ตั๋วรถไฟขบวนสุดท้าย The Last Passenger - ปลายทางจะเป็นความหวังจริงหรือ?
brief

Brief

NO. 000

ขึ้นรถไฟ...ก่อนเที่ยงคืน
แล้วคุณจะรู้ว่า
"ไม่มีใคร...ลงจากขบวนนี้"

THELASTPASSENGER
THE LAST PASSENGER
ADMIT ONE
NO. 000

รายการเรียลลิตี้ที่คุณต้องเดิมพันด้วย "ความทรงจำ" และ "ตัวตน"

LIVE
UNKNOWN CHANNEL

PROGRAM INFORMATION

CONFIDENTIAL DOCUMENT

BASIC INFO

ProgramTHE LAST PASSENGER
GenrePsychological Reality Survival
StatusLIVE
Contestants12 คน (ชาย 6 / หญิง 6)
Recording13 Days / 13 Nights
AudienceUNKNOWN

FILM LOCATION

CountryUNKNOWN
RailwayMidnight Railway
TrainNo. 000
PlatformUNKNOWN
SignalLost

REWARD SYSTEM

PointPassenger Point (PP)
100 PPคำใบ้
300 PPห้องพักส่วนตัว
500 PPเลือกคู่
1000 PPเปิดแฟ้มลับ
5000 PPReturn Ticket

ROMANTIC SPOTS

  • Observation Lounge
  • Dining Car
  • Library
  • Clock Room
  • Glass Corridor
  • Flower Garden

PROGRAM STORY

*ทุกคืนเวลา 23:59

เสียงประกาศดังขึ้น

"Passenger...
วันนี้คุณยังมีสิทธิ์เป็นมนุษย์อยู่หรือไม่"

รถไฟจะสุ่ม Event ประจำวัน

ไม่มีใครรู้ว่ารถไฟกำลังไปไหน

ไม่มีใครลงจากรถไฟได้

จนกว่าจะเหลือ "ผู้โดยสารคนสุดท้าย"

แต่...

คำว่า "ผู้โดยสารคนสุดท้าย"
อาจไม่ได้หมายถึง "ผู้ชนะ"

TICKET NO. 000 — PLATFORM UNKNOWN — DEPARTURE: MIDNIGHT

TRAIN BLUEPRINT

NO. 000 — MIDNIGHT RAILWAY

00

LOCOMOTIVE

หัวรถจักร

ห้ามเข้า
01

TICKET OFFICE

ห้องพนักงานตั๋ว

รับภารกิจ
02

DINING CAR

ร้านอาหาร

พบปะผู้เล่น
03

LIBRARY

ห้องสมุด

ค้นหาความจริง
04

OBSERVATION

ห้องชมวิว

โรแมนติก
05

FLOWER GARDEN

สวนดอกไม้

ออกเดต
06

CLOCK ROOM

ห้องนาฬิกา

สารภาพรัก
07

LOUNGE

เลานจ์

พักผ่อน
08

PASSENGER CABINS

ห้องพักผู้โดยสาร

พักอาศัย
09

BATH HOUSE

ห้องอาบน้ำ

เปิดเฉพาะกลางคืน
10

GLASS CORRIDOR

ทางเดินกระจก

จุดถ่ายรูป
11

SECRET ARCHIVE

แฟ้มลับ

ใช้ 1000 PP
12

LAST PLATFORM

สถานีสุดท้าย

เข้าได้วันสุดท้าย

PROGRAM RULES

VIOLATION IS NOT PERMITTED

RULE 01

CURFEW

หลัง 22:00 ห้ามอยู่คนเดียวเกิน 30 นาที

RULE 02

THIRTEEN KNOCKS

ถ้าได้ยินเสียงเคาะประตู 13 ครั้ง ห้ามเปิด

RULE 03

DOUBLE ANNOUNCEMENT

ถ้าพนักงานตั๋วประกาศซ้ำสองครั้ง ให้ทำตามครั้งแรกเท่านั้น

RULE 04

FORGOTTEN NAME

หากพบผู้โดยสารที่ "จำชื่อของตัวเองไม่ได้" ห้ามช่วยจำ

RULE 05

CAR ZERO

ห้ามเดินผ่านตู้หมายเลข 0 เว้นแต่ระบบอนุญาต

RULE 06

DOUBLE SIGHTING

หากเห็นคนเดิมสองคนพร้อมกัน ห้ามทักทั้งคู่

RULE 07

03 : 33 AM

เวลา 03:33 ห้ามมองออกนอกหน้าต่าง ห้ามเปิดม่าน และห้ามมองเงาสะท้อนในกระจกหน้าต่างด้วย

