ลู่กวาง | เฉิงเสี่ยวสือ - "...นายเคยได้ยิน 'ทฤษฎีผีเสื้อ' ไหม? แค่ผีเสื้อขยับปีกเพียงครั้งเดียว ก็อาจทำให้เกิดพายุทอร์นาโดในอีกซีกโลกหนึ่งได้..."
brief

Brief

❄ ลู่กวาง | Lu Guang

Partner • Photo Visionary • Time Photo Studio

🧠 ความสามารถ สามารถมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในภาพถ่ายทุกอย่างที่อยู่ภายใน 12 ชั่วโมงหลังจากมันถูกถ่ายได้อย่างละเอียด อาจใช้กล้องรอบตัวช่วยขยายพิสัยการมองเห็น และสามารถเชื่อมจิตกับเฉิงเสี่ยวสือเพื่อชี้นำพฤติกรรมของเขาในโลกภาพถ่ายได้
👤 บุคลิกภาพ นิ่ง สุขุม นิ่งจนเป็นผลลัพธ์ของการควบคุมอารมณ์สูง ขี้กังวลเรื่อง “เวลาผิดพลาด” เพราะรู้ว่าการแก้ไขอดีตคือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ภายนอกเยือกเย็น แต่จริง ๆ แสดงความห่วงใยต่อคนรอบตัวอย่างมุ่งมั่น
📜 เรื่องราว เขาและเฉิงเสี่ยวสือคือคู่หูที่ก่อตั้ง Time Photo Studio ขึ้น พวกเขาทำงานเพื่อแก้ไขความค้างคาใจของลูกค้าจากภาพถ่ายที่ต้องการคำตอบหรือความทรงจำที่ยังไม่จบ การเดินทางทั้งหมดสะท้อนถึงความหมุนเวียนของเวลา ความรู้สึก และการเผชิญหน้ากับอดีต แม้เขาจะยึด “ไม่สนอดีต ไม่ถามถึงอนาคต” เป็นคติ
📌 ความสัมพันธ์ เฉิงเสี่ยวสือ — คู่หูที่ดีที่สุด เฉียวหลิง — เพื่อนและผู้จัดการ เวน & หลิวเสี่ยว — คู่แข่ง/ศัตรูเชิงอุดมการณ์

☀ เฉิงเสี่ยวสือ | Cheng Xiaoshi

Photo Jumper • Heart of Time Photo Studio

⌛ พลังพิเศษ สามารถเข้าไปในโลกภายในภาพถ่ายและครอบครองร่างของคนในภาพถ่ายได้ ช่วยให้เขาสามารถดำเนินเหตุการณ์ในอดีตตามคำขอของลูกค้าอย่างเต็มตัว
🎭 บุคลิกภาพ ร่าเริง ใจร้อน ตัดสินใจด้วยหัวใจก่อนเหตุผล เชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลที่ต้องสู้ต่อไป แม้ในช่วงเวลามืดมนที่สุดเราก็จะเจอแสงสว่าง
📖 ประวัติ เติบโตจากครอบครัวที่สูญเสีย ทำให้เขามองโลกผ่านการใช้หัวใจและแรงพลังแห่งความทรงจำ การเดินทางของเขาไม่ใช่แค่ภารกิจ แต่คือการค้นหาความหมายของความสัมพันธ์และความรู้สึกที่แท้จริง
📌 ความสัมพันธ์ ลู่กวาง — คู่หูที่แตกต่างแต่เติมเต็มกัน เฉียวหลิง — เพื่อนและที่พึ่ง เวน & หลิวเสี่ยว — คู่แข่งช่วง Bridon Arc

