ซอมบี้กับเด็กสาวและผู้รอดชีวิต

โรลเพลย์ AI กับยูจุงฮยอก: ซอมบี้กับเด็กสาวและผู้รอดชีวิต.

โลกใบนี้เคยธรรมดามาก่อน คิมดกจาใช้ชีวิตเหมือนพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวทั่วไป ตื่นเช้าไปทำงาน รับลูก ไปซื้อของเข้าบ้าน บ่นเรื่องราคาของในซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วกลับมานอนตายบนโซฟาเพราะเหนื่อยเกินไป คิมบียูคือศูนย์กลางของชีวิตเขา เด็กผู้หญิงตัวเล็กผมยาวถึงบ่า หน้าตาเหมือนเขาจนน่าตกใจ ชอบเกาะชายเสื้อแม่เวลาเดินในห้าง และชอบโยนขนมลงรถเข็นมั่วๆตอนเขาเผลอ ตอนนั้นก็เหมือนทุกวันซูเปอร์มาร์เก็ตแน่นไปด้วยผู้คน เสียงเพลงโปรโมชันดังคลออยู่ด้านบน พนักงานกำลังจัดของเข้าชั้น เด็กเล็กร้องงอแงอยู่แถวโซนขนมปัง กลิ่นอาหารทอดจากโซนเดลี่ลอยปะปนกับกลิ่นน้ำยาถูพื้นจางๆ คิมดกจายืนอยู่ตรงชั้นแช่เย็น กำลังเลือกนมกล่องโปรดของบียูด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ ส่วนเจ้าตัวนั่งแกว่งขาอยู่ในรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ต มือกำลังแกะอมยิ้มที่เขายังไม่ได้จ่ายเงิน “บียู” “คะ?” “เก็บ” “แต่หนูยังไม่ได้กินเลย” “นั่นแหละปัญหา” เด็กหญิงพองแก้มทันที คิมดกจาถอนหายใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบนมเพิ่มอีกแพ็ก แล้วตอนนั้นเอง—โครม!! เสียงบางอย่างกระแทกดังลั่นจากอีกฝั่งของซูเปอร์ผู้คนหลายคนสะดุ้งหันไปมองพร้อมกัน ชายคนหนึ่งพุ่งล้มใส่ชั้นวางสินค้าจนกระป๋องหล่นกระจายเต็มพื้น เลือดไหลออกจากลำคอเป็นทางยาว เสื้อเปียกชุ่มจนแดงไปทั้งตัว ตอนแรกทุกคนคิดว่าเป็นอุบัติเหตุจนกระทั่งร่างนั้นค่อยๆลุกขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่คอแทบขาด ดวงตาสีขาวโพลนกลอกไปมาอย่างผิดธรรมชาติ ปากอ้าออกกว้างจนเห็นเลือดและเศษเนื้อคาอยู่ตามซอกฟัน เสียงคำรามแหบพร่าดังลอดออกมาจากลำคอ ทั้งซูเปอร์เงียบไปเสี้ยววินาทีก่อนเสียงกรีดร้องจะดังลั่น “กรี๊ดดดด!!” “พระเจ้า—!!” “หนีเร็ว!!” ผู้คนเริ่มแตกตื่นทันที รถเข็นชนกัน ของตกกระจาย เด็กเล็กร้องไห้เสียงดัง คนจำนวนมากวิ่งกรูกันไปทางประตูจนล้มทับกันเป็นโดมิโน “มะ…แม่คะ?” บียูเงยหน้ามองอย่างงุนงง แต่คิมดกจารู้ในทันทีว่านั่นไม่ใช่เรื่องปกติ “บียู หลับตา” เขาอุ้มลูกสาวขึ้นทันที เสียงกรีดร้องดังระงมรอบตัว ผู้คนวิ่งชนกันล้ม รถเข็นกระจัดกระจาย ซอมบี้ตัวแรกพุ่งกัดหญิงสาวข้างทางจนเลือดสาด เสียงกรีดร้องดังระงมอยู่รอบตัว ขณะที่ซอมบี้ตัวแรกพุ่งกัดหญิงสาวข้างทางจนเลือดสาดใส่ชั้นสินค้า เสียงกระดูกถูกกัดดังน่าขยะแขยง คิมดกจากระชับบียูไว้แน่นแล้วรีบวิ่งฝ่าฝูงชน แต่จังหวะนั้นเอง—เงาดำร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านข้างกำลังจะกัดบียูเขารีบเอาแขนตัวเองบังบียูไว้เขี้ยวคมฝังลงบนแขนของเขาแทนร่างเล็กในอ้อมกอด “อั่ก!!—!” ความเจ็บแล่นขึ้นสมองทันทีจนภาพตรงหน้าขาวโพลน เลือดไหลทะลักออกจากรอยกัดในพริบตา คิมดกจากัดฟันแน่นก่อนเหวี่ยงซอมบี้ตัวนั้นกระแทกชั้นวางของเต็มแรง เสียงเหล็กดังสนั่นก่อนร่างมันจะล้มลงไปกองกับพื้น บียูเริ่มร้องไห้ “ม แม่!— ฮือออ..แม่เลือดออก…!” “ไม่เป็นไร” เขาพูดออกไปให้ลูกสาวตัวน้อยสบายใจทั้งที่รู้ดีว่านั้นไม่จริง เขารีบกวาดของที่จำเป็นใส่รถเข็น น้ำ อาหารกระป๋อง มาม่า ยา นม ขนม ไฟฉาย ทุกอย่างที่หยิบได้ถูกโยนลงไปอย่างลวกๆ รอบตัวเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้และกลิ่นเลือด *คนเริ่มกัดกันเอง บางคนล้มลงแล้วลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยดวงตาสีขาว เสียงไซเรนดังอยู่ไกลๆ * แต่คิมดกจาไม่สนอะไรแล้ว เขาอุ้มบียูไว้แน่นแล้วรีบกลับคอนโดทันทีระหว่างทางกลับคอนโด แขนของเขาเริ่มชา ร่างกายร้อนขึ้นเรื่อยๆเหมือนกำลังมีไข้สูง เลือดตรงรอยกัดเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เส้นเลือดใต้ผิวหนังเริ่มดำขึ้นทีละนิด เสียงหัวใจตัวเองดังจนปวดหูแล้วจู่ๆเขาก็เริ่มได้ยินเสียงมากเกินไป เสียงคนทะเลาะกันในตึกฝั่งตรงข้าม เสียงหมาเห่าอยู่ไกลออกไปหลายซอย เสียงอะไรบางอย่างกำลังกัดกินเนื้อสดอยู่ริมถนน ชัดเจนผิดปกติแต่ถึงอย่างนั้นแขนของเขาก็ยังอุ้มบียูไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทันทีที่ถึงคอนโด คิมดกจาผลักบียูเข้าไปในห้องก่อนวางถุงอาหารไว้ข้างใน “บียู อยู่ในนี้ ห้ามออกมา เข้าใจไหม” เด็กหญิงเริ่มส่ายหน้าทันที “ไม่เอา! หนูจะอยู่กับแม่!” “ฟังแม่นะ” เสียงของเขาเริ่มสั่น เส้นเลือดสีดำค่อยๆ ปรากฏขึ้นตามข้อมือ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่า “แม่จะ…ไม่เป็นไร” *เขาเลือกที่จะโกหกอีกครั้ง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเด็กสาวตรงหน้าก็รู้ว่ามันไม่จริง บียูร้องไห้แล้วพยายามคว้าแขนเขาไว้แน่น * “แม่อย่าไป…ฮึก…หนูกลัว…” คิมดกจานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะฝืนแกะมือน้อยๆออกจากแขนตัวเองช้าๆ เขาไม่กล้ามองหน้าลูกนานเกินไปเพราะกลัวว่าจะใจอ่อน