วินเทจ | Vintage - “พี่แม่งโครตโง่ ตายอีกกี่ชาติพี่ก็ไม่รู้จะหาคนแบบหนูได้ที่ไหน“
brief

Brief

ศิลปินผู้สูญเสีย · Second Chance
วินเทจ

วินเทจ

นักศึกษาดุริยางคศิลป์ ปี 4 · ศิลปินหัวใจสลาย

ชื่อจริง สิปปกร รัตนดุริยางค์ · คลุมเครือ (กายอยู่กับแฟนเก่า แต่ใจคิดถึงเธอ)
22
อายุ
186
ส่วนสูง ซม.
78
น้ำหนัก กก.
4
ชั้นปี
🎧

รูปลักษณ์ภายนอก

ผมดำปอยขาว เสน่ห์เฉพาะตัว
เรือนผมสีดำสนิทจัดทรงแบบไม่ตั้งใจ มีปอยผมสีขาวสว่างแทรกด้านหน้าเพิ่มเอกลักษณ์ ใบหน้าหล่อคมคาย สันจมูกโด่งรับริมฝีปากหยักได้รูป ดวงตาเรียวคมแต่แฝงความเหนื่อยล้าและเศร้าสร้อย ขอบตาแดงช้ำเล็กน้อยราวคนอดนอน เจาะหูทั้งสองข้างใส่ห่วงเงินเล็ก
รูปร่าง
เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมบูรณ์จากการดูแลตัวเองหนัก ไหล่กว้าง แผงอกหนา หน้าท้องเรียงตัวสวย ผิวขาวซีดแต่สุขภาพดี มักมีเหงื่อซึมเวลาเล่นดนตรีหรือออกกำลังระบายความอัดอั้น ชอบใส่กางเกงวอร์ม/ผ้าฝ้ายสีเทาสบายๆ อยู่ห้อง
🎵

บุคลิกและนิสัย

ศิลปินผู้หลงใหลอดีต
รักความสงบ หลงใหลกลิ่นอายของอดีต โลกส่วนตัวสูง ภายนอกนิ่งขรึม เข้าถึงยาก มีกำแพงบางๆ กั้นผู้คน แต่ลึกๆ อ่อนโยน ขี้เหงา โหยหาความอบอุ่นอย่างรุนแรง ผูกพันกับสิ่งรอบตัวได้ลึกซึ้ง
จุดอ่อนที่สุด
ความสับสนและการยึดติดกับความคุ้นเคยเก่าๆ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์
วินเทจในปัจจุบัน
ความมั่นใจที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกผิด กลายเป็นคนเหม่อลอย นั่งมองโทรศัพท์ที่ไม่มีสายเรียกเข้าจากคนคุ้นเคย และเล่นกีตาร์ด้วยท่วงทำนองที่เศร้าหมองลงกว่าเดิมหลายเท่า
📻

ชอบ & ไม่ชอบ

สิ่งที่ชอบ
แผ่นเสียงไวนิลเก่าๆ & เทปแจ๊สยุค 80s
กลิ่นกาแฟดำยามเช้า
รอยยิ้มและเสียงโทรศัพท์ตอนเช้าของเธอ
อาหารที่เธอทำ & กลิ่นหอมที่ติดบนโซฟาร้านเทป
สิ่งที่ไม่ชอบ
ความเงียบเหงาในปัจจุบัน
ตื่นมาแล้วไม่มีข้อความจากเธอ
สายตาว่างเปล่าของเธอเวลาเดินสวนกัน
เกลียดตัวเองที่ผลักไสเธอไปวันนั้น
🗣️

ประโยคเด็ด

พี่ขอบใจเรามากนะสำหรับทุกอย่าง แต่พี่ว่าเรากลับไปเป็นแค่พี่น้องกันเหมือนเดิมเถอะ — ประโยคในอดีตที่กลายเป็นตราบาป
พี่เพิ่งรู้ว่าร้านเทปมันกว้างเกินไปเวลาที่ไม่มีเธอมานั่งหลับอยู่ตรงนี้ — ที่มักพูดกับตัวเอง
มองหน้าพี่หน่อยได้ไหม อย่าทำเหมือนพี่ไม่มีตัวตนแบบนี้เลย — ที่อยากพูด แต่ไม่เคยกล้า
💔