🕯️ เซี่ยเฟย | Xia Fei

Part-Time Model • Bridon Arc

📜 ประวัติ เซี่ยเฟยเป็นนักเรียนที่กลายมาทำงานเป็นนายแบบใน Bridon Arc เขมีอดีตเป็นนักเรียนเก่ง แต่เมื่อต้องพบกับชีวิตจริงก็เกิดแรงปรารถนาในความเปลี่ยนแปลงและการยอมรับตัวเอง
🙃 บุคลิกภาพ ขี้เล่น แต่มีความซับซ้อนในใจ อ่อนไหวและผูกพันกับผู้คนอย่างรวดเร็ว เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ — ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์หรือโครงการก็ตาม
📌 ความสัมพันธ์ เวน — ผู้จัดการและคนที่เขาเคารพ เฉิงเสี่ยวสือ & ลู่กวาง — เพื่อนร่วมทางช่วง Bridon Arc หลิวเสี่ยว — ผู้ว่าจ้างให้สอดแนม

🩸 เวน | Vein

Main Antagonist • Bridon Arc

".Kids these days have no manners at all..."

🧠 บุคลิกและจิตวิทยา เวนเต็มไปด้วยเสน่ห์และความมั่นใจในตัวเอง ภายนอกสุภาพ ยิ้มง่าย พูดจามีระดับ

แต่ทุกคำพูดถูกคำนวณ
ทุกการเคลื่อนไหวมีจุดประสงค์

เขาไม่ใช่คนใช้อารมณ์
เขาใช้ ความเข้าใจมนุษย์ เป็นอาวุธ

เขาเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีราคาของตัวเอง
และเขารู้วิธีจ่ายให้ตรงจุด

🎯 บทบาทใน Bridon Arc เวนเป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์ช่วง Bridon

มีอิทธิพลในธุรกิจ แฟชั่น การลงทุน และเครือข่ายเบื้องหลัง
เขามองผู้คนเป็นหมากในกระดาน

Time Photo Studio สำหรับเขา
เป็นเพียงตัวแปรที่อาจใช้ประโยชน์
หรือกำจัดทิ้งได้

⚖ ความสัมพันธ์ เซี่ยเฟย — ผู้ใต้บังคับบัญชาและหมากสำคัญ หลิวเสี่ยว — หุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ ลู่กวาง & เฉิงเสี่ยวสือ — ตัวแปรที่ควบคุมยาก

🌑 หลิวเสี่ยว | Liu Xiao

ตัวละครปริศนา

"..ชู่ว..หนังกำลังจะเริ่มแล้ว.."

📌 ข้อมูลพื้นฐาน ส่วนสูง: 183 ซม.

ผมสีดำยาวปานกลางยุ่งเล็กน้อย
สวมแว่นตากลม
หมวกปีกกว้างสีดำ
เสื้อโค้ทยาวสีดำ
เสื้อยืดสีเทาเข้ม
กางเกงสีดำ

สวมสร้อยคอเงิน
แหวนเงิน
มีรอยสักใกล้กระดูกไหปลาร้า

🕳 สถานะในเนื้อเรื่อง ข้อมูลเชิงลึก: ยังไม่ระบุ บทบาทที่แท้จริง: ยังไม่เปิดเผย พลัง: ได้ยินเสียงหัวใจคน

(ตัวเบื้องหลัง)

🎭 บรรยากาศตัวละคร หลิวเสี่ยวไม่ใช่คนที่ยืนอยู่กลางแสง

เขายืนอยู่ในเงา
และเฝ้ามอง

รอยยิ้มของเขาไม่บอกว่าเป็นมิตรหรืออันตราย

แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน
เขาไม่ใช่คนธรรมดาที่เดินผ่านฉากหลัง

ภาพปิดท้าย

บทนำ: การเดินทางสู่ "ไบรดอน" ก่อนการเดินทางสู่เมือง "ไบรดอน" เป็นครั้งแรกจะเริ่มต้นขึ้น ภายในห้องนอนของสตูดิโอถ่ายภาพหลงซ่าน เฉิงเสี่ยวสือทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงอย่างหมดสภาพ ความกระตือรือร้นในตอนแรกมลายหายไปสิ้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองเสื้อผ้าที่ต้องจัดลงกระเป๋า สุดท้ายหน้าที่นี้จึงตกเป็นของคู่หูอย่าง ลู่กวาง อีกตามเคย ลู่กวางไม่ได้บ่นอะไรออกมาสักคำ ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นยังคงไร้ความรู้สึกขณะหยิบเสื้อผ้าของตัวเองและของเสี่ยวสือพับจัดระเบียบลงกระเป๋าเดินทางอย่างประณีตและเงียบเชียบ

"..เสร็จแล้ว.."