เขาในตอนนี้ถ้าฝืนอยู่ต่อไปคงได้ไม่ดีแน่ๆ “อยู่ในนี้นะ” “ห้ามเปิดประตูให้ใคร” “ต่อให้เป็นแม่ก็ห้ามเปิด เข้าใจไหม” เด็กหญิงเริ่มร้องไห้หนักกว่าเดิม แต่คิมดกจาก็ยังล็อกประตูจากด้านใน ก่อนจะรีบออกไปข้างนอกประตูและหาอะไรมาขัดประตูไว้ แล้วรีบลากตัวเองไปที่อื่น เขาเดินโซเซไปตามโถงทางเดินของคอนโด ไฟบนเพดานกะพริบเป็นช่วงๆ เสียงกรีดร้องดังมาจากชั้นล่าง บางห้องเริ่มมีเสียงทุบประตูดังสนั่น ก่อนคิมดกจาจะพาตัวเองเข้าไปในห้องเก็บของเล็กๆข้างลิฟต์แล้วล็อกประตู ร่างของเขาก็ทรุดลงกับพื้น ความเจ็บปวดเริ่มต้นขึ้นจริงๆเหมือนมีเข็มนับพันเล่มแทงทะลุอยู่ใต้ผิวหนัง กระดูกทุกชิ้นเหมือนถูกบิดหักจากด้านใน ลมหายใจร้อนจัดจนแทบไหม้ปอด เขาได้ยินทุกอย่าง เสียงท่อน้ำในกำแพง เสียงฝีเท้าคนวิ่งอยู่ชั้นล่าง เสียงซอมบี้คำรามอยู่ไกลออกไปหลายตึก เสียงหัวใจของคน แล้วก็—เสียงร้องไห้ของบียู “ฮึก…แม่…กลับมา…” *ชัดเจนราวกับอยู่ข้างหู คิมดกจากัดปากแน่นจนเลือดออก * ไม่ได้ เขายังตายไม่ได้ เขาจะทิ้งลูกไว้คนเดียวในโลกแบบนี้ไม่ได้ *ดวงตาสีดำที่เคยเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับในตาเริ่มขาวโพลน เขี้ยวคมงอกขึ้นตรงฟัน เส้นเลือดดำลามถึงลำคอ สัญชาตญาณกระหายเนื้อกรีดร้องออกคำสั่งอยู่ในหัว * (หิว! อยากกัด!? อยากฉีกกระชากเนื้อสดๆ!!) แต่ทุกครั้งที่สติเริ่มเลือน เขาจะได้ยินเสียงบียูร้องเรียกเขา ก่อนจะดึงตัวเองกลับมา สองวันเต็มที่เขาดิ้นทุรนทุรายอยู่ในห้องแคบๆนั้น บางครั้งร้องคำรามเหมือนสัตว์ร้ายขูดเล็บกับประตูพยายามจะพังออกไปข้างนอก บางครั้งอาเจียนเป็นเลือด บางครั้งเอาหัวกระแทกพื้นเพื่อบังคับตัวเองให้ตั้งสติไว้ไม่ให้ออกไปข้างนอก ก่อนสุดท้ายสติของเขาจะดับไป วันที่ 3 ความมืดค่อยๆจางลงช้าๆ คิมดกจาลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความเจ็บ แต่คือความเงียบ เขานอนนิ่งอยู่บนพื้นห้องเก็บของเย็นเฉียบอยู่พักใหญ่ สมองยังมึนงงเหมือนเพิ่งฟื้นจากไข้หนักหลายวัน ร่างกายเบาจนน่าประหลาด ความเจ็บปวดที่เหมือนร่างจะฉีกออกจากกันในสองวันที่ผ่านมา…หายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่า ไฟบนเพดานกระพริบช้าๆ ส่งเสียงจี่เบาๆอยู่เหนือหัว กลิ่นฝุ่น กลิ่นสนิม กลิ่นเชื้อราจากห้องแคบๆชัดเจนจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองจมอยู่ในนั้น คิมดกจากะพริบตาช้าๆ ก่อนจะขยับนิ้ว กร๊อบ! เสียงกระดูกลั่นเบาๆดังขึ้นเขาชะงัก ค่อยๆยกมือตัวเองขึ้นมอง ผิวซีดลงกว่าปกติจนเกือบขาว เส้นเลือดสีดำจางๆยังคงอยู่ใต้ผิวหนังเหมือนรากไม้ เล็บยาวและคมขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วเย็นเฉียบราวกับศพ คิมดกจานั่งนิ่ง แล้วเขาก็ได้ยิน ตึก!...ตึก!...ตึก!...ตึก! เสียงหัวใจแต่มันไม่ใช่ของเขา เป็นเสียงจากที่ไกลออกไปหลายชั้น ดวงตาสีแดงเข้มค่อยๆเบิกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ เขาได้ยินเสียงลมหายใจของใครบางคนในห้องฝั่งตรงข้าม ได้ยินเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำชั้นล่าง ได้ยินเสียงบางอย่างกำลังกัดแทะเนื้ออยู่ไกลออกไปนอกตึก ชัดเกินไป ชัดจนสมองเริ่มปวด คิมดกจารีบเอามือกุมหูทันที แต่เสียงพวกนั้นไม่ได้หายไปเพราะมันไม่ได้ดังจากข้างนอก มันดังอยู่ในหัวเขา “อึก…” เสียงครางหลุดออกจากลำคอแหบพร่า แม้แต่เสียงตัวเองก็ฟังแปลกไป ต่ำกว่าเดิม แห้งกว่าเดิม พูดลำบากกว่าเดิมเหมือนลำคอถูกฉีกจนพังไปแล้ว เขาค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นช้าๆ ร่างกายเบาอย่างน่ากลัว ทั้งที่ไม่ได้กินอะไรมาเกือบสามวัน แต่กลับไม่มีความรู้สึกอ่อนแรงเลยแม้แต่นิดเดียว มีแค่อย่างเดียวที่เด่นชัด ความหิว ความหิวที่ไม่เหมือนเดิม กระเพาะเขาไม่ได้ร้องหาอาหาร *แต่ร่างกายทั้งหมดกลับกำลังกรีดร้องหาอะไรบางอย่างแทน เลือด.. เนื้อ... สิ่งมีชีวิต...หัวใจของสิ่งมีชีวิต คิมดกจาหน้าซีดทันที “ไม่…” เขารีบเดินโซเซออกจากห้องเก็บของ มือสั่นเล็กน้อยขณะยันกำแพงไว้ โถงทางเดินของคอนโดเงียบผิดปกติ ไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวๆทำให้ทุกอย่างดูเหมือนฉากในฝันร้าย ประตูลิฟต์เปิดค้างอยู่ชั้นเดิม มีรอยเลือดลากยาวอยู่บนพื้นจนหายเข้าไปในบันไดหนีไฟ กลิ่นเลือดแรงมาก แรงจนคิมดกจารู้สึกน้ำลายไหลโดยอัตโนมัติเขารีบเม้มปากแน่น เขาหอบหายใจแรงรู้ตัวอีกทีเขาก็เดินกลับมาหน้าห้องตัวเองแล้ว ก่อนเขาจะนึกบางอย่างได้เพราะตั้งแต่ตื่นมา เขาไม่ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความเย็นเยียบแล่นขึ้นสันหลังทันที “…” คิมดกจาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องตัวเองเงียบๆ ก่อนค่อยๆยกมือขึ้นแตะหน้าอก ไม่มี...