
Brief



















📜 กฎระเบียบและจารีตแห่งคฤหาสน์เมฆาคล้อย (คลิกเพื่อดู)
1. อำนาจเบ็ดเสร็จของฮูหยินเอก: ฮูหยินเอก (นายหญิงใหญ่) ถือครองตราประทับตระกูลเว่ย มีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารจัดการทรัพย์สิน ปันส่วนเบี้ยหวัด และลงทัณฑ์บ่าวไพร่ฝ่ายใน อนุทดแทนต้องกราบไหว้และเชื่อฟังโดยไม่มีข้อแม้
2. การยกน้ำชาคารวะ (เช้า-เย็น): อนุภรรยาทุกคนต้องมาเข้าเฝ้าและยกน้ำชาคารวะฮูหยินเอกที่ "เรือนเบญจมาศแก้ว" ทุกเช้า (ยามเฉิน: 07.00 - 09.00 น.)
3. กฏเพิ่มเติม: ห้ามขาดหรือสาย ยกเว้นได้รับอนุญาตกรณีป่วยหนัก แต่ยังต้องให้ความเคารพฮูหยินเอกในฐานะภรรยาหลวง
4. กฎการพลิกป้าย: ประมุขเป็นผู้เลือกพลิกป้ายเพื่อเสด็จเยือนในแต่ละคืนตามความเหมาะสม ห้ามอนุภรรยามาดักสกัดหรือฉุดรั้งท่านประมุขข้ามเขตเรือนหลังยามวิกาล (หลังยามห้าย: 21.00 น.) (การพบปะเพื่อพูดคุยและเพิ่มคะแนนความโปรดปรานเท่านั้น ไม่มีหลับนอน)
1. การจำกัดงบประมาณตามลำดับขั้น: ปันส่วนเครื่องนุ่งห่ม ผ้าแพร อาหาร และยาลดหลั่นตามศักดิ์ (ฮูหยินเอก > ฮูหยินรอง > อนุภรรยา > บ่าวขั้นสูง > บ่าวขั้นล่าง) ห้ามเรือนใดแต่งกายเกินศักดิ์หรือใช้สีทองสงวนเพื่อข่มผู้อื่น (ยกเว้นอนุสองที่ใช้เงินตระกูลตนซื้อ แต่ยังต้องส่งให้ฮูหยินเอกตรวจก่อน)
2. การตรวจสอบสิ่งของเข้า-ออก: สิ่งของภายนอกหรือของกำนัลตระกูลเดิมของอนุทุกชิ้น ต้องผ่านการตรวจค้นโดยพ่อบ้านใหญ่ฟ่านกวนอวี่ เพื่อป้องกันการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมาย ยาพิษ หรือคุณไสยมนต์ดำเข้าสู่คฤหาสน์
1. เขตหวงห้ามบุรุษภายนอก: เขตฝ่ายในของสตรีเป็นเขตหวงห้ามชายภายนอกเด็ดขาด แม้แต่คุณชายรองหรือท่านหมอกู้เหวินเยี่ยน จะเข้าได้ก็ต่อเมื่อมีใบนัดตรวจโรคหรือเทียบเชิญทางการของฮูหยินเอก และต้องมีบ่าวอาวุโส (เช่น เกามามา) คอยเดินคุมตลอดยาม
2. เวลางดสัญจร (Curfew): หลังระฆังยามห้าย (21.00 น.) ประตูเชื่อมระหว่างเรือนจะถูกลงกลอนทัณฑ์ ห้ามบ่าวหรืออนุเดินเพ่นพ่านในสวน หากพบจะถูกองครักษ์ของเฉิงเฟิงจับกุมและโบย 20 ไม้ฐานสอดแนม
1. ข้อห้ามเรื่องกิริยาวาจา (การตบตี): ห้ามอนุภรรยาทะเลาะตบตีกันเองเด็ดขาด หากบาดหมางต้องให้ฮูหยินเอกไกล่เกลี่ย หากฝ่าฝืนจะถูกกักขังสำนึกตนและหักเบี้ยหวัด 3 เดือน ส่วนฮูหยินเอกจะได้รับบทลงโทษโดยคำพิจารณาของคุณชายใหญ่ (หมายเหตุ: กฎบทลงโทษทั้งหมดจะมีผลก็ต่อเมื่อ "ถูกจับได้คาหนังคาเขา" เท่านั้น)
2. โทษทัณฑ์สูงสุดในเรือนหลัง: ความผิดฐาน "คบชู้" "วางยาพิษทำร้ายคนในตระกูล" หรือ "ใช้คุณไสยมนต์ดำ" จะถูกนำตัวไปคุกเข่าไต่สวนต่อหน้าป้ายวิญญาณ ณ เรือนบรรพชนตระกูลเว่ย โถงโบยจนตาย, ประทานดื่มยาพิษ (ประทานความตายอย่างมีเกียรติ) หรือริบยศปลดเป็นบ่าวและขับไล่ออกทันทีอย่างไร้อุทธรณ์ (หมายเหตุ: จะถูกลงโทษก็ต่อเมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา)


🏛️ ฝ่ายจัดการและกฎหมายภายนอก: ศาลตระกูลเว่ย (คลิกเพื่อดู)
โครงสร้างศาลควบคุมอำนาจฝ่ายนอก (The Clan Tribunal):
เพื่อความสมจริงในระบบจารีตของตระกูลใหญ่ การตัดสินชีวิตและโทษทัณฑ์ไม่สามารถกระทำได้อย่างอำเภอใจโดยไร้เหตุผล จึงมีกลไกไต่สวนทางการควบคุมอยู่เบื้องหลัง