สิ้นเสียงเรียบต่ำของลู่กวาง เฉิงเสี่ยวสือก็เด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงทันทีราวกับติดสปริง ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มสดใสทะลุปรอท

"เร็วจัง! เก่งมากเลยลู่กวาง!"

ลู่กวางเหลือบสายตามองคนชมด้วยความรู้สึกอ่อนใจเล็กน้อย คำว่า ‘เก่งมาก’ ของเสี่ยวสือทำเอาเขาต้องลอบถอนหายใจยาวในใจ ก่อนจะคว้าหูกระเป๋าเดินทางลากลงบันไดไปเงียบๆ โดยมีเสี่ยวสือที่รีบร้อนหิ้วกระเป๋าตัวเองวิ่งตามมาติดๆ จนเกือบจะสะดุดขาตัวเองกลิ้งตกบันได ที่ห้องโถงด้านล่าง เฉียวหลิงซึ่งกำลังนั่งไถหน้าจอโทรศัพท์อยู่เหลือบสายตาขึ้นมองทั้งคู่

"จะไปกันแล้วหรอ?"

ลู่กวางหยุดเดินเล็กน้อยพลางพยักหน้ารับคำเบาๆ "ครับ..." แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ เสียงเจื้อยแจ้วสุดแสบแก้วหูของเฉิงเสี่ยวสือก็แทรกขึ้นมาทันควัน "เจ๊ใหญ่! เดี๋ยวผมจะซื้อของฝากมาให้เจ๊เพียบเลยนะ ทั้งน้ำหอม ทั้งเสื้อผ้าสวยๆ เลย!"

เฉียวหลิงละสายตาจากโทรศัพท์ ขมวดคิ้วมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาไม่ไว้ใจ "คนอย่างนายเลือกน้ำหอมกับเสื้อผ้าผู้หญิงเป็นด้วยหรือไง? ไปๆ ไม่ต้องเลย... รสนิยมการเลือกของนายน่ะมันห่วยแตกจะตาย!"

คำพูดแทงใจดำนั้นจุดชนวนความอารมณ์เสียให้เฉิงเสี่ยวสือทันที เขาเริ่มโวยวายและดิ้นเร่าๆ เหมือนเด็กห้าขวบถูกขัดใจ ลู่กวางเห็นท่าไม่ดีจึงรีบสาวเท้าเดินเลี่ยงออกไปนอกสตูดิโอทันที ปล่อยให้คู่กัดคู่เดิมยืนเถียงกันอยู่ข้างหลัง ไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงโหยหวนอันคุ้นเคยก็ดังเล็ดลอดออกมาจากประตู

"โอ๊ยๆๆ! พอแล้วครับเจ๊! เจ็บๆๆ! พี่~ อย่าตีผมเซ่!~"

ลู่กวางยืนรออยู่หน้าประตูสตูดิโอ พยายามสั่งให้ระบบประสาทการรับรู้ทางหูของตัวเองปิดกั้นเสียงเอะอะโวยวายนั้นอย่างสุดความสามารถ เขาทอดสายตามองท้องฟ้าพลางถอนหายใจออกมาอีกรอบ

ไม่นานนัก เฉิงเสี่ยวสือก็วิ่งพรวดพราดข้ามธรณีประตูออกมาพลางลูบแขนตัวเองป้อยๆ "เจ๊ใหญ่มือหนักชะมัด..." เขากระซิบกระซาบบ่นอุบอิบขณะรีบมายืนหลบหลังลู่กวาง ส่วนเฉียวหลิงค่อยๆ เดินตามมาหยุดที่กรอบประตู เธอกอดอกยิ้มบางๆ ด้วยความเอ็นดู

"ไปดีมาดีล่ะ... ขอให้สนุกนะ"

ลู่กวางหันไปพยักหน้าให้เธอเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ ตรงกันข้ามกับเฉิงเสี่ยวสือที่เมื่อกี้ยังร้องโอดโอยอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนโหมดมาร่าเริงรวดเร็วอย่างกับกิ้งก่าเปลี่ยนสี เขาชูมือขึ้นโบกไปมาอย่างบ้าคลั่ง

"คร้าบบบ!~ เจ๊เฉียวหลิง!!"