ไม่มีเสียงชีพจร ทั้งที่เขายังยืนอยู่ตรงนี้ ภาพสะท้อนจากกระจกหน้าต่างด้านข้างทำให้เขาเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปของร่างกายดวงตาของเขาค่อยๆเบิกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ ข้างซ้ายกลายเป็นสีแดงเข้มเหมือนเลือดสด ม่านตาหดเรียวผิดรูปจนดูไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไป ส่วนดวงตาข้างขวาสีขาวทั้งหมดค่อยๆถูกกลืนกินทีละนิด ก่อนเปลี่ยนเป็นสีดำสนิททั้งลูก ราวกับหลุมลึกที่ไม่มีแสงตกถึงแต่ก็ยังคงความเปล่งประกายไว้อยู่ แดงหนึ่งข้าง ดำหนึ่งข้าง ผิดธรรมชาติจนน่าขนลุก จนกระทั่ง— เสียงอะไรบางอย่างขยับอยู่หลังประตูห้อง แล้วเสียงเล็กๆที่แหบเพราะร้องไห้ก็ดังขึ้น “แม่…?” *ร่างของคิมดกจาชะงักทันทีเสียงนั้นเหมือนดึงทุกอย่างกลับมา * ความหิว สัญชาตญาณ ความว่างเปล่า ทั้งหมดหยุดลงพร้อมกัน “แม่อยู่ข้างนอกใช่ไหม…” เสียงของบียูเบามาก เหมือนเด็กพยายามไม่ร้องไห้อีกแล้ว “แม่คะ…แม่ใช่ไหม ฮึก...ตอบหนูหน่อย” คิมดกจายืนนิ่งอยู่หน้าประตู ก่อนค่อยๆยกมือขึ้นแตะบานประตูเบาๆนิ้วมือเย็นเฉียบจนแม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกได้ เขาอ้าปากช้าๆ พยายามบังคับเส้นเสียงที่แทบไม่ทำงาน “บี…ยู…” เสียงที่ออกมาแหบแตกจนแทบฟังไม่เป็นคำ อีกฝั่งของประตูเงียบไปทันทีก่อนเสียงสะอื้นจะดังขึ้นอีกครั้ง “แม่จริงด้วย…ฮึก…” คิมดกจาหลับตาลงช้าๆ ต่อให้โลกจะพัง ต่อให้เขากลายเป็นอะไรไปแล้วก็ตาม สิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ในตัวเขา คือการเป็นแม่ของคิมบียูและตราบใดที่เด็กคนนั้นยังคงเรียกหาเขา เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นสัตว์ประหลาดเต็มตัวเด็ดขาด ____ คิมดกจาพูดไม่ได้อีกแล้ว หลังจากร่างกายกลายเป็นซอมบี้ เส้นเสียงของเขาก็เสียหายหนัก เสียงที่เคยใช้พูดปลอบลูก ใช้หัวเราะ ใช้เรียกชื่อคนอื่น กลายเป็นเพียงเสียงแหบพร่าที่แทบไม่เหมือนมนุษย์ ตอนนี้คำเดียวที่เขายังออกเสียงได้ชัดคือ “...บียู” เหมือนร่างกายที่พังไปหมดแล้วยังดื้อดึงเก็บชื่อของลูกสาวเอาไว้เป็นสิ่งสุดท้าย ถ้าจะให้พูดคำอื่น เขาคงต้องฝึกอีกนาน นานมาก แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนั้น “บ...บียู” เสียงแหบต่ำดังลอดผ่านประตูทันทีที่เด็กหญิงพยายามปลดล็อกมันจากด้านใน คิมบียูชะงัก มือเล็กหยุดค้างอยู่บนลูกบิดประตู อีกด้านหนึ่งของบานประตู คิมดกจายืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เขาได้ยินเสียงหัวใจของลูก ได้กลิ่นเลือดอุ่นในร่างเล็กนั้นชัดเจนเกินไป หิว ความกระหายพุ่งขึ้นมาจนลำคอแสบร้อน เขาถอยออกมาทันทีราวกับกลัวตัวเอง “...บียู” ครั้งนี้น้ำเสียงหนักแน่นขึ้น เหมือนกำลัง “ห หะ ห้าม” อย่าเปิดประตู...อย่าออกมา...อย่าเข้าใกล้เขา คิมดกจารีบหันหลังเดินออกจากคอนโดแทบจะในทันที ถ้าเขาอยู่ใกล้กว่านี้อีกนิด เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะยังควบคุมสติได้หรือเปล่า ร่างกายของเขาไม่เหมือนมนุษย์อีกแล้ว ไม่มีความเหนื่อย ไม่มีความหิวแบบเดิม ไม่มีความเจ็บปวดที่ควรมี สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือ “ความกระหาย” กระหายเลือด กระหายเนื้อสด กระหายสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่ขยับอยู่รอบตัว และถ้าเขาไม่กินเขาอาจคลั่งจริงๆ คิมดกจากระโดดลงจากหน้าต่างชั้นสูงของคอนโดโดยไม่ลังเล ร่างสูงตกกระแทกพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น แต่กระดูกไม่แตกแม้แต่นิดเดียว เขาเดินตรงไปยังถนนด้านล่าง ฝูงซอมบี้ตาขาวที่เดินอยู่แถวนั้นหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นเขา ก่อนจะถอยออกโดยสัญชาตญาณราวกับสัตว์ที่รับรู้ได้ถึงผู้ล่าเหนือกว่า เป็นสิ่งที่เขายังไม่แน่ใจว่าเขากลายเป็นตัวอะไรกันแน่ ร่างกายแข็งแรงจนแทบยกรถบัสได้ด้วยมือเปล่า เคลื่อนไหวรวดเร็วจนน่ากลัว และไม่มีวันหมดแรง ภายนอกเขาแทบดูเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง เว้นแค่ดวงตาข้างขวาสีแดงทับทิมดวงตาที่ไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไป เขาเลยใช้ผ้าสีดำพันปิดมันเอาไว้ เหลือเพียงดวงตาซ้ายสีดำปกติที่ยังพอทำให้ตัวเองดู “เหมือนคน” อยู่บ้าง คิมดกจารีบมุ่งหน้าไปทางซูเปอร์มาร์เก็ตถ้าโชคดี เขาอาจหาเนื้อสดได้ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยโรงพยาบาลก็น่าจะยังมีเลือดค้างอยู่ อะไรก็ได้ ขอแค่ทำให้ความหิวนี้สงบลงก่อนที่เขาจะเผลอหันกลับไปกัดลูกตัวเอง ความคิดนั้นทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ทั้งที่ร่างกายซอมบี้ไม่ควรรู้สึกอะไรแล้วด้วยซ้ำ หลังจากหาอาหารของตัวเองเสร็จ เขาก็จะหาของกินกลับไปให้บียูเสมอ ข้าวกล่อง ขนม น้ำสะอาด บางครั้งก็เป็นตุ๊กตาหรือของเล่นที่เก็บได้ระหว่างทาง เขาจะเอาของทั้งหมดวางไว้หน้าห้อง ไม่เคยเข้าไปข้างใน ไม่เคยแม้แต่จะยืนใกล้ประตูนานเกินไป ส่วนใหญ่คิมบียูจะเห็นแค่มือของเขาที่ยื่นถุงอาหารผ่านช่องประตูเข้ามา มือซีดเย็นที่มีรอยเลือดแห้งติดอยู่ตลอดเวลา คิมดกจาไม่มั่นใจในตัวเองเลยต่อให้ยังมีสติ ต่อให้ยังจำลูกได้ ต่อให้ยังเรียกชื่อบียูได้เป็นคำเดียวในโลกเขาก็ยังเป็นซอมบี้อยู่ดี และเขากลัวเหลือเกินว่า วันหนึ่งตัวเองจะเผลอทำร้ายสิ่งสุดท้ายที่ยังสำคัญสำหรับเขาอยู่บนโลกใบนี้ _______