RULE 08

COUNT LIMIT

หากมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเกิน 12 คน ห้ามนับจำนวนอีกครั้ง

RULE 09

SILENT STOP

ถ้ารถไฟหยุดโดยไม่มีประกาศ ห้ามลงจากรถเด็ดขาด

RULE 10

SECOND CONDUCTOR

หากได้ยินเสียงประกาศจาก "พนักงานตั๋วคนที่สอง" อย่าทำตามคำสั่งนั้น

PASSENGER POINT

EXCHANGE SYSTEM

Trust Point

  • ช่วยคนอื่น
  • ทำภารกิจร่วม
  • ไม่โกหก (?)

Suspicion Point

  • โกหก
  • ขโมยของ
  • หายตัวตอนกลางคืน
หากคะแนนเยอะเกิน รถไฟจะสุ่ม Event ตามล่า

Passenger Point

  • ผ่านภารกิจ
  • ได้รับโหวต
  • เปิดเผยความจริง
  • ช่วยผู้โดยสาร

ANNOUNCE

MISSION ANNOUNCE

Missions

ช่วงเวลาของวัน

  • เช้า
  • บ่าย
  • ค่ำ
  • ก่อนเที่ยงคืน
  • กลางคืน

การประกาศภารกิจ

รายการจะประกาศ Mission เช่น

"คืนนี้ มีคนโกหกอยู่หนึ่งคน จงหาตัวให้พบ"

"จับมือคนที่คุณเชื่อใจที่สุด"

ภารกิจจะเปลี่ยนทุกวัน

Mission Creation Permissions

ใช้ระบบ Mission Ticket

ได้ Mission Ticket จาก

  • คะแนนสูงสุดประจำวัน
  • ชนะโหวต
  • ชนะเกม
  • แลกด้วย Passenger Point

เมื่อใช้

เจ้าของ Ticket สร้างภารกิจได้ แต่ต้องอยู่ในกฎของรถไฟ

ห้าม: สั่งฆ่า, บังคับสารภาพทั้งหมด, เปิดเผยอดีตทั้งหมด
รถไฟจะไม่อนุมัติ

เช่น: ให้ใครสองคนเดท, ให้ทุกคนเปิดเผยความลับ

All characters can create missions

วันนี้
A คะแนนเยอะ
A สร้าง "Random Date"

พรุ่งนี้
B คะแนนเยอะ
B สร้าง "คืนนี้ทุกคนห้ามใช้ชื่อจริง"

Secret Mission

ทุกคนมีภารกิจลับ สุ่ม

A ทำให้มีคนร้องไห้

B ห้ามโกหกทั้งวัน

C อย่าให้ใครแตะตัว

ทำสำเร็จ +Passenger Point

Date

ไม่ใช่แค่จีบ แบ่งเป็น

  • Normal Date
  • Night Date
  • Memory Date
  • Danger Date

Danger Date

รถไฟจะปิดไฟเหลือแค่สองคน ระหว่างเดทอีกฝ่ายอาจ

  • สารภาพ
  • โกหก
  • เปิดความทรงจำ
Night Event

ทุกคืนรถไฟจะสุ่ม

  • ไฟดับ
  • หมอก
  • มีเสียงเคาะประตู
  • ทุกคนต้องอยู่รวมกัน
  • และอีกมากมาย
เหตุการณ์สุ่มทุกคืน
Vote

ไม่ใช่โหวตออก แต่โหวตคืนนี้ใครควร...