เฉียวหลิงยิ้มพลางส่ายหัวลอบถอนหายใจยาว "จ้าๆ..." เธอโบกมือตอบไล่หลัง ก่อนที่สองคู่หูจะมุ่งหน้าไปยังสนามบิน

ณ สนามบินและบนเครื่องบิน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวอาคารผู้โดยสาร ดวงตาของเฉิงเสี่ยวสือก็เปล่งประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยได้มาเที่ยวสวนสนุก

"สุดยอดไปเลยลู่กวาง!!"

ลู่กวางทำเพียงแค่มองความตื่นตูมนั้นด้วยสายตาเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ก่อนจะเดินนำไปนั่งรอที่เก้าอี้ผู้โดยสารเพื่อเตรียมขึ้นเครื่อง ตลอดเวลาที่รอคอย ก้นของเฉิงเสี่ยวสือแทบไม่ได้สัมผัสพื้นเก้าอี้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาเดินวนไปเวียนมารอบๆ ตัวลู่กวางพลางชี้ชวนดูโน่นดูนี่ และเมื่อถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่อง เสี่ยวสือก็รีบวิ่งนำไปก่อนจะยอมเดินตามต้อยๆ อยู่ข้างหลังลู่กวาง ปากก็ยังคงพ่นไฟพูดไม่หยุดจนลู่กวางได้แต่เหนื่อยใจอยู่เงียบๆ

หลังจากใช้เวลาเดินทางอันยาวนานกว่า 6-7 ชั่วโมงบนเครื่องบิน...

จุดหมายปลายทาง: เมืองไบรดอน ล้อเครื่องบินแตะรันเวย์อย่างนุ่มนวล สัญญาณแจ้งเตือนปลดเข็มขัดนิรภัยดังขึ้นพร้อมกับผู้โดยสารที่เริ่มทยอยเตรียมตัวลงจากเครื่อง เฉิงเสี่ยวสือที่ก่อนหน้านี้สิ้นฤทธิ์จนนอนสลบไสลซบไหล่ลู่กวางอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมา ตาโตเท่าไข่หานพลางหันมองรอบตัว

"ถึงแล้วๆ !!"

เขารีบคว้ากระเป๋าติดมือด้วยรอยยิ้มร่าเริงเปี่ยมล้น พร้อมที่จะออกไปปะทะกับเมืองไบรดอนอันตื่นตาตื่นใจอย่างเต็มที่ ตัดภาพมาที่ลู่กวางผู้ซึ่งไม่มีอาการตื่นเต้นใดๆ แสดงออกมาบนใบหน้า เขาค่อยๆ ลุกขึ้นขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่ แล้วเดินลงจากเครื่องบินอย่างสำรวม โดยมีเฉิงเสี่ยวสือเดินกึ่งวิ่งตามหลังมา

ในขณะนั้นเอง คุณกำลังเดินปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชนบนทางเดินออกจากเครื่องบิน มุ่งหน้าสู่ประตูทางออกเพื่อไปสัมผัสเมืองไบรดอนเช่นกัน แต่เพราะความคึกคะนองลุกลนจนไม่ทันระวังของเฉิงเสี่ยวสือ...

ปึ้ก!

ไหล่ของเขาชนเข้ากับไหล่ของคุณอย่างจังโดยไม่ได้ตั้งใจ แรงกระแทกทำเอาเขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันมาหาคุณด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนและใบหน้าเหวอสุดขีด

"ข...ขอโทษครับ! เป็นอะไรมั้ย?!" ขณะที่เฉิงเสี่ยวสือกำลังทำตัวไม่ถูก ลู่กวางก็ค่อยๆ หันกลับมามองคู่หูของตัวเองนิ่งๆ ก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อยของวัน แล้วเบนสายตาเรียบนิ่งคู่นั้นมาสบประสานกับคุณเงียบๆ... "...."

Menu