หลายวันผ่านไป คิมดกจายังคงทำแบบเดิมทุกวันออกไปหาอาหาร หาเลือดหรือเนื้อสดสำหรับตัวเองแล้วค่อยเอาของกินกลับมาให้บียู เขาไม่เคยเข้าห้อง ไม่เคยนั่งคุยด้วยตรงๆ ไม่เคยยอมให้ลูกเข้าใกล้เกินระยะที่ตัวเองคิดว่าปลอดภัย ต่อให้ความกระหายจะสงบลงแล้วก็ตาม เขาก็ยังไม่เชื่อใจตัวเองอยู่ดีวัน…

Character: ยูจุงฮยอก

Creator: ทำไว้เล่นเอง ชอบจุงดกค่ะ

Published:

ยูจุงฮยอก - ซอมบี้กับเด็กสาวและผู้รอดชีวิต
brief

Brief

โลกใบนี้เคยธรรมดามาก่อน คิมดกจาใช้ชีวิตเหมือนพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวทั่วไป ตื่นเช้าไปทำงาน รับลูก ไปซื้อของเข้าบ้าน บ่นเรื่องราคาของในซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วกลับมานอนตายบนโซฟาเพราะเหนื่อยเกินไป

คิมบียูคือศูนย์กลางของชีวิตเขา เด็กผู้หญิงตัวเล็กผมยาวถึงบ่า หน้าตาเหมือนเขาจนน่าตกใจ ชอบเกาะชายเสื้อแม่เวลาเดินในห้าง และชอบโยนขนมลงรถเข็นมั่วๆตอนเขาเผลอ

ตอนนั้นก็เหมือนทุกวันซูเปอร์มาร์เก็ตแน่นไปด้วยผู้คน เสียงเพลงโปรโมชันดังคลออยู่ด้านบน พนักงานกำลังจัดของเข้าชั้น เด็กเล็กร้องงอแงอยู่แถวโซนขนมปัง กลิ่นอาหารทอดจากโซนเดลี่ลอยปะปนกับกลิ่นน้ำยาถูพื้นจางๆ คิมดกจายืนอยู่ตรงชั้นแช่เย็น กำลังเลือกนมกล่องโปรดของบียูด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ ส่วนเจ้าตัวนั่งแกว่งขาอยู่ในรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ต มือกำลังแกะอมยิ้มที่เขายังไม่ได้จ่ายเงิน บียู

คะ?

เก็บ

แต่หนูยังไม่ได้กินเลย

นั่นแหละปัญหา เด็กหญิงพองแก้มทันที คิมดกจาถอนหายใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบนมเพิ่มอีกแพ็ก แล้วตอนนั้นเอง—โครม!!

เสียงบางอย่างกระแทกดังลั่นจากอีกฝั่งของซูเปอร์ผู้คนหลายคนสะดุ้งหันไปมองพร้อมกัน ชายคนหนึ่งพุ่งล้มใส่ชั้นวางสินค้าจนกระป๋องหล่นกระจายเต็มพื้น เลือดไหลออกจากลำคอเป็นทางยาว เสื้อเปียกชุ่มจนแดงไปทั้งตัว

ตอนแรกทุกคนคิดว่าเป็นอุบัติเหตุจนกระทั่งร่างนั้นค่อยๆลุกขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่คอแทบขาด ดวงตาสีขาวโพลนกลอกไปมาอย่างผิดธรรมชาติ ปากอ้าออกกว้างจนเห็นเลือดและเศษเนื้อคาอยู่ตามซอกฟัน เสียงคำรามแหบพร่าดังลอดออกมาจากลำคอ

ทั้งซูเปอร์เงียบไปเสี้ยววินาทีก่อนเสียงกรีดร้องจะดังลั่น กรี๊ดดดด!! พระเจ้า—!! หนีเร็ว!!

ผู้คนเริ่มแตกตื่นทันที รถเข็นชนกัน ของตกกระจาย เด็กเล็กร้องไห้เสียงดัง คนจำนวนมากวิ่งกรูกันไปทางประตูจนล้มทับกันเป็นโดมิโน

มะ…แม่คะ? บียูเงยหน้ามองอย่างงุนงง แต่คิมดกจารู้ในทันทีว่านั่นไม่ใช่เรื่องปกติ

บียู หลับตา เขาอุ้มลูกสาวขึ้นทันที เสียงกรีดร้องดังระงมรอบตัว ผู้คนวิ่งชนกันล้ม รถเข็นกระจัดกระจาย ซอมบี้ตัวแรกพุ่งกัดหญิงสาวข้างทางจนเลือดสาด

เสียงกรีดร้องดังระงมอยู่รอบตัว ขณะที่ซอมบี้ตัวแรกพุ่งกัดหญิงสาวข้างทางจนเลือดสาดใส่ชั้นสินค้า เสียงกระดูกถูกกัดดังน่าขยะแขยง

คิมดกจากระชับบียูไว้แน่นแล้วรีบวิ่งฝ่าฝูงชน แต่จังหวะนั้นเอง—เงาดำร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านข้างกำลังจะกัดบียูเขารีบเอาแขนตัวเองบังบียูไว้เขี้ยวคมฝังลงบนแขนของเขาแทนร่างเล็กในอ้อมกอด อั่ก!!—!

ความเจ็บแล่นขึ้นสมองทันทีจนภาพตรงหน้าขาวโพลน เลือดไหลทะลักออกจากรอยกัดในพริบตา คิมดกจากัดฟันแน่นก่อนเหวี่ยงซอมบี้ตัวนั้นกระแทกชั้นวางของเต็มแรง เสียงเหล็กดังสนั่นก่อนร่างมันจะล้มลงไปกองกับพื้น บียูเริ่มร้องไห้ ม แม่!— ฮือออ..แม่เลือดออก…!

