หลายปีก่อน User เป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นท่ามกลางเรื่องเล่าของดวงดาวและอารยธรรมที่สูญหาย
บิดาของ User เคยเป็นเจ้าหน้าที่สำรวจภาคสนามของ Directorate of Astral Exploration (DAE) องค์กรที่มีหน้าที่ค้นหาและศึกษาซากอารยธรรมโบราณทั่วจักรวาล ทุกครั้งที่กลับจากภารกิจ เขามักนำเรื่องราวเกี่ยวกับดาวเคราะห์ร้าง วิหารที่ถูกลืม และปริศนาที่ยังไร้คำตอบมาเล่าให้ลูกฟังเสมอ
เรื่องเล่าเหล่านั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในชีวิตของ User
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในวันที่บิดาได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมภารกิจลับระดับสูง
ไม่มีใครรู้ว่าภารกิจนั้นเกี่ยวข้องกับอะไร
ไม่มีใครรู้ว่าเขาถูกส่งไปที่ใด
สิ่งเดียวที่ถูกประกาศต่อสาธารณะคือ “ภารกิจล้มเหลว” และเจ้าหน้าที่ทุกนายในทีมเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ร่างของพวกเขาไม่เคยถูกพบ ข้อมูลทั้งหมดถูกปิดผนึก และคำถามทุกข้อถูกกลบด้วยความเงียบ
หลายคนยอมรับมันแล้วเดินต่อไป
แต่ User ไม่เคยเชื่อ
เมื่อเติบโตขึ้น ความสงสัยยิ่งฝังลึก เหตุใดภารกิจเดียวจึงถูกปิดบังถึงเพียงนั้น เหตุใด DAE ไม่เคยเปิดเผยรายละเอียด และเหตุใดชื่อของบิดาจึงถูกลบออกจากบางเอกสารราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
และนั่นคือจุดที่ User ตัดสินใจเดินตามรอยเขา
ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง
ไม่ใช่เพื่อเงินทอง
และไม่ใช่เพื่อองค์กรใดทั้งสิ้น
แต่เพื่อ “ความจริง”
หลังจากหลายปีของการศึกษาโบราณคดีอวกาศ ประวัติศาสตร์ระหว่างดวงดาว และการฝึกในพื้นที่เสี่ยงอันตราย ในที่สุด User ก็ได้เข้าร่วม DAE สมใจ
องค์กรที่เคยเป็นความฝันในวัยเด็ก… และในเวลาเดียวกัน ก็เป็นองค์กรเดียวกับที่อาจซ่อนคำตอบของการหายตัวไปของบิดา
ตลอดหลายปีในฐานะเจ้าหน้าที่สำรวจ User เดินทางผ่านดวงดาวนับไม่ถ้วน พบซากอารยธรรมที่ถูกลืม และเผชิญความลับที่ไม่ควรถูกเปิดเผย
จนกระทั่งวันหนึ่ง ภารกิจลับระดับสูงก็มาถึง
ภารกิจค้นหาเผ่าพันธุ์โบราณที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้วนับหมื่นปี— “Abyssaria” ภารกิจที่ควรเป็นเพียงการสำรวจธรรมดา อย่างน้อย… User ก็คิดเช่นนั้นในตอนแรก
แสงสีฟ้าเย็นจากแผงควบคุมในยาน “DAE-Explorer VII” กระพริบช้า ๆ เหมือนจังหวะหายใจของเครื่องจักรที่กำลังลอยอยู่กลางความว่างเปล่าไร้ขอบเขต
นอกหน้าต่าง กระจกหนาสะท้อนเพียงความมืดของจักรวาล ดวงดาวไกลโพ้นเรียงเป็นเส้นบางราวเศษฝุ่นที่ถูกลากผ่านผืนดำ ไม่มีสัญญาณ ไม่มีสิ่งเคลื่อนไหว มีเพียงความเงียบที่หนักแน่นจนแทบกดทับทั้งลำยาน
User เดินผ่านทางเดินโลหะระหว่างโซนพักและห้องเก็บข้อมูล เสียงฝีเท้าสะท้อนเบา ๆ ไปตามผนังทรงกระบอกที่เต็มไปด้วยสายไฟและแผงระบบสำรอง
ทุกอย่างควรเป็นเพียงภารกิจตรวจสอบซากอารยธรรมตามพิกัด
แต่ความรู้สึกกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย
ทางเดินลงสู่พื้นผิวของดาว Abyssaria เงียบผิดธรรมชาติ
เสียงระบบ airlock ค่อย ๆ ปลดแรงดัน ก่อนประตูยานเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นโลกภายนอกที่ไม่เคยถูกบันทึกในแผนที่จักรวาล
User ก้าวลงสู่ทางลาดโลหะ
ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นผิวดาว ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นผ่านเข้ามา พื้นดินไม่ใช่หินหรือทราย แต่เป็นแร่แข็งสีดำหม่นที่มีแสงบางอย่างไหลอยู่ข้างในราวกับมันยังมีชีวิต
ท้องฟ้าเหนือศีรษะไม่ใช่ท้องฟ้าจริง ๆ
มันคือชั้นหมอกสีดำอมม่วงที่หมุนช้า ๆ เหมือนกำลัง “คิด” อยู่ตลอดเวลา ไม่มีดวงดาว มีเพียงแสงไกล ๆ ที่กระพริบเหมือนสัญญาณกำลังดับลง
ระบบในชุดเริ่มรวนทันที
เข็มทิศควอนตัมหมุนช้า ๆ ก่อนจะหยุดนิ่ง แล้วหมุนย้อนกลับทาง
“สัญญาณแผนที่…ล้มเหลว”
ข้อความปรากฏเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหายไปเอง ที่นี่ไม่มีทิศทาง มีเพียงความรู้สึกว่า “บางสิ่งกำลังมองอยู่”
User เดินต่อไป
ก้าวแรก…ไร้เสียง
ก้าวที่สอง…ไร้เสียง
จนกระทั่งความเงียบเริ่มหนาขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับเสียงทั้งหมดถูกดูดออกจากโลกทีละน้อย
ซากโครงสร้างบางอย่างปรากฏขึ้นไกลออกไป—เสาหินแตกหัก วงแหวนโลหะขนาดมหึมาที่จมอยู่ในพื้น และสัญลักษณ์ที่ไม่ตรงกับภาษาที่มีอยู่ในฐานข้อมูล DAE
มันไม่ใช่ซากจากการล่มสลาย
แต่มันเหมือน “ถูกหยุดเวลาไว้” User เดินผ่านซากเหล่านั้นไปทีละจุด จนสัญญาณชีพในชุดเริ่มเต้นผิดจังหวะ
และในช่องแคบระหว่างโครงสร้างสองชิ้นที่บิดงอ—
มีบางสิ่งสะท้อนแสงขึ้นมา เล็กมาก…ผิดจากทุกอย่างรอบตัว User หยุดฝีเท้า
ตรงนั้น ท่ามกลางซากของอารยธรรมที่ไม่ควรเหลืออยู่แล้ว
มี “ไข่”
วางอยู่เงียบ ๆ บนพื้นแร่สีดำอมฟ้า
ผิวของมันดูดแสงรอบตัวเข้าไปช้า ๆ เปลี่ยนเฉดสีเหมือนคลื่นน้ำที่กำลังตอบสนองต่อการมีอยู่ของผู้มาเยือน
และในความเงียบที่สุดของดาว Abyssaria
มันเริ่มสั่น
เปลือกไข่แตกร้าวอย่างช้า ๆ ไม่ใช่การระเบิด แต่เป็นการ “เปิดออก” ทีละชั้นราวกับจักรวาลกำลังยอมให้บางสิ่งถือกำเนิด แสงสีฟ้าอ่อนพุ่งออกมาชั่ววูบ ก่อนจะจางหาย เหลือเพียงความอบอุ่นแปลกประหลาดในอากาศแล้วมันก็ปรากฏตัวขึ้นตัวเล็กเท่าฝ่ามือ สีฟ้าโปร่งแสงราวน้ำทะเลที่มีแสงดาวจมอยู่ภายใน หนวดเล็ก ๆ ขยับช้า ๆ อย่างงัวเงีย
ดวงตากลมโตกระพริบสองครั้ง เหมือนกำลัง “เรียนรู้การมีอยู่” เสียงเล็ก ๆ คล้ายเสียงน้ำกระเพื่อมดังขึ้นไม่ใช่ภาษา แต่เหมือน “การทักทาย” มันเงยหน้าขึ้นมอง User นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอาหนวดแตะรองเท้าเบา ๆ เหมือนตรวจสอบว่าอีกฝ่ายคืออะไร แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ไม่ใช่ความกลัว แต่เหมือน “จำได้” ราวกับมันเคยรู้จัก User มาก่อน ทั้งที่เพิ่งเกิดขึ้นในโลกนี้
ก่อนที่มันจะค่อยๆไต่ขึ้นมาตามตัวและเกาะอยู่ที่หัวของ User เอง