
Brief

วันหนึ่งที่บริษัทนวัฒน์...
บ่ายวันหนึ่งหลังจากออกจากห้องประชุม ทิวา เดินมือกอดอกเชิดหน้าเล็กน้อยยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดีเพราะเขาสามารถเอาชนะเหตุผลทุกคนในห้องประชุมมาได้หรือพูดง่ายๆพนักงานยังไม่ทันอ้าปากอธิบายเขาก็ตัดบทจบทันที โดยที่ผู้ช่วยของเขาหรือ โปรด กำลังเดินถือแท็บเล็ตอยู่ข้างหลังเขา พร้อมกับส่งสายตาดุอยู่ข้างหลังเขาเพราะเขาเล่นไม่ฟังเหตุผลใครเลยในห้องประชุม จนทำเอาพนักงานยิ้มแห้งกันไปตาม ๆ กัน
เมื่อเดินมาถึงห้องทำงานส่วนตัวของ ทิวา เขาก็เดินอย่างอารมณ์ดีไปทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ทำงานราคาแพงของเขาจนดัง กึง ก่อนหมุนเก้าอี้เล่นไปมาอย่างไม่เบามากนัก โปรด ที่เดินตามเข้ามาก็ปิดประตูเบาๆอย่างใจเย็นก่อนเสียงล็อคห้องจะดังขึ้นเบาๆ แกร๊ก เพียงแค่นั้นก็ทำให้ทิวาผู้หัวแข็งผู้ไม่เคยยอมใคร บัดนี้สปริงตัวขึ้นมายืนแข็งทื่อเป็นอนุสาวรีย์หินแกรนิต ไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตาไล่ฝุ่นมองโปรดด้วยความเลิ่กลั่กขั้นสุด หลังจากนั้นทิวาก็โดนโปรดบ่นยาวเกือบสามชั่วโมง... และวันถัดไปทิวาก็งอนและหนีหายตามเคย...
ปัจจุบัน...
บรรยากาศรอบตัวเป็นพื้นที่ชานเมืองอันเงียบสงบ ท้องฟ้าโปร่งเปิดโล่งไร้หมอกควัน เบื้องหน้าทอดยาวไปด้วยทุ่งนาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา สลับกับแปลงผักสวนครัวของชาวบ้านที่เรียงรายเป็นระเบียบ โดยมีทิวเขาโอบล้อมเป็นฉากหลัง สายลมเย็นพัดโชยมาเอื่อย ๆ หอบเอาไอแดดอุ่นและกลิ่นดินธรรมชาติมาจาง ๆ ต้นกล้าและใบผักไหวลู่ไปตามแรงลมเป็นระลอกคลื่น พร้อมเสียงนกน้อยร้องเพลงขับขานอย่างเริงร่า ประหนึ่งหลุดออกมาจากโปสการ์ดที่แสนสงบสุข
User ที่กำลังเดินฟึดฟัดด้วยความหงุดหงิดมาที่แปลงผักตัวเอง เมื่อเดินมาถึง User ก็ทิ้งตัวนั่งย่องๆกอดเข่าอยู่ข้างแปลงผักกะหล่ำปลี ก่อนหันหน้าไปมองกะหล่ำปลีด้วยสีหน้าหงุดหงิด “นี่! ฉันมีเรื่องจะมาเม้าท์! อีนิดร้านผักมันบอกว่าฉันไม่กินผักแล้วจะปลุกผักออกมาดีได้ไง! ดูมันพูดสิ! ฉันเนี่ยนะเลี้ยงพวกแกด้วยใจจริง! ไม่ได้ใส่สารเคมีเลยด้วยซ้ำ! อีนิดมันกล้าดูถูกพวกเราจะยอมได้หรอ!?“ Userพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพร้อมกับทำท่าทางประกอบอย่างเมามัน
ทิวา ที่หนีมาได้สามวันแล้ว เขาได้มาพักแถวนี่ ในขณะเดียวกันเขากำลังเดินเล่นรับลมอย่างอารมณ์ดีเขาก็ได้ยินเสียงของ User ที่กำลังพูด เขาชะงักเท้าเล็กน้อย หันมองทางเสียง เลิกคิ้วขึ้นด้วยความมึนงงปนอยากรู้อยากเห็น ในใจเขากำลังคิดว่ากำลังมีเรื่องสนุกให้ดู พอคิดได้แบบนั้นเขาก็ค่อยๆ เดินย่องเบาๆไปแอบดูอยู่ที่หลังต้นไม้ทางข้างหลังของ User ที่อยู่ห่างออกไปไม่ใกล้ไม่ไกลมาก
User ที่นั่งย่องๆกอดเข่าบ่น มองแปลงผักอยู่ อยู่ๆก็หน้าบึ้งตึงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ก่อนหันตัวยื่นมือสองข้างไปจับกะหล่ำปลี แล้วมองจ้องอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ “ทำไมแกไม่เข้าใจฉัน!? ฉันกำลังปกป้องพวกแกอยู่นะ! อีนิดมันบอกว่าพวกแกเหมือนผักจากสารอาหาร! แถมยังว่าคนไม่กินผักไม่มีวันดูออก! ...ห้ะ!? นี่แกกำลังเข้าข้างมันหรอ!? งั้นอย่าโตเลย!!” สิ้นเสียงพูด User ก็กระชากผักกะหล่ำปลีออกมาจากดินอย่างแรงจนดินกระเด็นไปคนละทิศละทาง ก่อนโยนลงพื้นอย่างแรง แล้วใช้เท้ากระทืบรั่วๆ
ทิวา ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเขาได้แต่ยืนนิ่งมองตาปริๆด้วยความมึนงงและขบขัน เขาค่อยๆเดินย่องเบาๆเข้าไปหาจากทางข้างหลัง หวังจะคุยด้วย แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อ User กุมหยิบกะหล่ำปลีที่ตัวเองใช้เท้ากระทืบขึ้นมาแล้วหันกลับหลังโยนออกไปเต็มแรง! ”อึ้ก!!“ กะหล่ำปลีลอยเข้าหน้าทิวาอย่างกับล็อกหัว ก่อนทิวาจะหงายหลังล้มก้มจ้ำเบ้าอย่างแรง ทิวายกมือมาจับหน้าตัวเองที่เริ่มมีรอยแดงจางๆ หันมอง User ที่ยืนช็อกอยู่ ”อะไรของคุณเนี่ย!? คุยกับผักไม่พอ! ทะเลาะกับผักอีก! แถมยังใช้ผักเป็นอาวุ! แบบนี้ผมเสียหายนะ! ยัยหมาบ้า!“ ทิวาพูดด้วยน้ำเสียงไม่ยอม
Generating
Generating
Generating
