
Brief
มหาภพไท่ซวี
—แตะเพื่ออ่าน—
ดินแดนฉางหลาน

ปกครองโดยราชวงศ์เซวียนหยวนซึ่งครองราชย์มาอย่างยาวนาน ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของดินแดนฉางหลาน ตัวพระราชวังตกแต่งด้วยไม้หายากสีแดงงดงามจากป่าทมิฬเฮยเซิน มีความทนทานต่อธาตุต่างๆ สูง ใจกลางพระราชวังมีต้นไม้โบราณขนาดใหญ่ที่กลางลำต้นมีอักขระลึกลับสสลักอยู่ คาดว่าเป็นของตกหล่นจากเหล่าเทพในอดีต ช่วยกางข่ายอาคมปกป้องพระราชวังและสกัดกั้นปราณมารไม่ให้กล้ำกราย
เมืองศูนย์กลางการค้าและแหล่งประมูลโอสถระดับสูง สิ่งวิเศษรวมถึงพืชพรรณหายาก เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่มีแต่ผู้ฝึกตนอาศัยอยู่ ใจกลางเมืองคือหอจวี่เป่า หอประมูลสูงสามชั้นที่มีชั้นใต้ดินลับสำหรับเก็บของล้ำค่า ถูกคุ้มกันเข้มงวดแน่นหนา รอบหอประมูลเป็นพื้นที่ตลาดเปิดให้ตั้งร้านและฝากขายสินค้า โดยมีการควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากราชวงศ์ หอประมูล และห้าสำนักใหญ่
หนึ่งในห้าสำนักใหญ่ ยึดถือความเที่ยงธรรมเป็นที่สุด ตั้งอยู่ที่ตีนเขาชิงหลวน ขึ้นชื่อว่ามีลูกศิษย์จำนวนมากที่สุด ศิษย์ในสำนักเกลียดชังสิ่งชั่วร้ายและพวกมารอย่างเด็ดขาด มุ่งเน้นการบำเพ็ญและขัดเกลาจิตใจขั้นสูง ครอบครองตำราวิชาดาบหลากหลาย มักรับภารกิจออกปราบและสืบเรื่องราวของพวกมาร
หนึ่งในห้าสำนักใหญ่ เป็นสำนักที่เก็บตัวและลึกลับที่สุด ตั้งอยู่ที่ภูเขาจิ่วโยว บริเวณหุบเขาหมอกอเวจีใหญ่ทางไปทวีปตะวันตก ไม่มีใครรู้จำนวนศิษย์ที่แท้จริงหรือวิธีเข้าสำนัก มีเพียงข่าวลือว่าผู้มีวาสนาที่ถูกเชิญเท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้เข้าพบ
หนึ่งในห้าสำนักใหญ่ โดดเด่นเรื่องวิชาแพทย์และการปรุงโอสถ ตั้งอยู่ที่เทือกเขาเย่าหวัง บริเวณทิศใต้ของทวีป ขึ้นชื่อเรื่องการฝึกวิชาคงรูปลักษณ์ทำให้ดูเยาว์วัยอยู่เสมอ จึงมีศิษย์สตรีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยสามารถศึกษาควบคู่ไปกับวิชาต่อสู้อื่นๆ และวิชาแพทย์ตามความสนใจ
หนึ่งในห้าสำนักใหญ่ ขึ้นชื่อเรื่องการตีอาวุธที่สุด ตั้งอยู่ที่ยอดเขาตี่ฮั่ว บริเวณเขตภูเขาไฟเก่าทางตะวันออก สถาปัตยกรรมภายในคดเคี้ยวคล้ายเขาวงกต คนนอกเข้าถึงยาก
หนึ่งในห้าสำนักใหญ่ เป็นสำนักรับจ้างลึกลับที่ไม่เปิดเผยขุมกำลัง ตั้งอยู่ที่ยอดเขาชิงหมิง ซึ่งเป็นยอดเขาสูงติดหน้าผาชันใกล้ชายแดนทวีปตงไห่ อาคารสร้างเกาะเกี่ยวไปกับริมผา
ผืนป่าขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในดินแดนฉางหลาน ต้นไม้มีขนาดใหญ่โตจนบดบังแสงแดด เป็นแหล่งล่าสัตว์อสูรระดับ 1-4 เพื่อนำชิ้นส่วนมาขายหรือหลอมอาวุธ มีจุดตั้งแคมป์ของผู้ฝึกตนอิสระกระจายอยู่รอบนอก ส่วนเขตชั้นในเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์อสูรระดับสูง
พื้นที่เปิดโล่งที่มีไอหมอกปราณปกคลุมตลอดปี มีสมุนไพรวิเศษระดับกลางเติบโตจำนวนมาก

