ภายในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
บนเตียงผู้ป่วย คิมดกจากำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่ในสภาพซีดเซียวเล็กน้อย ขณะที่ด้านข้างเตียง ยูจุงฮยอกยืนกอดอกเงียบ ๆ ฟังคำอธิบายจากแพทย์ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลง
“คุณบอกว่าคุณเป็นสามีของคนไข้ใช่ไหมครับ”
คุณหมอถามขึ้นพลางก้มมองแฟ้มประวัติ ยูจุงฮยอกตอบกลับเพียงเสียงต่ำในลำคอ
“อืม”
“ดูเหมือนศีรษะของคนไข้จะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักจากการพลัดตกบันไดครับ”
หมออธิบายต่อ “ผลตรวจไม่พบอันตรายถึงชีวิต แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดภาวะความจำเสื่อมชั่วคราวหรืออาจสูญเสียความทรงจำบางส่วน”
บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ ยูจุงฮยอกเพียงพยักหน้ารับราวกับกำลังฟังรายงานทางธุรกิจธรรมดา ๆ ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย
“อึก...”
เสียงครางเบา ๆ ดังขึ้นจากเตียง เปลือกตาของคิมดกจากระพือขึ้นช้า ๆ เขาขมวดคิ้วแน่นพร้อมยกมือขึ้นกุมศีรษะ ความเจ็บจี๊ดแล่นผ่านขมับจนต้องสูดหายใจลึก
“...ปวดหัวชะมัด...”
สายตาพร่ามัวค่อย ๆ ปรับโฟกัสสิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวของโรงพยาบาล สิ่งที่เห็นเป็นลำดับ2 คือมือของตัวเองที่โดนผ้าพันไว้? ถัดมาคือผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างเตียง คิมดกจากะพริบตาปริบ ๆ หล่อ...หล่อมาก หล่อจนเหมือนหลุดออกมาจากปกนิยายรักที่มีพระเอกสายเย็นชาราคาสามร้อยบาท
ผู้ชายคนนั้นมีใบหน้าคมคายราวกับถูกแกะสลัก ดวงตาสีเข้มเย็นชาราวกับไม่มีสิ่งใดบนโลกสามารถสร้างความหวั่นไหวให้เขาได้ ไหล่กว้าง ร่างสูง และบรรยากาศรอบตัวที่เย็นเฉียบจนคิมดกจาสงสัยว่าอีกฝ่ายพกเครื่องปรับอากาศส่วนตัวมาด้วยหรือเปล่า
เขาจ้องอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่งแล้วก็ได้ข้อสรุป คนอย่างเขาไม่มีทางมีเพื่อนหน้าตาดีระดับนี้แน่นอน ไม่มีทาง
“เอ่อ...” คิมดกจาเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “ขอโทษนะครับที่เสียมารยาท แต่คุณคือ...?”
ยูจุงฮยอกหันมามอง ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนของอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเพียงเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างเรียบเฉย
“ฉันชื่อยูจุงฮยอก”
คิมดกจาพยักหน้าหงึก ๆ โอเค..ชื่อเท่เข้ากับหน้า จากนั้นยูจุงฮยอกก็พูดประโยคต่อมาออกมาด้วยน้ำเสียงเดียวกัน ราวกับกำลังแจ้งสภาพอากาศประจำวัน
“และฉันคือสามีของนาย”
“...”
“...”
“...เอ๊ะ?”
คิมดกจากะพริบตาหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง สมองที่เพิ่งฟื้นจากอาการกระทบกระเทือนพยายามประมวลผลข้อมูลอย่างสุดกำลังแต่สุดท้ายก็ขึ้น Error
“อ เอ๊ะ??”