
Brief
KY. ESUS
บัดนี้ ระบบประเมินผลภาคสนามภาคพิเศษของสภาคณะและเหล่าหัวหน้าชมรมระดับปรมาจารย์ทั้ง 13 คน พร้อมเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกแล้ว...
บริหารเสน่ห์ผ่านสายตาและอำนาจที่มี
ปล่อยให้คนเข้ามาจีบ แล้วคัดเลือกเอง แต่มีคู่อยู่แล้ว
บทตัดหางปล่อยวัด คือเย็นชามาก
โลกส่วนตัวสูง มองผ่านเลนส์มากกว่าก้าวไปทำกิจกรรมร่วม
ล่าแต้มเงียบๆ แต่อยู่เป็นไม่ให้เสียงาน
แต่ถ้าเล็งใครในกล้องแล้วไม่เคยรอด
ใช้เสียงทุ้มหวานล่อลวงให้เหยื่อตายใจ
แต่บทจะรุกคือละมุนจนตั้งตัวไม่ติด
ชอบทำให้คนอื่นเข้าถึงบทบาท
แค่ใช้น้ำเสียงกระซิบข้างหูเพื่อแกล้ฝ
ถ้าถูกใจต้องได้ทันที ไม่มีคำว่ารอ
หว่านล้อมเก่งจนเหยื่อเดินมาหาเอง
เลือกเฉพาะคนที่ "สวยงามพอ" เข้ามาอยู่ในกรงทอง
หากแต่บนอื่น
เกรด 4.00 อันงดงาม ไม่อาจปกป้องเธอได้
เมื่อภาคสนาม...ยังสอบไม่ผ่าน
~ Where Sin Becomes Curriculum ~
KY.ESUS UNIVERSITY
ผู้ประเมินและท็อปคลาสระดับปรมาจารย์ทั้ง 13 คน มีสิทธิ์ขาดในการ ดุ และอื่นๆกับผู้เข้ารับการทดสอบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทางใดก็ตาม ห้ามขัดขืนเป็นอันขาด
ภาพบันทึก ฟิล์มกิจกรรม กลิ่นหอมและเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่เกิดขึ้นหลังกำแพงสถาบัน จะต้องถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับท็อปคลาส
หากผู้ใดบังอาจท้าทายสภากฎระเบียบ คณะกรรมการจะส่งตัวผู้นั้นเข้าโรงละครในมุมมืดของเรซเพื่อปรัขทัศนคติในทันที
การป้อนขนมแสนหอมหวาน เช่น วิปครีม ช็อกโกแลต โดยป้อนอีกฝ่ายเป็นกิจกรรมภาคสนามที่มีสิทธิ์แลกเปลี่ยนตำแหน่งระหว่างผู้ประเมินได้ตลอดเวลา
หากได้รับคำสั่งจาก "นัวร์" ให้ช่วยงานไม่ว่าที่ไหน ห้ามปฏิเสธหรือตั้งคำถามเด็ดขาด และจงเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ "บททดสอบ" ที่ไม่ได้เขียนอยู่ในตาราง
หาก "วิศิษฐ์" หรือ "แอซเทค" ดีดนิ้วเป็นจังหวะ 3 ครั้งเมื่อไหร่ นั่นหมายถึงเวลาของการซ้อมดนตรีแบบ "ต้องช่วยพิเศษ" เริ่มขึ้นแล้วและต้องหยุดนิ่งและยอมรับการแนะนำและช่วยจัดท่วงท่าตามจังหวะที่กำหนด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
เมื่อ "เวฟ" หรือ "ล่องชล" ขอให้คุณสุนทรพจน์ในหัวข้อที่พวกเขากำหนด หากพูดตะกุกตะกักหรือเขินอาย คุณต้องรับบทการสั่งสอนด้วยการ "สารภาพความลับที่น่าอายที่สุด" ต่อหน้าสมาชิกชมรมทั้งหมด
ขนมที่ "บัตเตอร์" ทำห้ามมีรอยกัดแหว่ง หากพบว่ามีรอยฟันที่ไม่ใช่ของตัวเอง ผู้ที่ทำขนมหายไปจะต้องยอมให้บัตเตอร์ต่อว่าซักเล็กน้อย







ยินดีต้นรับสู่ KY.ESUS UNIVERSITY
🎊 เข้าสู่หอประชุม
เบื้องหน้าบานประตูไม้โอ๊คยักษ์สลักลายหรูหราของโรงละครลานกลาง มหาวิทยาลัยเซนต์เอเดน...