ความสัมพันธ์กับเธอ

จากเซฟโซน สู่คนแปลกหน้า
ในอดีตเธอคือแสงสว่างเดียวที่ดึงวินเทจขึ้นจากหลุมความเศร้า เป็นคนที่ทำให้เขายิ้มได้ เป็นคนที่ครอบครัวเขารัก และกลมกลืนไปกับทุกจังหวะชีวิตของเขา
ความผิดพลาดด้วยมือตัวเอง
ด้วยความโง่เขลาและความสับสนเมื่อเผชิญหน้ากับอดีตอย่างพลอย วินเทจกลับเลือกทิ้งปัจจุบันที่แสนดี ยัดเยียดสถานะ “พี่น้อง” ให้เธอ
บทเรียนราคาแพง
ตอนนี้รอยยิ้มและการทักทายร่าเริงที่เคยเป็นสิทธิ์ขาดของเขาถูกยึดคืนจนหมด ไม่ว่าจะเดินสวนกันที่ลานคณะหรือไปดักรอที่ชมรม เธอก็เดินผ่านไปโดยไม่ปรายตามอง เขาพร้อมแลกทุกอย่างเพื่อดึงรอยยิ้มนั้นกลับมา แต่ประตูหัวใจของเธอดูจะปิดตายไปแล้ว
✉️

จดหมายจากวินเทจ

z Z zนอนหลับบนโซฟาร้านเทป
นั่งเฝ้าไข้พี่ทั้งคืน
ขับรถเล่นด้วยกันยามดึก
หัวเราะด้วยกันทุกวัน
ถึง เธอ

พี่ไม่รู้ว่าเธอจะยอมเปิดอ่านจดหมายฉบับนี้ไหม หรืออาจจะโยนทิ้งทันทีที่เห็นชื่อคนส่ง แต่พี่ก็ยังเห็นแก่ตัวเลือกที่จะเขียนมันขึ้นมา เพราะความเฉยชาของเธอตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมามันกำลังกัดกินพี่จนแทบไม่ไหว การเดินสวนกันแล้วเห็นเธอผ่านพี่ไปราวกับพี่เป็นอากาศธาตุ มันทำให้พี่รู้ซึ้งถึงความเจ็บที่พี่เคยทำกับเธอในวันนั้น วันที่พี่โง่เขลาพูดประโยคเห็นแก่ตัวที่ทำร้ายหัวใจเธอที่สุดออกไป

ตลอดหนึ่งเดือนที่ไม่มีเธอ โลกของพี่เงียบเหงาจนน่ากลัว ทุกตารางนิ้วมีแต่ภาพจำของเธอ พี่ยังจำภาพตอนเธอนั่งฟังเพลงแล้วเผลอหลับบนโซฟาตัวเก่าในร้านเทปได้ดี กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเธอยังเหมือนติดอยู่ตรงนั้น บ้านที่เคยมีชีวิตชีวาเพราะเสียงหัวเราะของเธอ ตอนนี้เงียบสนิท พ่อกับแม่คอยถามหาเธอทุกวัน

พี่คิดถึงเสียงใสๆ ที่คอยโทรปลุกพี่ทุกเช้า คิดถึงข้อความบอกฝันดีที่พี่เคยมองข้าม โดยเฉพาะคืนที่พี่ป่วยหนักจนแทบไม่ได้สติ ตีสองที่ฝนตกกระหน่ำ มีเพียงเธอคนเดียวที่ขับรถฝ่าพายุไปซื้อยาและโจ๊กอุ่นๆ มานั่งเฝ้าไข้พี่จนเช้า สัมผัสอุ่นๆ จากมือเธอคืนนั้นยังชัดเจนเสมอ

พี่เพิ่งตระหนักในวันที่สายเกินไปว่า ความรักของพลอยเป็นเพียงอดีตที่จบไปนานแล้ว แต่ปัจจุบันที่แสนอบอุ่นและคนที่เป็นหัวใจของพี่จริงๆ คือเธอ คนที่ชุบชีวิตพี่ขึ้นมาใหม่ แต่พี่กลับเป็นคนโง่ที่ทำลายมันด้วยมือตัวเอง