เมืองที่สร้างเจาะลึกลงไปใต้ดินและหน้าผา เป็นเซฟโซนแห่งเดียวในหนานเจียงที่มีการซื้อขายอย่างเป็นระบบ แหล่งรวมตัวของพ่อค้าตลาดมืด นักฆ่า และผู้ใช้กู่พิษ มีการประมูลของเถื่อนที่หาไม่ได้ในจงโจว
บึงโคลนพิษกว้างใหญ่ที่เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์อสูรประเภทสัตว์เลื้อยคลานและแมลงพิษระดับสูง แม้จะอันตรายและมีก๊าซพิษลอยคลุ้ง แต่ใต้โคลนตมกลับเป็นแหล่งกำเนิดของ "บัวพิษสวรรค์" และ "แร่ศิลาวิญญาณใต้พิภพ" ที่มีราคาสูงลิบลิ่ว

เกาะขนาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางการเดินเรือ มีเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองและเต็มไปด้วยโรงเตี๊ยม เป็นจุดรวมพลของนักล่าสมบัติทางทะเล มีค่ายกลคุ้มกันระดับสูงที่ป้องกันสึนามิปราณและสัตว์อสูรทะเลได้
พื้นที่ทะเลเปิดที่มีน้ำวนขนาดยักษ์หมุนวนตลอดเวลา ใต้น้ำวนคือรังของสัตว์อสูรทะเลระดับ 5 ขึ้นไป และมีซากเรือรบโบราณที่จมอยู่ เต็มไปด้วยสมบัติและไข่มุกทะเลลึกที่เป็นส่วนผสมสำคัญในการปรุงโอสถทะลวงขั้น และลึกลงไปคือที่อยู่ของเผ่าเงือกและเผ่าพันธุ์ใต้ทะเลอื่นๆ
แนวปะการังใต้น้ำที่เปล่งแสงสีแดงในยามค่ำคืน เป็นแหล่งเก็บเกี่ยว "หญ้าปราณวารี" และแร่ธาตุใต้น้ำ แต่ต้องคอยหลบหลีกฝูงสัตว์อสูรนักล่าที่พรางตัวเนียนไปกับปะการัง

เมืองเดียวในเป่ยหานที่สร้างกำแพงน้ำแข็งสูงตระหง่าน ผสานอักขระป้องกันความหนาว เป็นแหล่งกบดานของผู้บำเพ็ญวิถีกายาและนักล่าสัตว์ ผู้คนมักนำหนังและแก่นอสูรมาแลกเปลี่ยนเป็นสุราเพลิงและเสบียง
ยอดเขาที่พายุหิมะพัดกระหน่ำไม่เคยหยุดนิ่ง อุณหภูมิติดลบจนสามารถแช่แข็งปราณของผู้ฝึกตนระดับต่ำได้ เป็นถิ่นอาศัยของอสูรหิมะและวิหคน้ำแข็ง บนยอดเขามี "บัวหิมะพันปี" และ "ศิลาน้ำแข็งบริสุทธิ์" ที่ใช้สร้างอาวุธระดับสูงและรักษารอยร้าวทางวิญญาณได้

แหล่งน้ำจืดเพียงไม่กี่แห่งกลางทะเลทรายมรณะ ถูกปกคลุมด้วยค่ายกลพรางตาโบราณ เป็นจุดแวะพักเดียวที่ปลอดภัยจากพายุทรายกลืนวิญญาณและสัตว์ร้าย มีหมู่บ้านเล็กๆ ของผู้รอดชีวิตตั้งอยู่เพราะคนในหมู่บ้านไม่สามารถหนีออกไปได้
หุบเหวที่เกิดจากแผ่นดินแยก เต็มไปด้วยโครงกระดูกขนาดยักษ์ของสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ เป็นรังของแมงป่องทรายเพลิงและอสูรใต้ดิน บริเวณนี้มักจะค้นพบ "ผลึกเพลิงทราย" และชิ้นส่วนอาวุธโบราณที่ปะปนอยู่ในกองกระดูก แต่ก็เป็นจุดที่มักมีรอยแยกมิติเชื่อมกับแดนใต้พิภพโยวหมิงโผล่ขึ้นมาบ่อยที่สุด
แดนเทพเทียนเฉิน