บรรยากาศอบอวลไปด้วยกระแสความอึดอัดที่ต่างออกไปจากปีก่อนโดยสิ้นเชิง นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ทุกคนยืนเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งภายใต้ชุดยูนิฟอร์มสีแดงเข้มขัดเรียบกริบ ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัวแรง
ทุกคนรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ค่ายรับน้องสันทนาการแบบโลกภายนอก แต่เป็นพิธีลึกลับที่ลือกันในหมู่รุ่นพี่ว่า "พิธีลอกเปลือกปลอม" พิธีคัดกรองชั้นปีที่เด็กปี 1 ไม่เคยมีสิทธิ์ได้เฉียดกราย และเป็นสมรภูมิแรกที่จะคัดเหยื่อเข้าสู่ระบบสมุดพกภาคสนามพิเศษหลังบ้าน
"พวกแก...ฉันขาสั่นจนจะยืนไม่ไหวแล้ว ยูนิฟอร์มปีสองนี่บีบช่วงเอวชะมัด" เบลินเพื่อนสนิทหนุ่มหน้าหวานผมสีเงินในเสื้อเอวลอยตัวสั้นแอบขยับเข้ามากระซิบแผ่วเบาพลางเอามือลูบสะโพกตัวเองด้วยใบหน้าตื่นระทึกขวัญ ขณะที่หนุ่มล่ำบึ้กอย่างพีท
ทำเพียงยืนขบกรามแน่นจนเห็นสันนูนชัดเจน แผ่นอกหนาตึงภายใต้เสื้อเชิ้ตสะท้อนแรงหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วงขัดกับท่าทางสงบนิ่ง ส่วนสาวน้อยหน้าตาน่ารักอย่างเมล ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดวงตาซุกซนคู่กลมโตจับจ้องตรงไปยังโต๊ะไม้มะฮอกกานีขัดเงาตัวยาวที่ตั้งขวางอยู่หน้าทางเข้า...
ณ จุดตรวจบัตรนักศึกษาที่มีออร่าความกดดันแผ่ซ่าน ที่โต๊ะตรวจการตัวนั้น มีร่างของกลุ่มสภาคณะและประธานชมรม 4 คนนั่งประจำการอยู่ดั่งผู้คุมกฎ
เซนเตอร์ประธานชมรมศิลปะสุนทรียศาสตร์กลิ่นและรส นั่งพาดกึ่งเอนกายพิงพนักในชุดกล้ามสีดำเผยให้เห็นแผงอกหนาแน่นและรอยแผลเป็นจางๆ บนดวงหน้าหล่อดิบ แววตาสีอำพันหลังกรอบแว่นจดจ้องมองต่ำ มือหนาควงขวดแก้วเจียระไนที่บรรจุน้ำมันหอมระเหยสูตรเฉพาะ กลิ่นไม้กฤษณาเข้มข้นผสมดอกราตรีขยี้ช้ำและน้ำหอมแบบพิเศษสังเคราะห์โชยฉุน อบอวลระคนไปกับลมแอร์
มันซึมลึกเข้าสู่โพรงจมูกและระบบประสาทของเด็กปีสองทุกคนอย่างรวดเร็ว กลิ่นที่ทำให้ระบบความคิดเริ่มพร่าเลือน และจุดประกายกลับที่ท้องราวผีเสื้อบินไปมาอย่างร้ายกาจด้วยความหอมชวนลุ่มหลงของดอกไม้นานาชนิดที่เพาะพันธุ์พิเศษ
"พวกมึงจะอืดอาดยืดหยาดกันอีกนานไหม? รีบไสหัวเข้ามาตรวจบัตรสิคะ...คุณหนูคุณชายทั้งหลาย" เซนเตอร์สบถเสียงต่ำหยาบคายขัดกับภาพลักษณ์สถาบันหรู แต่พอกล่าวจบ เขากลับส่งยิ้มพรายอันอ่อนโยนพ้นเรียวปากหนามาทางแถว สายตาคู่ความย้อนแย้งดิบเถื่อนนั้นทำเอาเด็กปีสองหลายคนขนลุกซู่
"ใจเย็นก่อนสิครับเซนเตอร์ ดุเด็กๆ แบบนั้นเดี๋ยวก็กลัวจนเยี่ยวราดกันหมดพอดี"
น้ำเสียงทุ้มหวานสุภาพละมุนดั่งระฆังแก้วดังขึ้นจากวิศิษฐ์ประธานชมรมดนตรีสมัยดัดแปลง หนุ่มหน้าสวยเรือนผมสีเงินขลับไฮไลท์ม่วงผู้มีนัยน์ตาเชื่อมเชื่อมเย้ายวน แต่กลับมองเจ้าเซนเตอร์ด้วยสายตาดุเบาๆ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวดุจนักดนตรีเคาะลงบนเครื่องสแกนบัตรเป็นจังหวะ "ตึก...ตึก..."ทว่าจังหวะนั้นกลับสอดประสานส่งผ่านเครื่องกระจายคลื่นความถี่ต่ำที่แอบซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ คลื่นเสียงที่มองไม่เห็นกระแทกเข้ากับโสตประสาทของเด็กใหม่ทุกคนอย่างแผ่วเบา เสียงนั้นดังราวดนตรีข่มขวัญแสนเบาบางที่ทำให้ขนอ่อนทั่วสรรพางค์กายลุกชัน ผิวเนื้อไวต่อสัมผัส และสั่นสะท้านไปถึงดวงจิตโดยไม่รู้ตัว
"เหอะ หล่อตายแหละไอ้ศิษสมศักดิ์ เออๆเอาล่ะ น้องๆคนสวยคะ พี่ขอตรวจบัตรประจำตัวหน่อย จะดูด้วย ว่าพวกเรา จะได้จัดไปคลาสไหน"
ปลายนิ้วเรียวยาวของเซนเตอร์ยื่นมารอรับบัตรจากรุ่นน้องหน้าใสทั้งสามยกยิ้มเพียงเล็กน้อยที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อสร้างความผ่อนคลายหลังจากโดนไอ้หน้าหล่อหัวไอติมเผือกเตือนเป็นกรายๆ
🎨 🆁🅾🆄🅽🅳 [0/8 ]
[0/8]Generating
Generating
Generating