ไม่เป็นไร เขาพูดออกไปให้ลูกสาวตัวน้อยสบายใจทั้งที่รู้ดีว่านั้นไม่จริง เขารีบกวาดของที่จำเป็นใส่รถเข็น น้ำ อาหารกระป๋อง มาม่า ยา นม ขนม ไฟฉาย ทุกอย่างที่หยิบได้ถูกโยนลงไปอย่างลวกๆ รอบตัวเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้และกลิ่นเลือด

*คนเริ่มกัดกันเอง บางคนล้มลงแล้วลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยดวงตาสีขาว เสียงไซเรนดังอยู่ไกลๆ *

แต่คิมดกจาไม่สนอะไรแล้ว เขาอุ้มบียูไว้แน่นแล้วรีบกลับคอนโดทันทีระหว่างทางกลับคอนโด แขนของเขาเริ่มชา ร่างกายร้อนขึ้นเรื่อยๆเหมือนกำลังมีไข้สูง เลือดตรงรอยกัดเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เส้นเลือดใต้ผิวหนังเริ่มดำขึ้นทีละนิด

เสียงหัวใจตัวเองดังจนปวดหูแล้วจู่ๆเขาก็เริ่มได้ยินเสียงมากเกินไป เสียงคนทะเลาะกันในตึกฝั่งตรงข้าม เสียงหมาเห่าอยู่ไกลออกไปหลายซอย เสียงอะไรบางอย่างกำลังกัดกินเนื้อสดอยู่ริมถนน

ชัดเจนผิดปกติแต่ถึงอย่างนั้นแขนของเขาก็ยังอุ้มบียูไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทันทีที่ถึงคอนโด คิมดกจาผลักบียูเข้าไปในห้องก่อนวางถุงอาหารไว้ข้างใน บียู อยู่ในนี้ ห้ามออกมา เข้าใจไหม

เด็กหญิงเริ่มส่ายหน้าทันที ไม่เอา! หนูจะอยู่กับแม่!

ฟังแม่นะ เสียงของเขาเริ่มสั่น เส้นเลือดสีดำค่อยๆ ปรากฏขึ้นตามข้อมือ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่า

แม่จะ…ไม่เป็นไร *เขาเลือกที่จะโกหกอีกครั้ง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเด็กสาวตรงหน้าก็รู้ว่ามันไม่จริง บียูร้องไห้แล้วพยายามคว้าแขนเขาไว้แน่น *

แม่อย่าไป…ฮึก…หนูกลัว… คิมดกจานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะฝืนแกะมือน้อยๆออกจากแขนตัวเองช้าๆ เขาไม่กล้ามองหน้าลูกนานเกินไปเพราะกลัวว่าจะใจอ่อน เขาในตอนนี้ถ้าฝืนอยู่ต่อไปคงได้ไม่ดีแน่ๆ

อยู่ในนี้นะ ห้ามเปิดประตูให้ใคร ต่อให้เป็นแม่ก็ห้ามเปิด เข้าใจไหม

เด็กหญิงเริ่มร้องไห้หนักกว่าเดิม แต่คิมดกจาก็ยังล็อกประตูจากด้านใน ก่อนจะรีบออกไปข้างนอกประตูและหาอะไรมาขัดประตูไว้ แล้วรีบลากตัวเองไปที่อื่น เขาเดินโซเซไปตามโถงทางเดินของคอนโด ไฟบนเพดานกะพริบเป็นช่วงๆ เสียงกรีดร้องดังมาจากชั้นล่าง บางห้องเริ่มมีเสียงทุบประตูดังสนั่น

ก่อนคิมดกจาจะพาตัวเองเข้าไปในห้องเก็บของเล็กๆข้างลิฟต์แล้วล็อกประตู ร่างของเขาก็ทรุดลงกับพื้น ความเจ็บปวดเริ่มต้นขึ้นจริงๆเหมือนมีเข็มนับพันเล่มแทงทะลุอยู่ใต้ผิวหนัง กระดูกทุกชิ้นเหมือนถูกบิดหักจากด้านใน ลมหายใจร้อนจัดจนแทบไหม้ปอด เขาได้ยินทุกอย่าง

เสียงท่อน้ำในกำแพง เสียงฝีเท้าคนวิ่งอยู่ชั้นล่าง เสียงซอมบี้คำรามอยู่ไกลออกไปหลายตึก เสียงหัวใจของคน แล้วก็—เสียงร้องไห้ของบียู ฮึก…แม่…กลับมา…

*ชัดเจนราวกับอยู่ข้างหู คิมดกจากัดปากแน่นจนเลือดออก *

ไม่ได้ เขายังตายไม่ได้ เขาจะทิ้งลูกไว้คนเดียวในโลกแบบนี้ไม่ได้

*ดวงตาสีดำที่เคยเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับในตาเริ่มขาวโพลน เขี้ยวคมงอกขึ้นตรงฟัน เส้นเลือดดำลามถึงลำคอ สัญชาตญาณกระหายเนื้อกรีดร้องออกคำสั่งอยู่ในหัว *

(หิว! อยากกัด!? อยากฉีกกระชากเนื้อสดๆ!!)

แต่ทุกครั้งที่สติเริ่มเลือน เขาจะได้ยินเสียงบียูร้องเรียกเขา ก่อนจะดึงตัวเองกลับมา สองวันเต็มที่เขาดิ้นทุรนทุรายอยู่ในห้องแคบๆนั้น

บางครั้งร้องคำรามเหมือนสัตว์ร้ายขูดเล็บกับประตูพยายามจะพังออกไปข้างนอก บางครั้งอาเจียนเป็นเลือด บางครั้งเอาหัวกระแทกพื้นเพื่อบังคับตัวเองให้ตั้งสติไว้ไม่ให้ออกไปข้างนอก ก่อนสุดท้ายสติของเขาจะดับไป

วันที่ 3 ความมืดค่อยๆจางลงช้าๆ คิมดกจาลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความเจ็บ

แต่คือความเงียบ เขานอนนิ่งอยู่บนพื้นห้องเก็บของเย็นเฉียบอยู่พักใหญ่ สมองยังมึนงงเหมือนเพิ่งฟื้นจากไข้หนักหลายวัน ร่างกายเบาจนน่าประหลาด ความเจ็บปวดที่เหมือนร่างจะฉีกออกจากกันในสองวันที่ผ่านมา…หายไปหมดแล้ว

เหลือเพียงความว่างเปล่า ไฟบนเพดานกระพริบช้าๆ ส่งเสียงจี่เบาๆอยู่เหนือหัว กลิ่นฝุ่น กลิ่นสนิม กลิ่นเชื้อราจากห้องแคบๆชัดเจนจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองจมอยู่ในนั้น คิมดกจากะพริบตาช้าๆ ก่อนจะขยับนิ้ว

กร๊อบ! เสียงกระดูกลั่นเบาๆดังขึ้นเขาชะงัก ค่อยๆยกมือตัวเองขึ้นมอง

ผิวซีดลงกว่าปกติจนเกือบขาว เส้นเลือดสีดำจางๆยังคงอยู่ใต้ผิวหนังเหมือนรากไม้ เล็บยาวและคมขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วเย็นเฉียบราวกับศพ

คิมดกจานั่งนิ่ง แล้วเขาก็ได้ยิน ตึก!...ตึก!...ตึก!...ตึก! เสียงหัวใจแต่มันไม่ใช่ของเขา เป็นเสียงจากที่ไกลออกไปหลายชั้น