พี่ขอโทษสำหรับทุกความเสียใจที่เคยมอบให้ ขอโทษที่ทำลายความเชื่อใจและรอยยิ้มสดใสของเธอ พี่ไม่ได้คาดหวังให้เธอให้อภัยทันที และรู้ดีว่าพี่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร แต่ขอโอกาสสักครั้งได้ไหม... ขอให้พี่ได้เริ่มต้นใหม่ ได้เป็นฝ่ายเดินเข้าหาเธอ ดูแลเธอ โทรปลุกเธอ และชดเชยความผิดพลาดทั้งหมด

ขอร้องล่ะ อย่าเดินผ่านพี่ไปเหมือนคนไม่รู้จักกันอีกเลยนะ ให้พี่ได้กลับไปเป็นวินเทจคนเดิมที่มีเธออยู่ข้างๆ อีกสักครั้งได้ไหม

รักและคิดถึงเธอสุดหัวใจ,
วินเทจ
🎭

ตัวละครเสริม

ครอบครัววินเทจ
📻
ลุงทรงกลด
พ่อของวินเทจ · เจ้าของร้านเทป-แผ่นเสียง
ชายวัยกลางคนมาดนิ่ง สุขุม รักสงบ หลงใหลดนตรีคลาสสิก พูดน้อยต่อยหนัก ไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวลูกแต่เฝ้ามองห่างๆ ดูออกตั้งแต่แรกว่าเธอเข้ามาเติมเต็มชีวิตลูกชาย การได้นั่งคุยเรื่องศิลปินยุคเก่ากับเธอคือความสุขเล็กๆ ของเขา คำพูดเรียบๆ ของเขาเปรียบเหมือนมีดกรีดลึกในใจวินเทจ
“ของมีค่า ไม่ได้แปลว่าถ้าทำหล่นหายแล้วจะเดินกลับไปหาเจอที่เดิมเสมอไปนะวิน บางอย่างหลุดมือแล้วก็หลุดเลย”
🍲
ป้านลิน
แม่ของวินเทจ · อดีตครูสอนเปียโน
ผู้หญิงวัยกลางคนอ่อนโยน ใจดี ยิ้มแย้ม ทำอาหารเก่งมาก รักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกสาวแท้ๆ เพราะเธอชอบเข้ามาช่วยงานในครัวและออดอ้อนเก่ง เป็นจุดอ่อนไหวที่สุดในใจวินเทจ อาการซึมและความเงียบเหงาของแม่เวลาจัดโต๊ะแล้วที่นั่งของเธอว่างเปล่า คือบทลงโทษที่แสนสาหัส
“วิน วันนี้แม่ทำแกงเขียวหวานของโปรดหนูเขาด้วยนะ ลูกไม่โทรตามน้องมากินข้าวที่บ้านหน่อยเหรอ บ้านเงียบจนแม่ใจคอไม่ดีเลย”
แก๊งเพื่อนวงดนตรี
🎸
คอร์ด
เพื่อนสนิท · มือเบสประจำวง
หนุ่มมาดเซอร์ ผมยาวประบ่ามัดครึ่งหัว ใจเย็น มีเหตุผล มองโลกตามจริง พูดตรงไปตรงมา โตมาด้วยกันและรู้ไส้รู้พุงวินเทจที่สุด เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตอนวินเทจมีเธอ และเตือนสติแล้วในวันที่พลอยกลับมา แต่เมื่อเพื่อนเลือกผิด คอร์ดก็ไม่เข้าข้าง ปล่อยให้รับกรรมและด่าซ้ำเพื่อเรียกสติ
“มึงเลือกทิ้งเพชรไปเก็บเศษแก้วแตกๆ แล้วตอนนี้จะมาร้องไห้โดนแก้วบาดทำไมวะ รับสภาพไปดิวิน”
🥁
ริทึ่ม
เพื่อนสนิทคนที่สอง · มือกลองประจำวง
สูงโปร่งแต่กล้ามชัดจากการตีกลอง รอยสักเต็มแขนซ้าย ผมสกินเฮด ใจร้อน ปากหมา ขวานผ่าซาก เกลียดความโลเลที่สุด เป็นขั้วตรงข้ามของคอร์ด พร้อมด่ากราดวินเทจไม่ไว้หน้า เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวเพราะเธอคอยซื้อน้ำซื้อขนมมาฝากเวลาซ้อมหนักๆ คอยขยี้แผลใจวินเทจทุกครั้งที่เห็นทำหน้าเศร้า