  • ได้เดท
  • ได้สร้าง Mission
  • ได้ห้องเดี่ยว
  • ได้เปิดความทรงจำ
  • ได้รับกุญแจ

คนชนะได้สิทธิ์

ไม่ใช่รอดออกไป

CHARACTER PROFILE

CLICK CARD TO REVEAL CLASSIFIED INFO

MISSION SYSTEM

BLACK ENVELOPE

MISSION 01★☆☆☆☆

FIRST IMPRESSION

พูดคุยกับผู้โดยสารที่คุณไม่เคยรู้จัก เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที

Reward : 100 PP
MISSION 02★★☆☆☆

SECRET LETTER

เขียนจดหมายลับถึงใครก็ได้ โดยไม่เปิดเผยชื่อผู้ส่ง

Reward : 200 PP
MISSION 03★★★☆☆

MIDNIGHT DINNER

รับประทานอาหารกับผู้โดยสาร ที่คุณไม่เคยร่วมโต๊ะมาก่อน

THE LAST PASSENGER — NO. 000

ALL RIGHTS RESERVED. CONFIDENTIAL DOSSIER.

TRANSMISSION LOG
DATE

Sunday, 12 July 2067

TIME

23 : 59

LOCATION

Unknown Railway — Sector 7

WEATHER

12°C — Heavy Rain

SPEED

87 km/h

เสียงหวูดรถไฟดังแว่วมาแต่ไกล ก่อนจะถูกกลืนหายไปพร้อมเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาโลหะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลมเย็นพัดเอากลิ่นดินเปียกและไอน้ำโชยผ่านชานชาลาที่ว่างเปล่า ไม่มีผู้โดยสารคนอื่น ไม่มีเจ้าหน้าที่ ไม่มีแม้แต่ป้ายบอกชื่อสถานี มีเพียงขบวนรถไฟสีดำสนิทที่จอดนิ่งราวกับรอใครบางคนมาเป็นเวลานาน

ประตูบานสุดท้ายเปิดออกเองอย่างช้า ๆ พร้อมเสียงกลไกเก่าแก่ครางเบา ๆ ราวกับกำลังเชื้อเชิญ ตั๋วสีดำในมือดูเย็นเฉียบผิดปกติ ไม่มีข้อความใดบนนั้น นอกจากตัวอักษรสีเงินเพียงประโยคเดียว

The Last Passenger

เมื่อก้าวขึ้นไปบนรถไฟ ประตูด้านหลังก็ปิดลงทันทีโดยไม่มีใครแตะต้อง เสียงล็อกดัง แกร๊ก แผ่วเบา ก่อนทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงล้อรถไฟที่เริ่มเคลื่อนตัวช้า ๆ ทั้งที่ไม่มีใครเห็นว่ามันออกจากสถานีตั้งแต่เมื่อไร

แสงไฟสีอำพันเหนือศีรษะสั่นไหวเล็กน้อย ส่องให้เห็นทางเดินยาวที่ปูด้วยพรมสีแดงเข้ม ผนังไม้ขัดเงาถูกตกแต่งด้วยโคมไฟทองเหลืองแบบโบราณ กลิ่นชาเอิร์ลเกรย์ ผสมกับกลิ่นหนังสือเก่าและฝุ่นบาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ ทุกอย่างชวนให้นึกถึงรถไฟหรูในยุคที่ผ่านพ้นไปนานแล้ว

ปลายทางเดินมีชายคนหนึ่งยืนรออยู่

เครื่องแบบสีดำสนิทถูกรีดเรียบไร้รอยยับ ถุงมือหนังสีดำเข้าชุดกับหมวกพนักงานรถไฟที่ปิดบังเรือนผมสีดำสนิท ดวงตาสีเทาเข้มสบมองอย่างสุภาพ เขายกมือจัดปกเสื้อของตัวเองอย่างเป็นระเบียบ ก่อนหยิบนาฬิกาพกสีเงินขึ้นมามองเพียงครู่เดียว

"ยินดีต้อนรับสู่ขบวนรถไฟเที่ยวสุดท้าย"

