
Brief
กูไม่กลัวเเต่อยากมาใกล้กู
คืนวันศุกร์ที่หอพักของศิวกรกับจิรายุรวมแก๊งกันเล่นเกมแบบ 4v4 เสียงด่ากันไปมาดังกว่าลำโพงเพลงอีก
บนหน้าจอ ตัวละครของศิวกรโดนยิงตายรัว ๆ จนเพื่อนทั้งกลุ่มหัวเราะกันน้ำตาเล็ด “เหี้ยเอ๊ย! มึงเล่นเหรอหรือให้บอทเล่นแทนเนี่ย!” ไอ้เปรมในทีมแซะเสียงดังลั่น “ปากดีนะมึง เดี๋ยวกูแบกให้ดู!” ศิวกรโวยกลับ ทั้งที่แม่งตายเป็นสิบรอบแล้ว
จิรายุที่นั่งข้าง ๆ แค่หัวเราะแล้วตบหลังเพื่อนเบา ๆ “ใจเย็น ๆ มึง เล่นแบบนี้ไม่รอดเทิร์นหน้าแน่”
การแข่งขันรอบสุดท้ายมาถึง ศิวกรมั่นใจสุด ๆ ว่าจะไล่ฆ่าทีมตรงข้าม แต่ภาพที่ออกมาคือ เขาถูกยิงตายก่อนทุกคน และทีมแพ้แบบดูไม่ได้เลย
ทั้งห้องระเบิดเสียงหัวเราะสนั่น จนศิวกรแม่งหน้าแดงแบบชัด ๆ กลัวโดนล้อไปยันชาติหน้า “โอ้โห ศิวกรหวายแตกโคตรไว!” “มึงคือ MVP… Most Victim Player ว่ะ!” “เล่นห่วยกว่าป้าข้างห้องกูอีก!”
เพื่อนแซะกันสนุกปาก แต่ศิวกรหัวจะระเบิด ถึงเขาจะฮาปนเขิน แต่ลึก ๆ ก็ไม่อยากให้ใครบอกว่าเขาขี้แหยหรือปอดแหก พอเขาเริ่มเถียงกลับ เปรมก็พูดประโยคที่ทำให้ทั้งห้องเงียบไปชั่ววูบ
“งั้นเอางี้ไอ้กร—แพ้คือแพ้ มึงต้องรับคำท้า คืนนี้…ไปบ้านร้างท้ายซอย ที่ไม่มีใครกล้าเข้าอะ” ทุกคนส่งเสียง “โอ้ยยยยยยยย!” กันลั่นเหมือนเห็นของสนุกใหม่
ศิวกรชะงักไปหนึ่งวิ ก็รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเอง กลัวผีจนขาสั่น แต่ถ้าถอยตอนนี้ โดนล้อแม่งยันมกราแน่นอน จิรายุมองหน้าเพื่อนแบบรู้ทัน “มึงอย่ารับก็ได้นะ คนอื่นมันขี้โม้เฉย ๆ”
แต่ศิวกรแม่งเงยหน้าอย่างกับพระเอกหนัง แล้วพูดแบบใจสั่นแต่ปากยังเกรี้ยวกราด “รับเว้ย! ไปก็ไป! บ้านร้างก็แค่บ้านเก่า จะกลัวเหี้ยอะไร!” ทั้งห้องโห่กันยับ และนั่นคือจุดเริ่มของความซวยสัส ๆ ที่รอพวกเขาอยู่
2:00น🌑คืนนี้มืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรเลยศิวกรกับจิรายุเดินมาหยุดหน้าบ้านร้างหลังใหญ่ เพราะไม่มีใครรู้ความจริงเลยด้วยซ้ำว่าที่นี่เคยเกิด เหตุลอบสังหาร User แบบเงียบกริบ ไม่มีข่าว ไม่มีหลักฐาน ทุกอย่างถูกกลบไว้จนหมด
“กูไม่โอเคกับที่นี่เลยว่ะ” จิรายุมองบ้านที่เหมือนจะหายใจเองได้ “แต่มึงก็รู้…ถ้ากูถอย กูโดนมันแซวจนจบปีแน่” ศิวกรตอบ ทั้งที่หน้าแม่งซีดจนเห็นได้ชัด ความจริงคือไอ้ศิวกรกลัวผีแต่ปากดีจนถอยไม่ได้
“เออ ช่วยไม่ได้ว่ะ กลัวก็ต้องกล้า” จิรายุหัวเราะเบา ๆ แต่แววตาก็เริ่มไม่มั่นใจเหมือนกัน ศิวกรสูดหายใจลึกแล้วผลักประตู เอี๊ยดดด… เสียงแม่งดังเกินเหตุจนทั้งคู่สะดุ้งพร้อมกัน กลิ่นอับเหมือนอะไรเน่าค้างอยู่มานานตีเข้าจมูกทันที โถงบ้านเงียบแบบผิดมนุษย์ผิดธรรมชาติเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น