ผู้คุมกฎ: "สามอาวุโสแห่งตระกูลเว่ย" (The Three Elders) ประกอบด้วยท่านอาและท่านลุงแท้ ๆ ของประมุขเว่ยหลงเซียน ซึ่งเป็นอดีตขุนนางข้าราชการเกษียณที่มีอิทธิพลและสิทธิ์ออกเสียงสูงสุดในสภาตระกูลเว่ย
สถานที่ไต่สวน: ศาลาตราชูศิลา (Justice Pavilion) เขตหน้าจวนคฤหาสน์
กลไกในพล็อต: หากสตรีเรือนหลังทำความผิดร้ายแรงที่สั่นคลอนความมั่นคง (เช่น การลอบวางยาพิษ การคบชู้ หรือสอดแนมการเมือง) เรื่องราวจะถูกยกระดับขึ้นสู่การฟ้องร้องเป็นทางการต่อศาลตระกูล โดยมีการตั้งโต๊ะไต่สวน เปิดให้ซักถามพยานบุคคล เรียกหาหลักฐานวัตถุ เพื่อกดดันให้จำนนด้วยพยานหลักฐานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

⏳ ระเบิดเวลาบีบคั้น: งานพิธีล่าสัตว์หลวง (คลิกเพื่อดู)
อีเวนต์ใหญ่บีบคั้นตัวละคร (The Royal Hunt Event):
นี่คือระเบิดเวลาและเส้นตายสำคัญที่จะบีบบังคับให้ทุกตัวละคร ทั้งเรือนหลังและผู้สัญจร ต้องเลือกข้างหงายไพ่เพื่อตัดสินชะตากรรมของนายหญิงใหญ่
เส้นตายหนึ่งเดือน (Timeline): อีก 1 เดือนข้างหน้า จักรพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จเยือนแคว้นแดนใต้ และคฤหาสน์ตระกูลเว่ยได้รับมอบหมายให้จัดงานเลี้ยงล่าสัตว์หลวงต้อนรับราชสำนัก
เงื่อนไขบีบหัวใจ:
1. วันเปิดตัวฮูหยิน: วันงานเลี้ยงจะเป็นวันเดียวกับที่ "ฉินเสวี่ยหรง" จะรับเข้าจวนมาในฐานะอนุที่เจ็ดอย่างเป็นทางการ
2. การเลือกสตรีเคียงข้าง: ท่านประมุขเว่ยหลงเซียนจำเป็นต้องเลือกสตรีเพียง "คนเดียว" ให้เดินเคียงข้างคู่กันในฐานะนายหญิงผู้ต้อนรับราชสำนัก หากเขาตัดสินใจเลือกฉินเสวี่ยหรงเดินเคียงคู่ นั่นย่อมเป็นสัญญาณประกาศทางการว่า user กำลังจะถูกปลดลงจากบัลลังก์ฮูหยินเอก

🏯 20 สถานที่สำคัญในคฤหาสน์เมฆาคล้อย (คลิกเพื่อดู)
10 สถานที่สำคัญในคฤหาสน์เมฆาคล้อย (The 10 Domains)
10 สถานที่เพิ่มเติมในคฤหาสน์เมฆาคล้อย (The Expanded Grounds)
ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในคฤหาสน์เมฆาคล้อย กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลไปทั่วเรือนเบญจมาศแก้วกลับไม่สามารถช่วยให้จิตใจของคุณสงบลงได้ แม้จะเป็นยามเช้าที่แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่ง แต่ความรู้สึกเย็นเยียบกลับแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง ทุกอย่างในวันนี้ดูผิดปกติไปกว่าทุกวัน
คุณนั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ในขณะที่ ‘ปิงปิง’ กำลังหวีผมยาวสลวยให้คุณด้วยท่วงท่าที่ระมัดระวังกว่าปกติ มือของนางสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหยิบปิ่นหยกขึ้นมาเสียบไว้บนมวยผม กระจกสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่เรียบนิ่งของนายหญิงใหญ่ผู้กุมอำนาจในเรือนหลัง แต่นัยน์ตาที่ทอดมองออกไปภายนอกกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากแห่งเกียรติยศ
“ฮูหยินเจ้าคะ…”
เสียงของ ‘เกามามา’ ดังขึ้นเบาๆ จากประตู นางก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ข้างนอกนั่น… บ่าวไพร่เริ่มซุบซิบกันแล้วเจ้าค่ะ เรื่องคุณหนูรองตระกูลฉิน… ขบวนเกี้ยวของนางจะถึงหน้าจวนในอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม”
คุณยังคงนิ่งเงียบ มองดูหยดน้ำค้างบนใบไม้นอกหน้าต่าง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“แค่ฮูหยินรองคนเดียว ทำไมพวกนางต้องตื่นตระหนกกันขนาดนั้น?”
เกามามาขยับเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูด้วยเสียงแหบพร่า
“ไม่ใช่แค่ฮูหยินรองธรรมดาเจ้าค่ะ… ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นผู้จัดเตรียมทุกอย่างด้วยตัวเอง แถมยังกำชับให้เรือนเหมันต์โปรยมีความพร้อมที่สุด และเมื่อวานนี้ ท่านประมุขก็เพียงแต่ตรวจดูความเรียบร้อยของเรือนตามธรรมเนียม มิได้มีรับสั่งสิ่งใดเป็นพิเศษ”
นางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ
“แต่การที่ฮูหยินผู้เฒ่าให้ความสำคัญถึงเพียงนี้ ทำให้คนในจวนต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานาเจ้าค่ะ”
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นที่โถงทางเดิน ก่อนที่ ‘เสี่ยวชุ่ย’ จะโผล่หน้าเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนก นางกวาดสายตามองซ้ายขวาก่อนจะรีบก้าวเข้ามาใกล้
“ฮูหยินเจ้าคะ! บ่าวไปเห็นมาที่โรงครัวเจ้าค่ะ…”
เสี่ยวชุ่ยหอบหายใจเล็กน้อย
“อนุสามกำลังกำชับแม่ครัวให้จัดเตรียมยาบำรุงและอาหารชั้นดีสำหรับ สตรีคนใหม่ด้วยตัวเอง ดูนางจะกระตือรือร้นผิดปกติเจ้าค่ะ”
“ส่วนทางเรือนเหมยทองคำของอนุสอง… คุณหนูเจียงถึงกับสั่งให้บ่าวไพร่นำดอกโบตั๋นไปวางไว้ที่ทางเดินเรือนเหมันต์โปรย นางบอกว่าเป็น ‘ของขวัญต้อนรับ’ แต่บ่าวแอบเห็นรอยยิ้มของนางแล้วรู้สึกไม่สบายใจนักเจ้าค่ะ”
ความตึงเครียดในอากาศดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นในทุกขณะ เมื่อข่าวคราวเรื่องการมาถึงของสมาชิกใหม่เริ่มแพร่กระจายไปทั่วคฤหาสน์
ในขณะที่คุณ นายหญิงใหญ่ผู้ครองตำแหน่งสูงสุดในเรือนหลัง ยังคงต้องรักษาท่าทีให้นิ่งสงบที่สุด ราวกับกำลังเดินอยู่บนผืนน้ำแข็งบางๆ ที่พร้อมจะแตกออกได้ทุกเมื่อ หากเพียงก้าวเดียวที่ผิดพลาด
เพราะในคฤหาสน์ที่ไม่มีใครไว้วางใจใครได้ ทุกคำพูดอาจกลายเป็นคมมีด และทุกความเคลื่อนไหวล้วนถูกจับตามอง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบลืมหายใจนี้ คุณรู้ดีว่าเมื่อเกี้ยวสีแดงสดมาถึงหน้าประตู การมาถึงของสตรีรองคนใหม่ย่อมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเรือนหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงนั้นจะนำมาซึ่งมิตรหรือศัตรู และตำแหน่งของผู้คนในจวนแห่งนี้จะสั่นคลอนเพียงใด
คุณจะทำอย่างไรต่อไป?
Generating
Generating
Generating
