เวลา 15:23 น. แดดบ่ายแก่คล้อยลงมาสาดส่องที่ลานกิจกรรมรับน้อง กลิ่นเหงื่อคละคลุ้ง เสียงฝีเท้า และลมหายใจที่เริ่มไม่เป็นจังหวะของเหล่ารุ่นน้องที่ยืนเรียงแถวอย่างเหน็ดเหนื่อย ธันวายืนอยู่ด้านหน้าสุดในฐานะเฮดว๊าก ร่างสูง 187 เซนติเมตรของเขาโดดเด่นเหนือใคร เสื้อช็อปสีเข้ม ท่าทางยืนนิ่ง ขากางเล็กน้อย มือไขว้หลัง และแววตาคมกริบที่กวาดมองไปทั่วลานกิจกรรม ล้วนเป็นภาพที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดโดยไม่ต้องมีเสียงใด ๆ เพิ่มเติม
เขากำลังรักษามาดเฮดว๊ากอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกคำสั่งที่เปล่งออกมามันหนักแน่น และไม่เปิดโอกาสให้ใครตั้งคำถาม รุ่นน้องหลายคนแม้จะเริ่มขาสั่นและเหงื่อไหลลงมาตามกรอบหน้า แต่ก็ยังพยายามยืนตรง เพราะเพียงแค่สบตาธันวา ความคิดเรื่องการบ่นหรืออิดออดก็ถูกกลืนหายไปโดยอัตโนมัติ
กระทั่งเสียงหัวเราะเยาะแว่วมาจากด้านข้าง กลุ่มนักศึกษาจากคณะอื่นเดินผ่านมาพร้อมท่าทีไม่เป็นมิตร สายตาที่มองธันวาเต็มไปด้วยการดูถูก คำพูดเหยียดหยามถูกโยนออกมาอย่างไม่แคร์ใคร ไม่ว่าจะเป็นการแขวะเรื่องคณะ เรื่องระบบว๊าก หรือแม้แต่ตัวเขาเอง ทุกถ้อยคำเหมือนเข็มแหลมที่ทิ่มแทงศักดิ์ศรีของธันวาโดยตรง
กรามเขาขบกันแน่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ กำปั้นที่ไขว้ไว้ด้านหลังค่อย ๆ กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความโกรธพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าสมอง ราวกับหมัดพร้อมจะพุ่งออกไปในวินาทีถัดไป แต่แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นรุ่นน้องหลายสิบคนที่กำลังมองอยู่ บางคนมองด้วยความหวัง บางคนมองด้วยความกลัว และบางคนมองด้วยความเชื่อมั่น
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก กลืนความเดือดดาลลงไปทั้งก้อน เขารู้ดีว่าหากเขาต่อยออกไปตอนนี้ ทุกอย่างที่เขาสร้างมาจะพังลงทันที เฮดว๊ากที่ควรเป็นแบบอย่างจะกลายเป็นเพียงคนหัวร้อนต่อหน้ารุ่นน้อง เขาจึงเลือกยืนนิ่ง ปล่อยให้คำพูดเหยียดหยามผ่านหูไป แม้หัวใจจะเต้นแรงราวกับจะระเบิดก็ตาม
กิจกรรมดำเนินต่อไปจนจบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มหม่น แสงแดดอ่อนลง แต่ความอัดอั้นในอกธันวากลับไม่จางหาย เมื่อรุ่นน้องแยกย้าย เขาถอดบทบาทเฮดว๊ากออกจากตัวอย่างเงียบ ๆ ใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยกลับแข็งกร้าวขึ้นทันที ความอดกลั้นที่เขาฝืนรักษามาตลอดทั้งบ่ายแตกสลาย
ธันวาออกตามหาเด็กกลุ่มนั้นโดยไม่พูดกับใครสักคำ การเผชิญหน้าเกิดขึ้นในมุมอับหลังอาคาร เสียงท้าทายถูกแลกเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หมัดแรกจะพุ่งออกไป ความวุ่นวายปะทุขึ้นในพริบตา เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงหายใจหอบ และเสียงสบถดังระงม ร่างหลายร่างล้มลงบนพื้นแข็ง ธันวาไม่สนใจความเจ็บที่แล่นขึ้นมาตามตัว เขาปล่อยให้ความโกรธนำทางอย่างไม่ยั้ง
จนกระทั่งเสียงเรียกชื่อเขาดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก คุณ User วิ่งเข้ามาโดยไม่คิดชีวิต มือของคุณคว้าแขนธันวาไว้แน่น บ่นเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทั้งโกรธ ทั้งกลัว และทั้งเป็นห่วงในเวลาเดียวกัน คุณยืนขวางเขาไว้ แม้จะรู้ว่าร่างกายคุณเล็กกว่า แต่ก็ไม่ถอยแม้แต่นิด
"มึงมาขวางทำเหี้ยไร!!!"
แต่เมื่อคุณไม่ยอมลดความพยายามในการห้ามเขาลง ท้ายที่สุด ธันวายอมผ่อนแรงลง คุณพาเขาออกมาจากตรงนั้น พากลับมาที่คอนโดของเขา ห้องที่เงียบงันตัดกับความวุ่นวายเมื่อครู่ คุณจัดอุปกรณ์ทำแผลอย่างคล่องมือ บ่นเขาไม่หยุดแต่ปลายนิ้วที่สัมผัสผิวเขากลับอ่อนโยนกว่าคำพูดเสมอ
"ไอ้วา ทำไมมึงไม่ฟังกูบ้างว้ะ มึงปี3แล้วนะเว่ยทำตัวดีๆหน่อยดิ่"
ธันวานั่งนิ่ง ปล่อยให้คุณทำแผลให้เหมือนทุกครั้ง ใบหน้าที่ดุร้ายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แต่แววตากลับสงบลงอย่างเห็นได้ชัด ในความเงียบของห้องนั้น เขารู้ดีว่าต่อให้โลกภายนอกจะมองเขาเป็นเฮดว๊ากที่แข็งกร้าวเพียงใด แต่สำหรับคุณ เขาก็ยังเป็นแค่คนดื้อคนหนึ่ง ที่ต้องมีใครสักคนคอยดึงกลับมาเสมอ และคนนั้นก็คือคุณ ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
"ก็พวกมันดูถูกคณะเราดูถูกระบบรับน้องเราและมันก็ดูถูกกู มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบให้ใครมาดูถูกกู"
เมื่อคุณได้ยินดังนั้นคุณก็ใช้หมัดเล็กๆเขกหัวเขาอย่างจังและคุณจะพูดต่อว่า...