พวกเขาเดินเข้าไปทีละก้าว กรอบ…กร๊อบ… เสียงพื้นไม้ดังเหมือนมีคนเดินสวนอยู่ใต้บ้านอีกทีนึง “มึงว่าที่นี่…มันเคยเกิดอะไรร้าย ๆ ปะวะ?” จิรายุถามเสียงเบา “กูก็ไม่รู้…แต่แม่งรู้สึกเหมือนมีใครจ้องอยู่ตลอดอะ” ศิวกรมองรอบ ๆ ด้วยสายตาแบบควบคุมความกลัวแทบไม่อยู่
พอถึงโถงกลาง ลมเย็นแบบผิดธรรมชาติพัดผ่านหลังทั้งคู่ ชนิดที่ขนลุกตั้งแต่ท้ายทอยจนถึงเอว แล้วทันใดนั้นเอง… ตึก…ตึก…ตึก… เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังลงมาจากชั้นสอง
ทั้งคู่เงยหน้าพร้อมกัน บันไดมืดสนิทเหมือนกลืนแสงไฟไปหมด “เฮ้ย…กูว่าไม่ใช่ลมแล้วนะ” จิรายุพึมพำ “มึง…ถ้าเรื่องที่ไม่มีใครกล้าพูดมันเป็นเรื่องจริงล่ะ?” ศิวกรเสียงสั่นไม่เหมือนตัวเองเลย เพราะแม้ไม่มีข่าว ไม่มีใครรู้ ไม่มีหลักฐาน ในบ้านร้าง แสงไฟจากไฟฉายมือถือแม่งสว่างนิดเดียว เหมือนโดนความมืดปกครุมศิวกรยืนอยู่ตรงบันไดเก่า ๆ ที่แยกซ้ายขวา
จิรายุมองซ้าย ส่วนศิวกรมองขวา ความเงียบมันโคตรน่ากลัวจนจิรายุต้องพูดออกมา “แยกกันสำรวจป่ะวะ จะได้เสร็จเร็ว ๆ” “มึงบ้าเหรอ แยกกันเนี่ยนะ?” ศิวกรหน้าเริ่มซีด “มึงเป็นคนรับคำท้านะเพื่อนรัก ไปเหอะ เดี๋ยวเจอกันตรงโถงหลังบ้าน”
ศิวกรทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ยังพยักหน้า “โอเค… แป๊บเดียว กลับมาเจอกัน ห้ามหายไปนานนะมึง” ทั้งคู่เดินแยกจากกัน เสียงฝีเท้าของจิรายุค่อย ๆ ห่างออกไป จนเหลือแค่เสียงลมหายใจของศิวกรกับเสียงบ้านที่ดัง
กรอบ…กร๊อบ… แบบไม่มีจังหวะ โถงทางเดินที่ศิวกรเข้าไปมันยาวและมืดแบบโคตรไม่เป็นมิตร กลิ่นชื้น ๆ เหมือนอะไรตายไว้นานแล้วตีขึ้นมาไม่หยุด เขาเดินไปทีละก้าว หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมานอก
อก มือสั่นจนไฟฉายส่ายไปส่ายมา จนกระทั่ง ไฟฉายของเขาส่องไปเจอ “เงา” บางอย่างที่ปลายโถง ร่างหนึ่งยืนพิงกำแพงเหมือนรอใครอยู่ รอยเสื้อผ้าดูธรรมดา แต่สภาพเหมือนไม่ได้เห็นแสงแดดนานมาก
ศิวกรชะงักเเละสลบไปเลย “โอ้ยยเอาอีกเเล้ว” Userพูดพล่างกุมขมับ ไม่นานนัก Userได้ดข้าไปในอยู่ในจิต วิญญาณของศิวะกร “นี้นายตื่นๆๆ” “ห่ะที่นี้มันที่ไหน”ศิวกร หรีาตามองไปทั่วจนกระทั่ง
เห็นUser เค้าตกใจสุดขีด “โอ้ยตกใจอะไรขนาดนั้น”“เเค่อยากให้ช่วยสืบเรื่องการลอบสังหารของฉันอะ”“อะ.อะ อึก ..ทำไมต้องเป็นฉันด้วยละ” ศิวกรพูดติดขัดเล็กน้อยเพราะ
ความกลัว“นายเป็นคนเดียวที่เห็นฉัน” Userพูดพร้อมกับจองไปที่ศิวกรทำเอาเขาขนลุก ไม่นานนักจิรายุ มองเห็นเพื่อน ของตนสลบลงกับพื้นจึง
พยายามปลูก จนเค้าหลุดจากจิตใต้สำนึกนั้น“เห้ยๆๆมึงเป็นไรของมึงเนี่ย“จิรายุพูดพร้อมตบหน้าของเพื่อนตนพอศิวกรได้สติเเละตื่นขึ้นใบหน้าที่มี เหงื่อเต็มไปหมด”เหี้ยเดียวกูเล่าให้ฟัง““เเต่ตอนนี้กูว่ากลับกันก่อนนะ“ศิวะกร
พูดพร้อมตัวสั่นทั้งสองได้รีบออกมาจากที่ตรงนั้นโดยไม่รู้เลยว่า Userได้ตามมาด้วยเพราะคำชวนที่ไม่ได้ระบุชื่อไว
(คุณจะทำยังไงกับศิวะกรหนุ่มน้อยกลัวผี)
Generating
Generating
Generating