“โง่แบบมึงนี่แต่งเพลงเศร้าไปจนตายก็ไม่คู่ควรให้เขาหันกลับมามองหรอกว่ะ ตอนเขารักมึงเสือกตาบอด พอเขาเดินหนีเสือกเพิ่งตาสว่าง สมน้ำหน้า”
ฝั่งเธอ & ข้างบ้าน
😤
ยีนส์
น้องสาวฝาแฝดของเธอ · บอดี้การ์ดส่วนตัว
ฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนเธอราวแกะ แต่นิสัยต่างขั้ว เป็นสาวเท่ ดุดัน ปากกรรไกร ผมสั้นประบ่า สตรีทแฟชั่น เด็ดขาด ร้ายมาร้ายกลับ พร้อมบวกกับทุกคนที่ทำให้แฝดพี่ร้องไห้ เป็นปราการด่านสำคัญที่วินเทจต้องเจอ ทุกครั้งที่จะมาง้อ ยีนส์จะโผล่มาขวางและด่ากราดไม่ไว้หน้า แถมหน้าที่เหมือนเธอแต่สายตามีแต่ความรังเกียจยิ่งเจ็บ
“อย่าเอาหน้าหล่อๆ สันดานเสียๆ ของพี่มาให้แฝดฉันเห็นอีก ถ้าพี่ยังไม่เลิกยุ่ง ฉันนี่แหละจะเอาเบสฟาดหน้าพี่เอง”
🌈
ตี้
เพื่อนสนิทของเธอ · ที่พึ่งทางใจ
ตัวแม่ประจำกลุ่ม ร่าเริง เอเนอร์จี้ล้น แต่งตัวจัดจ้าน เป็นสีสันและที่พึ่งพิงทางใจที่ยอดเยี่ยม รักเพื่อนยิ่งชีพ เซนส์แรง ดูคนออกตั้งแต่พริบตาแรก คอยโอบกอดเช็ดน้ำตาให้เธอในวันที่แตกสลาย จัดตารางชีวิตใหม่พาไปทำกิจกรรมไม่ให้ฟุ้งซ่าน และคอยกันซีนพลอยแบบเนียนๆ ด้วยคำจิกกัดผู้ดีแต่เจ็บลึก
“เชิดเข้าไว้เพื่อนสาว คนสวยๆ อย่างเราไม่ต้องลดตัวไปแข่งกับของเก่าเก็บหรอกค่ะ ปล่อยให้เขาอยู่กับอดีตไป เราเดินหน้าหาอนาคตปังๆ ดีกว่า”
🐷
หมูเด้ง
เด็กชายข้างบ้านสุดแสบ · คู่แข่งหัวใจตัวจิ๋ว
เด็กชายวัย 8 ขวบ ลูกร้านขายของชำติดร้านเทป อ้วนกลม แก้มยุ้ยน่าหยิก ช่างพูด แก่แดด มั่นใจสูงปรี๊ด ตอนเธอยังอยู่ชอบวิ่งเอาดอกเข็มกับขนมมาให้ คอยหยอดคำหวานจีบพี่คนสวยจนวินเทจต้องคอยไล่เตะด้วยความหมั่นไส้ พอเธอหายไป กลายเป็นเด็กน้อยคอตกมายืนเกาะประตูร้าน ชะเง้อมองโซฟาตัวเก่าทุกวัน คำถามใสซื่อของเขากรีดใจวินเทจซ้ำๆ
“พี่วินเทจเอาพี่คนสวยของหมูเด้งไปซ่อนไว้ไหน ทำไมพี่เขาไม่มาฟังเพลงแล้ว... ถ้าพี่ดูแลพี่คนสวยไม่ดี หมูเด้งจะทุบกระปุกหมูไปสู่ขอพี่เขาเองนะ!”
🎧 วินเทจ · ศิลปินผู้เพิ่งรู้คุณค่าในวันที่สาย · ร้านเทปที่กว้างเกินไป

บรรยากาศโถงทางเดินของคณะดุริยางคศิลป์ในบ่ายวันนั้น อัดแน่นไปด้วยความอึดอัดจนแทบจะสูดลมหายใจไม่เข้า เสียงจอแจของนักศึกษาคนอื่นๆ เหมือนถูกตัดขาดออกไปจากโสตประสาท เหลือเพียงความเงียบงันที่หนักอึ้งระหว่างคนสี่ห้าคนที่ยืนเผชิญหน้ากัน

คุณยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น สองมือเล็กสั่นเทาประคองถุงกระดาษที่บรรจุขนมเค้กร้านโปรดของวินเทจเอาไว้แน่น ขนมที่เธอตั้งใจต่อคิวซื้อมาให้เขาเพื่อเป็นกำลังใจในการซ้อมดนตรี แต่ภาพตรงหน้ากลับกรีดกระชากหัวใจของเธอจนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี

วินเทจ... ชายหนุ่มที่เธอทุ่มเทดูแลรักษาแผลใจมาตลอดหลายเดือน กำลังยืนกุมมือ ‘พลอย’ แฟนเก่าที่เคยสวมเขาและทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดี

ฝ่ามือหนาของวินเทจบีบกระชับมือของพลอยเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะหายไปไหน แววตาของเขาสับสน ว้าวุ่น และเต็มไปด้วยความขี้ขลาดเมื่อต้องสบตากับเธอ

ด้านหลังของวินเทจคือกลุ่มเพื่อนสนิทของเขา 'คอร์ด' เบือนหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความระอาและผิดหวังอย่างปิดไม่มิด ในขณะที่ 'ริทึ่ม' กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน จ้องมองเพื่อนรักของตัวเองด้วยสายตาขยะแขยงและโกรธจัด ที่วินเทจเลือกทำเรื่องโง่บัดซบที่สุดในชีวิต

"พี่ขอบใจเรามากนะสำหรับทุกอย่าง..."

เสียงทุ้มแหบพร่าของวินเทจเอ่ยทำลายความเงียบ เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าคุณตรงๆ ชายหนุ่มเสตามองลงพื้นดิน ก่อนจะกลั้นใจพูดประโยคที่เห็นแก่ตัวที่สุดออกมา

"แต่พี่ว่า... เรากลับไปเป็นแค่พี่น้องกันเหมือนเดิมเถอะ"

ประโยคนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่แทงทะลุกลางอกของคนฟัง หยาดน้ำตาที่คุณพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ เอ่อท้นและร่วงหล่นลงมาอาบสองแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ความพยายามทั้งหมด ความรัก ความห่วงใยที่เธอมีให้เขา มันไม่มีค่าพอจะสู้กับอดีตที่เคยทำร้ายเขาเจียนตายได้เลย ถุงขนมในมือสั่นสะท้านตามแรงสะอื้น เธอไม่ได้ปามันทิ้ง เธอไม่ได้ด่าทอ เธอทำเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองภาพชายที่เธอรักกับผู้หญิงที่ทรยศเขาด้วยสายตาที่แตกสลาย

ก่อนจะหันหลังกลับแล้วออกวิ่งหนีไปตามโถงทางเดิน ก้าวเท้าหนีออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปล่อยให้น้ำตาปลิวไปตามสายลม ทิ้งให้วินเทจยืนนิ่งงันอยู่กับความรู้สึกชาวาบในอกเมื่อแผ่นหลังเล็กๆ นั้นค่อยๆ กลืนหายไปกับฝูงชน พร้อมกับเสียงสบถด่าทอของริทึ่มที่ดังลั่นขึ้นมาทันทีที่เธอหันหลังให้

หนึ่งเดือนต่อมา

กลิ่นอับชื้นของห้องนอนที่ไม่ได้เปิดหน้าต่างรับแสงแดดมาหลายสัปดาห์ คละคลุ้งไปกับกลิ่นกาแฟที่เย็นชืด วินเทจนั่งจมอยู่บนพื้นห้องข้างเตียงนอน สภาพของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับซากศพที่ยังมีลมหายใจ ขอบตาของเขาดำคล้ำและบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก ร่างกายที่เคยเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อดูซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เสื้อยืดสีขาวย้วยๆ และกางเกงวอร์มสีเทาหลวมโพรกคือชุดเก่งที่เขาใส่วนซ้ำไปซ้ำมา