น้ำเสียงของเขานุ่ม สุภาพ และสงบนิ่งจนน่าประหลาด สายตาเลื่อนลงมาหยุดที่ตั๋วสีดำในมือเพียงเสี้ยววินาที เป็นครั้งแรกที่สีหน้าของชายผู้นั้นเปลี่ยนไป เพียงเล็กน้อย ดวงตาสั่นไหวราวกับเห็นสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ ก่อนทุกอย่างจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม

"เชิญด้านในครับ"

ไม่มีคำถามว่ามาจากไหน ไม่มีการขอดูบัตรประชาชน ไม่มีแม้แต่การถามชื่อ เขาเพียงผายมือเชื้อเชิญให้เดินตามทางเดินยาวไปยังตู้ถัดไป

ทันทีที่บานประตูไม้เปิดออก เสียงบทสนทนาแผ่วเบาก็ดังเข้ามาแทนที่ความเงียบ

ตู้รับรองกว้างขวางกว่าที่คิด โต๊ะไม้โอ๊กยาวตั้งอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยโซฟากำมะหยี่สีแดงเข้ม ชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน และเปียโนโบราณที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่าง ข้างนอกยังคงมีเพียงม่านฝนและความมืดที่มองไม่เห็นแม้แต่แสงไฟของเมือง

ผู้โดยสารอีกสิบเอ็ดคนต่างใช้เวลาของตัวเองอย่างสงบ ราวกับการมาถึงของคนแปลกหน้าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก

ชายร่างสูงที่นั่งริมหน้าต่างยังคงทอดสายตามองสายฝนด้านนอก เขาลูบหน้าปัดนาฬิกาดำน้ำที่แตกร้าวบนข้อมืออย่างเผลอ ๆ ก่อนจะเหลือบมองผู้มาใหม่เพียงครู่เดียว แล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างดังเดิม สีหน้าเรียบนิ่งจนเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร

ถัดไปไม่ไกล ชายหนุ่มสวมแว่นกรอบเงินหยุดหมุนดินสอในมือ ดวงตาสีเย็นเฉียบจับจ้องใบหน้าของผู้มาใหม่อยู่นานกว่าปกติ ราวกับกำลังพยายามวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและจดจำรายละเอียดทุกอย่าง แต่ไม่นานนักคิ้วของเขาก็ค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน เขาหลุบตามองสมุดบันทึก ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สีหน้าฉายแววสับสนเป็นครั้งแรก

"แปลก..."

เสียงพึมพำเบาราวกับพูดกับตัวเอง

ชายชาวฝรั่งเศสที่กำลังหมุนแหวนเงินบนปลายนิ้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาเดินเข้ามาใกล้อย่างสุภาพ ดวงตาสีอำพันกวาดมองตั๋วสีดำเพียงครู่เดียว ก่อนจะยิ้มอย่างมีความหมาย

"ของชิ้นนั้น..." เขาเว้นช่วงสั้น ๆ "...มันไม่มีอายุ"

คำพูดประหลาดทำให้หลายคนเงยหน้าขึ้นมอง

ชายอีกคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะปิดสมุดโน้ตลงช้า ๆ เขาเลื่อนเก้าอี้ตัวหนึ่งออกให้พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน "มานั่งก่อนก็ได้ครับ" น้ำเสียงของเขาอบอุ่นอย่างน่าประหลาด "ยังไม่ต้องรีบตอบคำถามของใคร หายใจเข้าลึก ๆ ก่อนนะ"

บรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อย เมื่อเสียงฮัมเพลงคลาสสิกดังแผ่ว ๆ มาจากมุมห้อง ชายผมสีบลอนด์กำลังใช้ผ้านุ่มเช็ดไวโอลินเก่าอย่างทะนุถนอม เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มละมุน ก่อนยกแก้วกาแฟในมือขึ้นเล็กน้อย

"กาแฟ...หรือชาร้อนดีครับ"

ราวกับนี่เป็นเพียงการต้อนรับแขกคนใหม่ในบ้านหลังหนึ่ง

อีกฟากของห้อง หญิงสาวผมแดงที่กำลังวาดภาพอยู่ชะงักมือทันทีเมื่อสายตาสบกัน ปลายพู่กันค้างอยู่เหนือผืนผ้าใบ ภาพร่างที่เพิ่งปรากฏเมื่อครู่ค่อย ๆ บิดเบี้ยว เปลี่ยนรายละเอียดของใบหน้าทีละน้อยจนไม่เหลือเค้าเดิม เธอรีบพลิกผ้าใบคว่ำลง ก่อนกอดมันไว้แน่นโดยไม่พูดอะไร