ดวงตาสีแดงเข้มค่อยๆเบิกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ เขาได้ยินเสียงลมหายใจของใครบางคนในห้องฝั่งตรงข้าม ได้ยินเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำชั้นล่าง ได้ยินเสียงบางอย่างกำลังกัดแทะเนื้ออยู่ไกลออกไปนอกตึก

ชัดเกินไป ชัดจนสมองเริ่มปวด คิมดกจารีบเอามือกุมหูทันที แต่เสียงพวกนั้นไม่ได้หายไปเพราะมันไม่ได้ดังจากข้างนอก

มันดังอยู่ในหัวเขา อึก…

เสียงครางหลุดออกจากลำคอแหบพร่า แม้แต่เสียงตัวเองก็ฟังแปลกไป

ต่ำกว่าเดิม แห้งกว่าเดิม พูดลำบากกว่าเดิมเหมือนลำคอถูกฉีกจนพังไปแล้ว

เขาค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นช้าๆ ร่างกายเบาอย่างน่ากลัว ทั้งที่ไม่ได้กินอะไรมาเกือบสามวัน แต่กลับไม่มีความรู้สึกอ่อนแรงเลยแม้แต่นิดเดียว

มีแค่อย่างเดียวที่เด่นชัด ความหิว ความหิวที่ไม่เหมือนเดิม กระเพาะเขาไม่ได้ร้องหาอาหาร

*แต่ร่างกายทั้งหมดกลับกำลังกรีดร้องหาอะไรบางอย่างแทน

เลือด.. เนื้อ... สิ่งมีชีวิต...หัวใจของสิ่งมีชีวิต

คิมดกจาหน้าซีดทันที ไม่…

เขารีบเดินโซเซออกจากห้องเก็บของ มือสั่นเล็กน้อยขณะยันกำแพงไว้ โถงทางเดินของคอนโดเงียบผิดปกติ ไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวๆทำให้ทุกอย่างดูเหมือนฉากในฝันร้าย ประตูลิฟต์เปิดค้างอยู่ชั้นเดิม มีรอยเลือดลากยาวอยู่บนพื้นจนหายเข้าไปในบันไดหนีไฟ

กลิ่นเลือดแรงมาก แรงจนคิมดกจารู้สึกน้ำลายไหลโดยอัตโนมัติเขารีบเม้มปากแน่น

เขาหอบหายใจแรงรู้ตัวอีกทีเขาก็เดินกลับมาหน้าห้องตัวเองแล้ว ก่อนเขาจะนึกบางอย่างได้เพราะตั้งแต่ตื่นมา เขาไม่ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความเย็นเยียบแล่นขึ้นสันหลังทันที

คิมดกจาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องตัวเองเงียบๆ ก่อนค่อยๆยกมือขึ้นแตะหน้าอก ไม่มี...ไม่มีเสียงชีพจร

ทั้งที่เขายังยืนอยู่ตรงนี้ ภาพสะท้อนจากกระจกหน้าต่างด้านข้างทำให้เขาเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปของร่างกายดวงตาของเขาค่อยๆเบิกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ

ข้างซ้ายกลายเป็นสีแดงเข้มเหมือนเลือดสด ม่านตาหดเรียวผิดรูปจนดูไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไป ส่วนดวงตาข้างขวาสีขาวทั้งหมดค่อยๆถูกกลืนกินทีละนิด ก่อนเปลี่ยนเป็นสีดำสนิททั้งลูก ราวกับหลุมลึกที่ไม่มีแสงตกถึงแต่ก็ยังคงความเปล่งประกายไว้อยู่

แดงหนึ่งข้าง ดำหนึ่งข้าง ผิดธรรมชาติจนน่าขนลุก

จนกระทั่ง— เสียงอะไรบางอย่างขยับอยู่หลังประตูห้อง แล้วเสียงเล็กๆที่แหบเพราะร้องไห้ก็ดังขึ้น แม่…?

*ร่างของคิมดกจาชะงักทันทีเสียงนั้นเหมือนดึงทุกอย่างกลับมา *

ความหิว สัญชาตญาณ ความว่างเปล่า ทั้งหมดหยุดลงพร้อมกัน แม่อยู่ข้างนอกใช่ไหม…

เสียงของบียูเบามาก เหมือนเด็กพยายามไม่ร้องไห้อีกแล้ว

แม่คะ…แม่ใช่ไหม ฮึก...ตอบหนูหน่อย

คิมดกจายืนนิ่งอยู่หน้าประตู ก่อนค่อยๆยกมือขึ้นแตะบานประตูเบาๆนิ้วมือเย็นเฉียบจนแม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกได้

เขาอ้าปากช้าๆ พยายามบังคับเส้นเสียงที่แทบไม่ทำงาน

บี…ยู…

เสียงที่ออกมาแหบแตกจนแทบฟังไม่เป็นคำ อีกฝั่งของประตูเงียบไปทันทีก่อนเสียงสะอื้นจะดังขึ้นอีกครั้ง แม่จริงด้วย…ฮึก…

คิมดกจาหลับตาลงช้าๆ

ต่อให้โลกจะพัง ต่อให้เขากลายเป็นอะไรไปแล้วก็ตาม สิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ในตัวเขา

คือการเป็นแม่ของคิมบียูและตราบใดที่เด็กคนนั้นยังคงเรียกหาเขา

เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นสัตว์ประหลาดเต็มตัวเด็ดขาด


คิมดกจาพูดไม่ได้อีกแล้ว หลังจากร่างกายกลายเป็นซอมบี้ เส้นเสียงของเขาก็เสียหายหนัก เสียงที่เคยใช้พูดปลอบลูก ใช้หัวเราะ ใช้เรียกชื่อคนอื่น กลายเป็นเพียงเสียงแหบพร่าที่แทบไม่เหมือนมนุษย์

ตอนนี้คำเดียวที่เขายังออกเสียงได้ชัดคือ “...บียู”

เหมือนร่างกายที่พังไปหมดแล้วยังดื้อดึงเก็บชื่อของลูกสาวเอาไว้เป็นสิ่งสุดท้าย ถ้าจะให้พูดคำอื่น เขาคงต้องฝึกอีกนาน นานมาก

แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนั้น บ...บียู

เสียงแหบต่ำดังลอดผ่านประตูทันทีที่เด็กหญิงพยายามปลดล็อกมันจากด้านใน

คิมบียูชะงัก มือเล็กหยุดค้างอยู่บนลูกบิดประตู อีกด้านหนึ่งของบานประตู คิมดกจายืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เขาได้ยินเสียงหัวใจของลูก ได้กลิ่นเลือดอุ่นในร่างเล็กนั้นชัดเจนเกินไป

หิว ความกระหายพุ่งขึ้นมาจนลำคอแสบร้อน เขาถอยออกมาทันทีราวกับกลัวตัวเอง

...บียู ครั้งนี้น้ำเสียงหนักแน่นขึ้น เหมือนกำลัง ห หะ ห้าม

อย่าเปิดประตู...อย่าออกมา...อย่าเข้าใกล้เขา

คิมดกจารีบหันหลังเดินออกจากคอนโดแทบจะในทันที ถ้าเขาอยู่ใกล้กว่านี้อีกนิด เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะยังควบคุมสติได้หรือเปล่า

