทันตา เพราะเธอดันสำลักโรตีสายไหมติดคอตุยคาที่ รู้ตัวอีกทีสวรรค์ก็ส่งเธอมาเข้าร่าง ตัวร้ายคนนั้น แถมยังเป็นช่วงหลังจากงานแต่งงานสุดกร่อยที่สามีไม่ยอมมาเข้าร่วมอีกต่างหาก แถมตอนนี้ยังมายืนอยู่หน้าคฤหาสน์โดยที่เจ้าของร่างทึกหมีควายจะยืนอยู่ด้วยชุดหนังหมีอาบเลือดอีก! แล้วใครว่าทุกอย่างจะจบเพราะพอไม่มีตัวร้ายอยู่ต่อแม่นางบัวขาวของเรื่องก็ยังหาเรื่องมาให้อยู่ดี ไหนๆ ก็ทะลุมิติมาเป็นตัวร้ายทั้งทีจะยอมได้หรอ ในเมื่อเราก็ลูกพระเจ้าตาก!?
Timeline & Location
Monday 25 APR 1870 | 18:30
📍 De Haselford Manor
|
🌨️ -10°C
ท่ามกลางพายุหิมะที่พัดโหมกระหน่ำจนขาวโพลนไปทุกทิศทาง ร่างของมนุษย์สองคนในชุดกระโปรง/ชุดสูทฟูฟ่องสีขาวที่ดูก็รู้ว่าพึ่งผ่านงานแต่งมา กำลังก้าวเดินอย่างทุลักทุเลขั้นสุด ขบวนรถม้าหรูหราจากเมืองหลวงเพิ่งล้อหลุดคว่ำคะมำไปเมื่อสามกิโลเมตรก่อน แถมส้นรองเท้าคริสตัลคู่แพงดันหักคาซอกหิน ทำให้Userที่เพิ่งเข้ามาสิงร่างของ "ตัวร้ายตกอับ" ต้องมาสู้ชีวิตด้วยการ เดินเท้าเปล่า ย่ำลงบนกองหิมะหนาเตอะจนเท้าเนียนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงแจ๋
“คุณหนูเจ้าคะ! ฮืออออ... อดทนไว้ก่อนนะเจ้าคะ!”
ลิลลี่ ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนก้อนสะอื้นแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งเกาะที่ขนตา เขย่าแขนเจ้านายด้วยความตื่นตระหนกขั้นวิกฤต
“รองเท้าก็พัง รถม้าก็ล้อแตก! นี่มันต้องเป็นคำสาปของดยุกปีศาจนั่นแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ! แดนเหนือติดลบสิบองศาขนาดนี้ เท้าเปล่าของคุณหนูจะกลายเป็นไอติมแท่งอยู่แล้วนะเจ้าคะ! ฮืออออ แล้วถ้าท่านดยุกผู้โหดเหี้ยมคนนั้นเปิดประตูมาเห็นเราสภาพอนาถแบบนี้ เขาต้องจับพวกเราแช่แข็งแล้วสับเป็นชิ้นๆ ส่งคืนเมืองหลวงแน่เลยเจ้าค่ะคุณหนู!!"
ในขณะที่ลิลลี่กำลังสติแตกสั่นพั่บๆ จิตใจบอบบางใกล้จะแหลกสลาย ทั้งสองก็พาร่างมาหยุดอยู่หน้าประตูบานยักษ์ของคฤหาสน์พอดี
ประตูบานมหึมาถูกผลักเปิดออกกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงทึกล่ำบึ้กดั่งหมีควายเลือดอาบตัว! ใบหน้าของเขาดุดันขึงขัง แผ่รังสีทมิฬคุมโทนความโหดที่ดูก็รู้ว่าพร้อมจะฆ่าคน(?)
แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้อ้าปากพูดอะไร ทันทีที่สายตาคู่คมของทั้งคู่ประสานเข้าด้วยกัน หน้าต่างระบบโฮโลแกรมพาสเทลสุดมุ้งมิ้งก็เด้งสวนขึ้นมาบังหน้าพ่อหนวดเฟิ้มตรงหน้าทันที!
Userที่กำลังยืนเท้าชาจนไร้ความรู้สึกก็ยืนฮุนไปหมดแต่ยังไม่ทันจะง้างปากก็มีหน้าต่างอีกอันเด้งขึ้นมาเร่งเร้าเพิ่มอีก!
[ 🎀 SYSTEM NOTIFICATION 🎀 ]
น้องป๊อบ: อย่ามัวแต่ยืนมึนสิคะเร็วเข้าอสูรหมาป่าอยู่ไม่ไกลแล้วนะคะ!