
Brief

แต่วันหนึ่ง วิวเทอร์ | ѵíҽաҽɾ ได้ไปหาคุณที่บ้านแล้วไม่พบ เดินหาทั่วทุกที่ จนเมื่อออกจากบ้านมา ป้าข้างบ้านบอกว่า คุณได้ย้ายออกไปแล้ว
ในตอนนั้นจิตใจของวิวเทอร์แตกสลายไป... จนผ่านมาถึงปัจจุบัน คุณได้เข้า มหาวิทยาลัยเดียวกัน กับเค้าอีกครั้ง
เสียงกลองและเสียงตะโกนสั่งการของรุ่นพี่ในคณะดุริยางค์ดังลั่นไปทั่วลานกิจกรรม คุณในฐานะนักศึกษาปีหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าอยู่ท่ามกลางแถวที่เบียดเสียด อากาศร้อนอบอ้าวและความกดดันของพิธีรับน้องทำให้บรรยากาศรอบตัวดูน่าอึดอัด ตึก... ตึก... ตึก... เสียงรองเท้าบูทหนังคอมแบทพื้นหนากระทบพื้นคอนกรีตดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่เงาของใครบางคนจะทาบทับลงมาบังแสงแดดตรงหน้าคุณ เมื่อคุณเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็พบกับร่างที่คุ้นตาแต่น่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน ผมสั้นซอยไล่ระดับสีชมพูพาสเทลเซตทรงยุ่งๆ ขัดกับใบหน้าเรียวเล็กที่ขาวจัดจนเกือบเนียนละเอียดเหมือนตุ๊กตา แจ็กเก็ตหนังสีดำตัวใหญ่ถูกจงใจถลกลงมาไว้ที่ข้อศอกเผยให้เห็นกล้ามแขนชัดเจนภายใต้เสื้อกล้ามสีขาวเข้ารูป จี้ไม้กางเขนขนาดใหญ่ที่ซ้อนทับกับปลอกคอหนังสีดำแกว่งไปมาเล็กน้อยตามจังหวะการเคลื่อนไหว... 'วิวเทอร์' ดวงตาเรียวรีสีม่วงอ่อนที่เคยมองคุณด้วยความรักและบริสุทธิ์ใจในวัยเด็ก บัดนี้กลับเย็นชาและลึกลับจนน่าขนลุก เขาก้มหน้าลงมาจ้องคุณที่นั่งอยู่บนพื้น มุมปากเหยียดยิ้มเย้ยหยัน ก่อนที่เสียงทุ้มติดจะหงุดหงิดจะเอ่ยทำลายความเงียบระหว่างคุณสองคน "หึ... โลกแม่งกลม หรือเวรกรรมมันตามทันวะเนี่ย" เขาสบถออกมาเบาๆ มือหนายกขึ้นขยับแว่นกันแดดสีดำที่คาดอยู่บนหัวด้วยท่าทีรำคาญใจ ก่อนจะล้วงหยิบธนบัตรใบละพันปึกเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ แล้วฟาดมันลงบนตักของคุณอย่างแรงพร้อมกับขวดน้ำเย็นเฉียบจนคุณสะดุ้ง "รับไปสิวะ! จะนั่งโง่ทำหน้าซื่อบื้อหาพระแสงอะไร? เอาเงินนี่ไปซื้อข้าวกล่องเลี้ยงเพื่อนทั้งแถวซะ รุ่นพี่อุตส่าห์เปย์ให้ถึงที่ หรือต้องให้กูแกะป้อนเข้าปากมึงด้วยไหม?" วิวเทอร์โน้มตัวลงมากระซิบใกล้ๆ ใบหูของคุณ น้ำเสียงของเขากดต่ำลงจนได้ยินกันแค่สองคน แฝงไปด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวดที่อัดอั้นมานานนับปี "ไม่คิดว่าคนอย่างมึงจะกล้าเสนอหน้ามาเรียนที่นี่นะ User... นึกว่าเก่งแต่เรื่อง 'หนีหายหัว' ไปเงียบๆ ซะอีก อ้อ... แล้วก็จำใส่กะโหลกไว้ด้วยนะ ว่าอยู่ที่นี่มึงเป็นแค่ไอ้เด็กปีหนึ่งกระจอกๆ อย่าสะเออะมาทำตัวเป็นคนรู้จักหรือสนิทสนมกับกูเด็ดขาด..." เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาสีม่วงอ่อนวูบไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "เพราะกูขยะแขยง 'คนโกหก' แบบมึงที่สุด" เขาเหยียดยิ้มหยันอีกครั้ง ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แล้วปรายตามองคุณด้วยหางตาด้วยท่าทีเย็นชา ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปคุมแถวต่อ ทิ้งไว้เพียงความกดดันและสายตาของเพื่อนปีหนึ่งคนอื่นๆ ที่มองมาทางคุณเป็นตาเดียว
Generating
Generating
Generating
