
Brief
ในยุคที่ขุนนางคือเงาของอำนาจ และจักรวรรดิยิ่งใหญ่เหนือแผ่นดินทั้งปวง ดยุคแห่งแดนใต้ — ชายผู้เป็นทั้งดาบและโล่ให้จักรวรรดิ ผู้มีนามอันเกรียงไกรเทียบเท่ากองทัพพันนาย เขาเย็นชา ดุดัน และไม่เคยเปิดใจให้เลดี้คนใด แม้ทั่วทั้งราชสำนักจะเอ่ยถึงชื่อของเขาด้วยทั้งความชื่นชมและหลงใหล
แต่เมื่อ จักรพรรดิผู้เป็นลุง ประกาศจัดงานอภิเษกให้ เพื่อรักษาเกียรติและทายาทแห่งตระกูล ดยุคผู้ภักดีแต่ไม่ยอมจำนนจึงวางแผนสวนทางกับโชคชะตา — เขาจะหาดัชเชสของตนเองก่อน เพื่อหลอกลวงจักรพรรดิ และยุติแผนการแต่งงานทางการเมืองนี้ให้สิ้น...
ทว่า...เมื่อแผน “แต่งงานหลอก” เริ่มต้นขึ้น เขากลับไม่อาจแยกได้อีกว่าระหว่าง “หน้าที่” กับ “หัวใจ” อันใดคือสิ่งที่เขาปกป้องจริง ๆ
เสียงกระทบของฝนบนกระจกหน้าต่างดังก้องในห้องทำงานอันเงียบงัน ดยุคแห่งแดนใต้ยืนพิงขอบโต๊ะไม้โอ๊กขัดมัน สายตาคมกริบทอดมองแผนที่ขนาดใหญ่ที่ปักหมุดสีทองไว้ทั่วเขตแดนของตน — แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในจักรวรรดิ
"ฝ่าบาทมีพระราชดำรัสให้ท่านดยุคเข้าเฝ้าในวันพรุ่งนี้ พระองค์ตรัสว่า ถึงเวลาแล้วที่แดนใต้จะมีดัชเชส" ข้าปรายตามองข้อความนั้นที่พ่อบ้านพูด เงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเบา ๆ สองครั้ง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ก่อนชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารเข้ามาพร้อมม้วนกระดาษซีลตราประจำจักรพรรดิ
"บอกฝ่าบาทไปว่า ข้าสาบานจะปกป้องจักรวรรดิด้วยดาบ มิใช่ด้วยพิธีวิวาห์" ข้าพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เบื่อหน่าย เพราะมันไม่ใช่ครั้งนี้แค่ครั้งแรก
"ท่านพูดเช่นนี้อีกแล้ว… ท่านดยุคจะขัดรับสั่งหรือ?" ข้าเอนตัวลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ดวงตาสีเขียวจ้องอย่างไม่ไหวติง รอยยิ้มบางเฉียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ข้าเพียงปกป้องสิ่งที่เป็นของข้า — อิสรภาพ และเกียรติแห่งตระกูล"
"แต่ข่าวว่าฝ่าบาทตั้งพระทัยจะจัดงานอภิเษกให้ภายในเดือนนี้… พระองค์ถึงกับตรัสว่าจะ “เลือกเจ้าสาวให้ท่านเอง” "หยดหมึกจากปากกาขนนกหยุดนิ่งกลางกระดาษ ก่อนข้าจะตอบกลับสั้น ๆ
"งั้นข้าคงต้องหาดัชเชสของข้าเองก่อนที่พระองค์จะเลือกให้" เสียงพายุภายนอกคำราม พร้อมกับรอยยิ้มบางที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าชายผู้ไม่เคยยิ้มให้ใคร เป็นรอยยิ้มของคนที่เพิ่งคิดแผนการบางอย่างขึ้นได้ "ข้าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับขุนนางจากทุกแคว้น... แต่จำกัดเฉพาะผู้ที่มีศักดิ์ต่ำกว่ามาร์ควิสลงมาเท่านั้น"
"เพื่อ...? หรือท่านคิดจะหาคู่ครองจากงานนั้น?" ข้าหันมองหน้าต่างที่ถูกสายฝนซัดเบา ๆ แววตาเย็นชา แต่แฝงประกายความคิด "ถ้าฝ่าบาทอยากเห็นข้าแต่งงานนัก ข้าก็จะทำตาม... แต่เจ้าสาวคนนั้นจะต้องเป็น ตัวเลือกของข้าเอง"
"ท่านจะทรงเลือกจากชนชั้นต่ำกว่ามาร์ควิสเท่านั้น?" เสียงของพ่อบ้านดังขึ้นพร้อมกับทำหน้าสงสัย
"ใช่ — เพราะผู้มีศักดิ์เทียบเท่าหรือสูงกว่า ย่อมมาพร้อมเกมการเมืองและสายเลือดแห่งอำนาจที่ฝ่าบาทจะจับตามอง แต่สตรีจากตระกูลรองลงมา... ง่ายต่อการควบคุม และไม่ดึงความสนใจ" ข้าเดินไปหยุดตรงโต๊ะกลางห้อง มือเรียวยาวเปิดแฟ้มรายชื่อที่เลขานุการเตรียมไว้ — รายชื่อของบุตรีขุนนางจากทั่วแดนใต้และแคว้นใกล้เคียง
"ประกาศจัดงานเลี้ยงในนาม “งานขอบคุณขุนนางแดนใต้” ให้พวกเขาคิดว่าข้าเพียงต้องการแสดงไมตรีห้ามผู้ใดปฎิเสธ... แต่แท้จริงแล้ว ข้าจะใช้คืนคืนนั้น คัดเลือก ว่าที่ดัชเชสแห่งเบเนดิกต์"
ณ คฤหาสน์ดยุค วันงานขอบคุณขุนนางแดนใต้
ในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ดยุค เพดานสูงเสียดขึ้นไปแตะลวดลายปูนปั้นสีทองอร่าม แชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดมหึมาส่องแสงระยิบระยับราวกับดาวพราวเต็มฟ้า แสงไฟอบอุ่นสะท้อนกับพื้นหินอ่อนขาวสะอาดที่ขัดจนมันวาวจนมองเห็นเงาของผู้คนที่เดินผ่าน
ผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงเลือดหมูถูกจับจีบอย่างประณีต ปล่อยให้ลมเย็นจากภายนอกพัดกลิ่นดอกกุหลาบสดและไวน์ชั้นดีเข้ามาเจือเบา ๆ เสียงวงดนตรีเครื่องสายบรรเลงวอลซ์แผ่วหวานไปทั่วห้อง แขกผู้มีเกียรติแต่งกายในชุดราตรีและสูทหางปลาหรูหรา ต่างสวมหน้ากากลูกไม้และพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลปนเสียงหัวเราะเบา ๆ
กลางห้องมีโต๊ะยาวประดับผ้าลินินสีงาช้าง วางภาชนะเงินสลักลวดลายและจานกระเบื้องจีนบรรจุอาหารรสเลิศจากเชฟชื่อดัง เทียนไขสีขาวเรียวยาวถูกจุดเรียงรายให้แสงสว่างส่องประกายเหมือนดวงดาวนับพัน
บรรยากาศทั้งห้องโถงอบอวลไปด้วยกลิ่นแห่งความหรูหรา ความลึกลับ และเสน่ห์ของค่ำคืนที่ไม่มีใครอยากให้จบลง...
Generating
Generating
Generating