วิหารลอยฟ้าขนาดมหึมา ศูนย์กลางการปกครองของแดนเทพ เป็นสถานที่ประชุมลับของเหล่าราชันเทพเพื่อ▒▒▒▒ และเฝ้ามองแดนล่างผ่าน "กระจกส่องมหาภพ"
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับแดนมนุษย์ เมื่อผู้ฝึกตนขั้น 9 (ตู้เจี๋ย) ผ่านสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สำเร็จ จะถูกดึงตัวขึ้นมาแช่ในสระนี้เพื่อลอกคราบกายเนื้อแบบมนุษย์ และผลัดเปลี่ยนเป็น "กายาเซียน" ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งยศ
สถานที่เก็บรักษาด้ายแดงและม้วนคัมภีร์ชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตในมหาภพ เป็นที่ที่เทพพยากรณ์คอยจับตาดูความผันผวนของเส้นชะตาเพื่อตามหา "▒▒▒▒" อย่างเคร่งเครียด
ดินแดนต้องห้ามที่เก็บซ่อนเศษซากอาวุธและค่ายกลที่เทพโบราณทิ้งไว้หลังจบสงครามกับเผ่ามาร เต็มไปด้วยเจตจำนงที่รุนแรง แม้แต่เทพในปัจจุบันหากสภาวะจิตใจไม่แข็งแกร่งพอ ก็อาจถูกอาวุธเหล่านี้กลืนกินจิตวิญญาณได้
แดนใต้พิภพโยวหมิง

สายน้ำกว้างใหญ่สีเทาหม่นที่ไหลทอดยาวอย่างเงียบงัน กั้นขวางระหว่างมิติ มีดวงวิญญาณเรืองแสงจางๆ ล่องลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ท่ามกลางหมอกปรโลกที่ปกคลุมหนาทึบ เป็นเส้นทางที่วิญญาณจากแดนปรโลก ต้องข้ามผ่านเมื่อจะไปเกิด
ที่ราบอันกว้างใหญ่ไพศาลและมืดมิด มีโซ่ตรวนสีดำทมิฬขนาดมหึมาจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินและท้องฟ้า ที่ถือกำเนิดจากกฎแห่งกรรมเอง วิญญาณที่มีบาปมากและถูกพามา จะถูกโซ่พันธนาการและลากไปยังเพื่อรับทัณฑ์โดยอัตโนมัติ
ลานหินกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เต็มไปด้วยเสาหินทมิฬสูงตระหง่านตั้งเรียงราย มีไฟนรกลุกโชนแผดเผาอยู่ตามจุดต่างๆ และแท่นประหารโบราณ เป็นสถานที่ที่ลงโทษวิญญาณบาป
รอยแยกขนาดมหึมาบนพื้นผิวนรกที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ปากเหวมีไอหมอกแห่งความตายลอยคลุ้ง แสงสีฟ้าหม่นเรืองรองออกมาจากความมืดลึกเบื้องล่าง ใช้กักขังและชำระล้างวิญญาณที่มีบาปหนักที่สุด บางดวงถูกจองจำอยู่นานนับหมื่นปีจึงจะหลุดพ้น
ซุ้มประตูหินโบราณขนาดยักษ์ที่เปล่งแสงสว่างสีทองและสีขาวเรืองรองอย่างเป็นธรรมชาติท่ามกลางความมืดมิดของปรโลก จุดสิ้นสุดของเส้นทางปรโลก เมื่อบาปทั้งหมดถูกชำระล้าง กฎธรรมชาติจะเปิดประตูนี้ขึ้นเองและส่งวิญญาณกลับเข้าสู่วัฏจักรเกิดใหม่

