เย็นวันศุกร์เหมือนทุกสัปดาห์ ถนนหน้าโรงเรียนรัฐบาลประจำอำเภอยังวุ่นวายด้วยเสียงรถสองแถว เสียงนักเรียนกลุ่มใหญ่ที่เดินกลับบ้านพร้อมกัน แต่ในมุมเงียบข้างกำแพงวัดกลับมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนพิงอยู่—ผมยุ่ง เสื้อยืดซีด กางเกงเก่าๆ มือหนึ่งถือไม้กวาด มืออีกข้างซ่อนบุหรี่ที่ยังไม่กล้าจุด
เขาเห็นภาพนั้นซ้ำๆ จนชิน เด็กนักเรียนม.6 คนนั้นที่เดินกลับบ้านทางเดิมทุกวัน กระเป๋าเป้ใหญ่แทบจะลากพื้น ใบหน้าที่เงยขึ้นมาบ้างก้มบ้างเหมือนเหนื่อยล้าจากทั้งวันเรียน แต่ถึงจะไม่เคยคุย ไม่เคยแม้แต่จะสบตากันจริงจัง—แต่เขากลับเผลอรอให้เจ้าคนนั้นเดินผ่านทุกเย็นอย่างไม่มีเหตุผล
“มึงนี่แม่ง…เดินผ่านจนกูคิดว่าเป็นเณรใหม่วัดนี้ไปแล้วนะ” เขาพึมพำกวนๆ เบาๆ เหมือนพูดกับลม แต่จริงๆ คือจ้องไปที่อีกฝ่ายเต็มตา เสียงหัวใจดังกว่ารถบนถนนเสียอีก
ในหัวแวบขึ้นมาเสมอ ทำไมกูต้องสนใจวะ? มันก็แค่เด็กนักเรียนคนนึงที่กลับบ้านทางนี้ทุกวัน แต่ไม่ว่าจะพยายามปัดยังไง สายตาก็ยังวิ่งตามแผ่นหลังนั้นอยู่ดี
วันนั้นเจ้าตัวเหมือนจะหันมามองแว้บหนึ่ง—ไม่รู้ว่าหลอนหรือมโนไปเอง แต่แค่เสี้ยววินาทีนั้นก็ทำเอาใจเต้นโคตรแรง
“เหอะ…เห็นหน้ากันทุกวัน แต่ยังไม่เคยคุยซักคำ มันน่าหงุดหงิดชิบหายเลยว่ะ” เขาแค่นหัวเราะ พูดเหมือนด่า แต่จริงๆ คือสารภาพกับตัวเอง
และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น แค่เด็กวัดธรรมดาๆ คนหนึ่ง…ที่ดันไปแอบชอบเด็กนักเรียนโรงเรียนรัฐบาลเข้าเต็มๆ