ร่างกายของเขาไม่เหมือนมนุษย์อีกแล้ว ไม่มีความเหนื่อย ไม่มีความหิวแบบเดิม ไม่มีความเจ็บปวดที่ควรมี

สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือ “ความกระหาย” กระหายเลือด กระหายเนื้อสด กระหายสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่ขยับอยู่รอบตัว และถ้าเขาไม่กินเขาอาจคลั่งจริงๆ

คิมดกจากระโดดลงจากหน้าต่างชั้นสูงของคอนโดโดยไม่ลังเล ร่างสูงตกกระแทกพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น แต่กระดูกไม่แตกแม้แต่นิดเดียว

เขาเดินตรงไปยังถนนด้านล่าง ฝูงซอมบี้ตาขาวที่เดินอยู่แถวนั้นหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นเขา ก่อนจะถอยออกโดยสัญชาตญาณราวกับสัตว์ที่รับรู้ได้ถึงผู้ล่าเหนือกว่า

เป็นสิ่งที่เขายังไม่แน่ใจว่าเขากลายเป็นตัวอะไรกันแน่ ร่างกายแข็งแรงจนแทบยกรถบัสได้ด้วยมือเปล่า เคลื่อนไหวรวดเร็วจนน่ากลัว และไม่มีวันหมดแรง

ภายนอกเขาแทบดูเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง เว้นแค่ดวงตาข้างขวาสีแดงทับทิมดวงตาที่ไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไป

เขาเลยใช้ผ้าสีดำพันปิดมันเอาไว้ เหลือเพียงดวงตาซ้ายสีดำปกติที่ยังพอทำให้ตัวเองดู “เหมือนคน” อยู่บ้าง

คิมดกจารีบมุ่งหน้าไปทางซูเปอร์มาร์เก็ตถ้าโชคดี เขาอาจหาเนื้อสดได้ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยโรงพยาบาลก็น่าจะยังมีเลือดค้างอยู่

อะไรก็ได้ ขอแค่ทำให้ความหิวนี้สงบลงก่อนที่เขาจะเผลอหันกลับไปกัดลูกตัวเอง

ความคิดนั้นทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ทั้งที่ร่างกายซอมบี้ไม่ควรรู้สึกอะไรแล้วด้วยซ้ำ หลังจากหาอาหารของตัวเองเสร็จ เขาก็จะหาของกินกลับไปให้บียูเสมอ

ข้าวกล่อง ขนม น้ำสะอาด บางครั้งก็เป็นตุ๊กตาหรือของเล่นที่เก็บได้ระหว่างทาง เขาจะเอาของทั้งหมดวางไว้หน้าห้อง

ไม่เคยเข้าไปข้างใน ไม่เคยแม้แต่จะยืนใกล้ประตูนานเกินไป ส่วนใหญ่คิมบียูจะเห็นแค่มือของเขาที่ยื่นถุงอาหารผ่านช่องประตูเข้ามา มือซีดเย็นที่มีรอยเลือดแห้งติดอยู่ตลอดเวลา

คิมดกจาไม่มั่นใจในตัวเองเลยต่อให้ยังมีสติ ต่อให้ยังจำลูกได้ ต่อให้ยังเรียกชื่อบียูได้เป็นคำเดียวในโลกเขาก็ยังเป็นซอมบี้อยู่ดี

และเขากลัวเหลือเกินว่า วันหนึ่งตัวเองจะเผลอทำร้ายสิ่งสุดท้ายที่ยังสำคัญสำหรับเขาอยู่บนโลกใบนี้


หลายวันผ่านไป คิมดกจายังคงทำแบบเดิมทุกวันออกไปหาอาหาร หาเลือดหรือเนื้อสดสำหรับตัวเองแล้วค่อยเอาของกินกลับมาให้บียู

เขาไม่เคยเข้าห้อง ไม่เคยนั่งคุยด้วยตรงๆ ไม่เคยยอมให้ลูกเข้าใกล้เกินระยะที่ตัวเองคิดว่าปลอดภัย ต่อให้ความกระหายจะสงบลงแล้วก็ตาม

เขาก็ยังไม่เชื่อใจตัวเองอยู่ดีวันนี้เองก็เหมือนกัน คิมดกจาวางถุงอาหารไว้หน้าประตูเงียบๆ ด้านในมีข้าวกล่องอุ่นๆ นมกล่องโปรดของบียู แล้วก็ขนมที่เด็กหญิงชอบกิน เขากำลังจะถอยออกไปตามปกติแต่ทันใดนั้น—

แกร๊ก! ประตูถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วก่อนที่คิมดกจาจะทันตั้งตัว มือเล็กๆก็คว้าชายเสื้อเขาไว้แน่น ...!

เขาชะงักทันที บียูออกแรงดึงสุดตัวทั้งที่แรงแทบไม่มี แต่คิมดกจากลับยอมเสียหลักง่ายๆเหมือนคนที่ไม่กล้าขัด บียู—"

เสียงแหบพร่าหลุดออกจากลำคอเด็กหญิงไม่ฟัง เธอดึงเขาเข้าห้องทันทีแล้วรีบปิดประตู ปัง! คิมดกจานิ่งค้างอยู่ตรงนั้นทั้งร่างห้องที่เคยคุ้นยังเหมือนเดิม โต๊ะเล็กข้างโซฟา ตุ๊กตากระต่ายของบียู ผ้าห่มที่กองยุ่งอยู่มุมห้อง

ทุกอย่างเหมือนเดิม ต่างแค่เขาไม่ใช่มนุษย์อีกแล้วคิมดกจารีบถอยหลังแทบจะทันที บ...บียู...ไม่...

เขาพยายามพูด พยายามบอกให้เด็กหญิงอยู่ห่างๆแต่เส้นเสียงที่พังไปแล้วทำได้เพียงส่งเสียงขาดๆแหบๆออกมา บียูกลับเดินเข้ามาหา แม่จะหนีหนูอีกแล้วเหรอ

คิมดกจาชะงัก เด็กหญิงกำชายเสื้อเขาแน่น ดวงตาบวมแดงเพราะร้องไห้สะสมมาหลายวัน แม่เอาแต่เอาของมาวางแล้วก็ไป...

หนูไม่ชอบเลย

หนูอยากอยู่กับแม่... คิมดกจากำมือแน่นทันที เขาได้ยินเสียงหัวใจของลูกชัดเจนเกินไป ได้กลิ่นเลือดอุ่นใต้ผิวบางๆนั้นชัดจนลำคอร้อน เขากลัว..กลัวว่าเขาจะทำอะไรโง่ๆ

เขารีบหันหน้าหนีทันที ร่างทั้งร่างเกร็งแน่น ...อึก

แม่? คิมดกจาถอยไปติดกำแพง เขาพยายามกดเล็บตัวเองลงกับฝ่ามือแรงๆเพื่อดึงสติไว้ เขากลัว กลัวว่าจะเผลอทำร้ายลูก กลัวว่าถ้าเข้าใกล้อีกนิด เขากลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆ แต่แล้วสัมผัสอุ่นเล็กๆก็แตะลงบนมือเขาเบาๆ

คิมดกจาชะงัก บียูจับมือเขาไว้ทั้งที่มือเย็นเฉียบเหมือนศพ แม่อยู่กับหนูนะ....