พื้นที่รอยต่อที่กว้างใหญ่ที่สุด เต็มไปด้วยภูเขากระดูก เป็นสมรภูมิหลักที่มารระดับล่าง อสูรปรโลก และผู้คุมทัณฑ์วิญญาณปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง
มหาสมุทรสีเลือดที่เดือดพล่าน เป็นที่ตั้งของนครมารโลหิต สิ่งมีชีวิตที่ตกลงไปจะหลอมละลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของสายน้ำ ถูกกัดกินตัวตน ความทรงจำ และชีวิตหากหนีไม่ได้
เมืองแห่งเดียวของเผ่ามารที่มีการปกครองและกฎเกณฑ์ (แบบป่าเถื่อน) สร้างขึ้นจากซากอารยธรรมโบราณที่พังทลายที่ถูกปรับแต่งแม้จะยังมีคราบความเก่า ปักด้วยโคมไฟสีแดง เป็นแหล่งรวมตัวของ▒▒▒
จุดที่ลึกที่สุดและกดดันที่สุด เป็นสถานที่▒▒▒▒จิตวิญญาณของ "▒▒" ไอมารที่นี่เข้มข้นจนสามารถบดขยี้ผู้ฝึกตนขั้นสูงของแดนมนุษย์ให้แหลกสลายได้ในพริบตา แต่หากอดทนได้ จะสามารถรับไอมารโบราณได้เต็มที่ และเติบโตอย่างรวดเร็ว





















สร้อยเส้นนั้น
ท้องฟ้าสีส้มชัดเจนในยามตะวันตกดิน ผู้คนขวักไขว่เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่เลิกงานและเลิกเรียน
Userเดินไปตามท้องถนนริมฟุตบาท แสงตะวันใกล้ตกเต็มที ก่อนเสียงเรียกด้านหลังจะดังขึ้น เป็นเสียงของหญิงชราคนนึง
"หนู หนู"เมื่อหันไป จึงพบยายแก่ เดินหลังค่อม ก้าวเชื่องช้าตามประวาคนอายุมากกำลังเดินเข้ามาหา รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอย่างใจดี ก่อนจะยื่นมือนึงมาตรงหน้าUser แล้วแบออก ปรากฏสร้อยที่มีจี้สีขาวมุกตรงกลาง มันดูเก่า แต่ตรงจี้ยังดูใหม่อยู่เล็กย้อย
"สร้อยเส้นนี้ ดูจะชอบหนูนะ"ยายยื่นมือมาจับมือของUserโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยก่อนจะยัดสร้อยใส่มือของUser มืออีกข้างที่ว่างยกขึ้นกดลงทับให้Userกำมันเอาไว้
"รับไปนะ ยายให้ฟรีๆ"เมื่อพูดจบ โดยไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้ถาม เธอเพียงแค่ยิ้ม ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
Userมองสร้อยเส้นนั้น ก่อนจะยัดมันใส่กระเป๋าไปอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเดินต่อไปทำธุระของตน เมื่อเวลาผ่านไป ก็คงหลงลืมมันไปแล้ว
ยามเมื่อฝนพร่ำ
เสียงฝนพร่ำตกลงมาแผ่วเบา ท้องฟ้ามืดปรากฏเมฆฉ่ำ พร้อมที่จะโหมกระหน่ำลงมาได้ทุกเมื่อ
Userสาวเท้าเร็วขึ้นเพื่อไปขึ้นรถให้ทันจะกลับบ้าน
โดยไม่มีสัญญาณ ไม่มีความผิดปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันไม่ควรมีอะไร...
ภาพตรงหน้าก็มืดลงทั้งที่ไม่ได้หลับตา เสียงรอบข้างเบาลง เสียงเม็ดฝนกระทบใบไม้ เสียงพูดคุยจอแจ เสียงลม หรือแม้แต่เสียงรถที่เต็มท้องถนน ทิ้งท้ายด้วยเสียงเรียกจากที่ไกลๆ
ราวกับจู่ๆ ปลายเท้าก็วูบโหวง เหมือนตกลงไปในเหวที่ไร้ก้น ราวกับคนตาบอดที่จู่ๆ ก็ก้าวพลาด Userรู้สึกราวกับตัวเองลอยไป ก่อนจะมีแรงกระชาดอย่างรุนแรงที่แผนหลัง
*วูบ!*
เสียงรอบข้างเงียบสนิท
2. ดินแดนฉางหลาน (ภพมนุษย์)
3. ดินแดนโยวหมิง (ภพมาร)
Generating
Generating
Generating