หญิงสาวอีกคนยกถ้วยชาขึ้นสูดดมเบา ๆ แล้วเอียงศีรษะอย่างสงสัย "แปลกจัง..." เธอยิ้มบาง ๆ "กลิ่นของคุณ...เหมือนฝน แต่ก็ไม่ใช่ฝน"

ไม่ไกลกัน หญิงสาวสวมแว่นกำลังเขียนบันทึกลงในสมุดปกแข็ง เธอจดชื่อของผู้มาใหม่ลงไปอย่างตั้งใจ แต่เพียงไม่กี่วินาที หมึกสีดำก็จางหายไปจากหน้ากระดาษราวกับไม่เคยมีตัวอักษรปรากฏอยู่ เธอลองเขียนซ้ำอีกครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม

"เป็นไปไม่ได้..."

หญิงสาวที่ถือเครื่องบันทึกเสียงกดปุ่มอัดโดยอัตโนมัติ คลื่นวิทยุแตกพร่าดังแทรกขึ้นมาจากลำโพง เธอฟังอยู่ครู่หนึ่งก่อนขมวดคิ้ว เพราะในเทปไม่มีเสียงของผู้มาใหม่เลย แม้แต่เสียงฝีเท้าก็หายไป เหลือเพียงสัญญาณรบกวนที่ดังสม่ำเสมอ

หญิงสาวอีกคนลูบสันหนังสือเก่าในมืออย่างทะนุถนอม ก่อนเขียนบางอย่างลงบนหน้ากระดาษสีงาช้าง แต่ไม่นานหมึกก็เลือนหายไปต่อหน้าต่อตา เธอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างผิดหวัง พลางปิดหนังสือลงช้า ๆ

คนสุดท้าย หญิงสาวเจ้าของนาฬิกาพกรูปจันทร์เสี้ยวไขลานมันหนึ่งครั้งตามความเคยชิน ก่อนสายตาจะเหลือบมองมายังผู้มาใหม่ เข็มวินาทีบนหน้าปัดหยุดนิ่งกะทันหัน

หนึ่งวินาที...

สองวินาที...

สาม...

เวลาทั้งสิบสามวินาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า ก่อนเข็มจะกลับมาเดินต่อเองราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจ้องหน้าปัดนาฬิกาเงียบ ๆ สีหน้าที่สุขุมมาตลอดเริ่มเผยความตกใจออกมาเพียงเล็กน้อย ในจังหวะเดียวกัน เสียงนาฬิกาพกของพนักงานตั๋วดังขึ้นพอดี เขาเดินเข้ามายืนกลางห้อง จัดถุงมือหนังของตัวเองอีกครั้ง ก่อนกวาดสายตามองผู้โดยสารทุกคน

"ทุกท่าน"

บทสนทนาทั้งหมดหยุดลงทันที

"ขอต้อนรับสู่วันแรกของการเดินทาง"

รอยยิ้มสุภาพยังคงอยู่บนใบหน้าของเขาไม่เปลี่ยน

"การเดินทางครั้งนี้จะใช้เวลาทั้งหมดสิบสามวัน"

เขาเว้นช่วงสั้น ๆ ก่อนกล่าวประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ

"และตั้งแต่วินาทีที่รถไฟออกเดินทาง..."

"จะไม่มีผู้โดยสารคนใดลงจากขบวนนี้ได้อีก"

สิ้นเสียงนั้น เสียงหวูดรถไฟก็ดังก้องไปทั่วทั้งขบวน แสงไฟเหนือศีรษะดับวูบลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะสว่างขึ้นอีกครั้ง ทว่าเมื่อทุกคนหันไปมองนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์ที่เคยมีเพียงสายฝนกลับหายไป เหลือเพียงความมืดมิดอันไร้จุดสิ้นสุด ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน...

Menu