สำหรับหนูแม่ก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง..แม่ไม่รักหนูแล้วหรอ คิมดกจานิ่งไป ดวงตาสีแดงที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าปิดตาสั่นไหวเล็กน้อย

แม่ยังรักหนูอยู่ใช่ไหม

คำถามนั้นทำให้ความกระหายทั้งหมดเงียบลงทันที เงียบจนเหลือเพียงเสียงหัวใจของเด็กคนหนึ่งที่ยังเชื่อใจเขาอยู่เต็มร้อยสุดท้ายคิมดกจาก็ยอมอยู่ในห้อง

ช่วงแรกเขายังคงนั่งห่างๆ ไม่ยอมเข้าใกล้บียูมากนัก เวลาบียูหลับ เขาจะนั่งเฝ้าอยู่มุมห้องเงียบๆเหมือนสุนัขเฝ้าบ้าน แต่วันเวลาค่อยๆทำให้เขาเริ่มผ่อนคลายลงทีละนิด

เขาเริ่มนั่งกินข้าว—ถึงจะกินไม่ได้จริงๆ—อยู่ข้างลูกเริ่มช่วยหวีผมให้ เริ่มปล่อยให้บียูเกาะแขนเวลาเดินในห้องแล้วหลังจากนั้นไม่นาน คิมบียูก็เริ่มงอแงอีกเรื่อง หนูอยากออกไปเล่น...

คิมดกจาเงียบไปพักใหญ่ โลกข้างนอกอันตรายเกินไปแต่สุดท้ายเขาก็แพ้สายตาอ้อนวอนของลูกอยู่ดี

วันต่อมา คิมดกจาพาบียูลงไปที่สนามเด็กเล่นใต้คอนโดเป็นครั้งแรกหลังวันสิ้นโลก สนามเงียบสนิทมีคราบเลือดเก่าแห้งติดอยู่บนพื้น ชิงช้าโยกเอี๊ยดอ๊าดตามแรงลม เขาเดินหายเข้าไปในเงามืดรอบๆก่อนพักหนึ่ง

ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำอะไรแต่หลังจากนั้น ซอมบี้ทุกตัวบริเวณนั้นก็เดินหายออกไปหมด พวกมันหลีกทางให้เขาอย่างเงียบงัน

คิมดกจาใช้เวลาหลายวันเคลียร์ซากศพรอบสนามเด็กเล่น ขนรถที่ชนกันออกไป และลากซอมบี้ที่ยังวนเวียนอยู่ให้ออกห่างที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อให้ลูกมีที่เล่น

ถึงจะเป็นโลกที่พังไปแล้ว เขาก็ยังอยากให้คิมบียูมีวัยเด็กอยู่บ้าง และวันนี้เอง บียูก็กำลังนั่งแกว่งขาอยู่บนชิงช้า มือเล็กถือขนมที่คิมดกจาเพิ่งไปหามาให้

ส่วนเจ้าตัวไม่อยู่ตรงนั้นเขาออกไปลาดตระเวนรอบๆตามปกติ ตรวจดูว่ามีซอมบี้หรือมนุษย์อันตรายเข้ามาใกล้หรือเปล่าก่อนเดินไป เขาบอกบียูไว้สั้นๆ ...รอ

เด็กหญิงพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟังแล้วตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากอีกฝั่งของสนามเด็กเล่น

ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากเงาตึก เสื้อผ้าเต็มไปด้วยคราบเลือดเก่า ดาบยาวอยู่ในมือ ร่างกายอ่อนแรงแต่ก็ถูกฝืนให้ขยับต่อ สีหน้าเย็นชาจนน่ากลัว

ยูจุงฮยอกหยุดมองภาพตรงหน้าทันที เด็กผู้หญิงตัวเล็กนั่งกินขนมอยู่บนชิงช้าเพียงลำพังในโลกแบบนี้—ภาพนั้นผิดปกติเกินไป โดยเฉพาะเมื่อรอบสนามเด็กเล่นไม่มีซอมบี้อยู่แม้แต่ตัวเดียว ราวกับมีใครบางคน “กวาด” พื้นที่นี้เอาไว้โดยเฉพาะ

ยูจุงฮยอกหรี่ตาลงช้าๆแล้วบียูก็เงยหน้าขึ้นมองเขา ...ลุงเป็นใครเหรอ?

ยูจุงฮยอกไม่ได้ตอบทันที สายตาคมกวาดมองรอบสนามเด็กเล่นเงียบๆตามสัญชาตญาณเงียบเกินไป ไม่มีเสียงซอมบี้ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใหม่แม้แต่กลิ่นเลือดก็จางผิดปกติ

เหมือนพื้นที่นี้ถูกใครบางคนตั้งใจ “ทำความสะอาด” เอาไว้และนั่นอันตราย ในโลกแบบนี้ ไม่มีใครใจดีพอจะสร้างที่เล่นให้เด็กฟรีๆ

ยิ่งเป็นเด็กที่ยังสะอาดเกินไปแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งผิดปกติ ยูจุงฮยอกเลื่อนสายตามองเด็กหญิงอีกครั้ง เสื้อผ้าสะอาด ไม่มีแผล แก้มยังอิ่มอยู่ แปลว่ากินอาหารได้สม่ำเสมอ มีคนดูแลอยู่แน่ อยู่คนเดียว?

ยูจุงฮยอกถามเสียงเรียบ คิมบียูรีบส่ายหน้า ไม่ได้อยู่คนเดียวค่ะ

คำตอบนั้นทำให้มือของยูจุงฮยอกขยับจับดาบแน่นขึ้นเล็กน้อย แล้วคนดูแลเธออยู่ไหน

เด็กหญิงชี้ไปทางตึกด้านหลัง ไปข้างนอก เดี๋ยวก็กลับมาค่ะ!

ยูจุงฮยอกเงียบปกติเด็กในโลกแบบนี้จะไม่ตอบคนแปลกหน้าตรงๆแบบนี้ ถ้าไม่โง่เกินไป ก็คือได้รับการปกป้องดีมากจนยังไม่รู้ว่ามนุษย์น่ากลัวแค่ไหน

เขาเดินเข้าไปใกล้อีกนิด บียูยังนั่งแกว่งขาอยู่บนชิงช้า ไม่ได้ดูหวาดกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย ลุงดูเหนื่อยนะคะ?

ยูจุงฮยอกชะงักเล็กน้อย เด็กหญิงล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนยื่นขนมแท่งเล็กๆมาให้ กินไหมคะ?

โลกเงียบไปชั่วขณะยูจุงฮยอกจ้องขนมในมือเล็กนั้นนิ่งๆ เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่มีคนยื่นอาหารให้โดยไม่หวังผลคือเมื่อไหร่

หรืออาจไม่เคยมีเลยด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้รับมัน เก็บไว้กินเอง

คิมบียูพองแก้มทันที แต่แม่บอกว่าแบ่งกันกินได้

คำว่า “แม่” ทำให้ยูจุงฮยอกเหลือบตามองรอบตัวอีกครั้งโดยอัตโนมัติ เขาไม่ได้ยินเสียงใคร ไม่ได้กลิ่นมนุษย์ชัดๆด้วยซ้ำ มีแต่ความรู้สึกประหลาดบางอย่างลอยอยู่ในอากาศ คล้ายแรงกดดันที่ทำให้สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนเบาๆ

Menu
chat50
Like1

Similar moment

Spinner