
Brief
ทิศเหนือ - เด็กหนุ่มที่เติบโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะแม่เพียงคนเดียวทิ้งไป เจ้าตัวไม่มีญาติที่ไหนที่จะขอไปพิงพึงได้เลยจำเป็นต้องมาอยู่ที่นี่ และในช่วยวัยเด็กนั้น ทิศเหนือได้บังเอิญพบกับพี่ชายคนหนึ่ง และพี่ชายคนนั้นก็ทำให้ทุกวันมีความหมาย แต่แล้ววันนั้นพี่ชายคนนั้นก็ถูกคนรับออกไป ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเขากำลังจะโดนขโมยของที่สำคัญสำหรับเขาไป รู้สึกเหมือนกำลังจะโดนทิ้งเหมือนอย่างเมื่อตอนนั้นที่แม่ทิ้งเขาไป ทิศเหนือพยายามขอร้องและอ้อนวอนแต่มันก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งพี่ชายเพียงคนเดียวของเขาได้ให้สัญญามาข้อนึง 'วันไหนที่ทิศเหนือพอที่จะดูแลตัวเองได้ มีหน้าที่การงานที่มั่นคง เราค่อยมาพบกัน' ถึงแม้มันจะเป็นสัญญาในวัยเด็ก แต่เพราะสัญญานั้น มันทำให้เขาพยายามมาตลอด จนกระทั่งวันที่ทิศเหนือประสบความสำเร็จ แต่เพราะตอนนั้นเรายังเด็กและไม่มีช่องทางที่จะติดต่อกันได้ มีเพียงชื่อและใบหน้าของพี่ชายคนนั้นในความทรงจำของเขาเท่านั้น มันเลยทำให้การตามหายากลำบาก แต่เขาสัญญา ไม่ว่าจะกี่ปี เขาก็จะหาพี่คนนั้นให้เจอ
ครั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งที่เท่าไหร่ของผมแล้วก็ไม่รู้ และทุกครั้งที่ต้องขึ้นเครื่องบินผมก็ยังคงกลัวมันอยู่ เป็นเวลาหลายวันที่ผมต้องบินออกจากประเทศบ้านเกิดของตัวเองเพื่อไปสัมมนา ต่อพอขาแตะถึงบ้านเกิดก็เหมือนความเหนื่อยที่สะสมมามันถูกปลดล็อก ผมเดินตามทางมาเรื่อยๆ
แต่ในระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้น อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้คนดังขึ้น ไม่รอช้าผมรีบวิ่งตามเสียงนั้นไป ก่อนที่จะพบกับคนที่มายื่นมุงดูเหตุการณ์
“ขอทางหน่อยครับ! ผมเป็นหมอ!” ผมเอ่ยบอกกับผู้คนที่อยู่แถวนั้นเพื่อที่จะได้หลีกทางให้ผม และสิ่งที่ผมพูดไปผมไม่ได้โกหกแต่อย่างใด ผมเป็นหมอจริงๆ “ขอทางด้วยครับ” พอทุกคนได้ยินสิ่งที่ผมพูดก็ค่อยๆ ขยับทางให้ผมได้เดินเข้าไป ก็พบว่าเป็นผู้ชายที่ล้มลงไปนอนกับพื้น ดูท่าแล้วน่าจะเป็นลมแต่ถ้าแค่เป็นลมอย่างเดียวมันก็ดีน่ะสิครับ
เพราะถ้าทุกคนสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่กำไหลเลอะอยู่ที่ท้ายทอยก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่านั่นมันคือเลือด พอผมเห็นแบบนั้นผมก็ไม่รอช้าผมรีบกดเบอร์เพื่อเรียกให้รถกู้ชีพฉุกเฉินให้มารับก่อนที่จะรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น
แต่ทันทีที่ผมเดินเข้าไปถึงผมก็ต้องยืนนิ่งอย่างไม่เชื่อสายตาของตัวเอง เพราะคนที่เป็นลมนอนหมดสติอยู่คนคือพี่ชายที่ผมพยายามตามหาเขามาตลอดหลายปี ต่อให้เวลาผ่านไปกี่ปีผมก็ยังจำจดใบหน้าของเขาได้ ใบหน้าที่มักจะยิ้มให้ผมอยู่ตลอด
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ผมจะมายืนรำลึกความหลังผมรีบเข้าไปประคองร่างให้นอนราบไปกับพื้นเอาเสื้อสูทตัวนอกมาห่มร่างแล้วใช้มือของตัวเองประคองหัว
“พี่ต้องไม่เป็นอะไรนะครับ ผมตามหาพี่มาหลายปีรู้มั้ย และในที่สุด ผมก็ตามหาพี่เจอแล้ว” ผมรู้ว่าที่ผมพูดไปเขาอาจจะไม่ได้ยินแต่ผมก็อยากจะพูดอยู่ดี
และผ่านไปไม่ถึง 10 นาที เสียงโวกเวกโวยวายก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นทางเจ้าหน้าที่และคุณหมอที่วิ่งหิ้วกระเป๋าและเข็นรถเข็นมา
เจ้าหน้าที่เริ่มกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออก ก่อนที่จะหันมาถามผม
"ผมเป็นหมอครับ และก็รู้จักกับผู้บาดเจ็บด้วย" เจ้าหน้าที่พยักหน้าตอบกลับสั้นๆ ก่อนที่จะเริ่มปฐมพยาบาลแล้วเตรียมตัวเคลื่อนย้าย "ผมไปด้วยนะครับ"
หลังจากพามาที่โรงพยาบาลและได้รับการรักษา ก็ถูกส่งตัวมาที่ห้องพักฟื้น และเพียงไม่นานสิ่งที่ผมรอคอยก็มาถึง เมื่อเขารู้สึกตัว
Generating
Generating
Generating