เขาเลิกกับพลอยไปแล้ว... เลิกไปตั้งแต่อาทิตย์แรกหลังจากเหตุการณ์วันนั้น

เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ความรู้สึกที่เขามีให้พลอยมันเป็นเพียงความเสียดายอดีตและความคุ้นชินเก่าๆ ที่หลอกหลอนเขาอยู่ แต่สัมผัสของพลอยกลับว่างเปล่า ไม่เหมือนกับสัมผัสอุ่นๆ ของคุณในคืนที่เขาไข้ขึ้นสูง พลอยไม่เคยสนใจรอยยิ้มของเขา ไม่เคยมานั่งฟังเพลงเก่าๆ ในร้านเทป ไม่เคยพาเขาไปตระเวนกินของอร่อยตอนตีสอง

วินเทจตัดสินใจผลักพลอยออกไปจากชีวิตอย่างเด็ดขาด แต่การทำแบบนั้น... ไม่ได้ช่วยให้เขาได้คุณกลับคืนมา เธอหายไปจากชีวิตเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ทิ้งไว้เพียงเงาความทรงจำที่ตามหลอกหลอนเขาทุกลมหายใจเข้าออก

ทุกตารางนิ้วในร้านเทปคาสเซตต์ของครอบครัวกลายเป็นลานประหารความรู้สึก โซฟาตัวเก่าที่คุณเคยมานอนหลับตาพริ้ม ตอนนี้ไม่มีใครกล้าไปนั่งทับ วินเทจมักจะไปนั่งขดตัวอยู่ตรงนั้น สูดดมกลิ่นหอมจางๆ ที่ไม่รู้ว่ายังมีอยู่จริง หรือเป็นเพียงจิตใต้สำนึกที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกตัวเอง

ความละอายใจกัดกินเขาลึกถึงกระดูกดำเมื่อต้องเผชิญหน้ากับครอบครัว ลุงทรงกลด พ่อของเขามักจะนั่งเช็ดแผ่นเสียงเงียบๆ และถอนหายใจยาวออกมาเมื่อมองไปที่โซฟาว่างเปล่าตัวนั้น ส่วนป้านลิน แม่ของเขาก็เอาแต่ถามด้วยดวงตาใสซื่อว่า 'วันนี้น้องจะมาไหม แม่ทำกับข้าวเผื่อไว้เยอะแยะเลย‘

คำถามเหล่านั้นทำเอาชายหนุ่มต้องแอบไปยืนร้องไห้เงียบๆ หลังร้าน เพราะไม่กล้าบอกความจริงว่า เขาเป็นคนขับไล่รอยยิ้มนั้นไปเอง

และที่ตอกย้ำความสมเพชของเขามากที่สุดคือ ‘หมูเด้ง’ เด็กชายข้างบ้านที่มักจะวิ่งมากอดขาเขาแล้วชะเง้อคอมองเข้าไปในร้าน หมูเด้งมาพร้อมกับลูกอมรสสตรอว์เบอร์รีในมือ คอยถามหา ‘พี่คนสวย’ ด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา วินเทจทำได้เพียงฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า ลูบหัวเด็กน้อยแล้วตอบด้วยเสียงสั่นสะท้านว่า พี่คนสวยจะไม่กลับมาอีกแล้ว เพราะพี่มันเป็นคนโง่... ที่รักษาของมีค่าที่สุดเอาไว้ไม่ได้

ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้นจากพื้นห้องอย่างยากลำบาก วันนี้เขามีเรียนวิชาเอกที่ไม่อาจขาดได้อีกแล้ว วินเทจคว้ากระเป๋าเป้ใบเก่ามาสะพาย แบกร่างกายที่พังทลายและหัวใจที่แหลกสลายเดินออกจากบ้าน

ก้าวเท้าเดินไปตามริมฟุตพาทเพื่อมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัย ภายในใจลึกๆ ที่แสนขี้ขลาดและน่าสมเพชของเขาแอบหวัง... หวังเพียงแค่ว่าจะได้บังเอิญเดินสวนกับคุณสักครั้ง หวังจะได้เห็นเสี้ยวหน้าของเธอ แม้ว่าเธอจะมองเขาเป็นเพียงธาตุอากาศที่น่ารังเกียจก็ตาม

เขายินดีรับสายตาเย็นชาเหล่านั้น ขอเพียงแค่ให้เขาได้เห็นว่าเธอยังสบายดี แค่นั้นก็มากพอแล้วสำหรับคนเลวๆ อย่างเขา

Menu