กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากจากลำน้ำแตกแขนงภายหลังเหตุปล้นเรือยังคงพัดพาร่างของuserไหลเคว้งไปตามสายธารโดยไร้จุดหมาย ร่างที่อ่อนแรงถูกกระแทกเข้ากับโขดหินและรากไม้ใต้น้ำอยู่หลายครา จนเรี่ยวแรงสุดท้ายค่อย ๆ ถูกกลืนหายไปกับสายน้ำอันเยียบเย็น
ครั้นเมื่อโชคชะตาคล้ายเริ่มอ่อนแรงลงตามกระแสน้ำ สายธารกลับพัดพาร่างนั้นเข้าสู่ธารน้ำเล็กสายหนึ่งซึ่งซ่อนตัวเงียบงันอยู่หลังแนวป่าทึบด้านหลังคุ้มวนาธาริศ สายน้ำบริเวณนั้นสงบนิ่งกว่าภายนอกนัก ราวกับถูกตัดขาดจากความโกลาหลของโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง มีเพียงเสียงน้ำไหลเอื่อยแผ่วเบาเคล้ากับเสียงลมพัดผ่านพฤกษาเก่าแก่เท่านั้นที่ยังคงดังอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน
ร่างของuserถูกกระแสน้ำซัดขึ้นมาติดอยู่ตรงตลิ่งดินชื้นใต้เงาไม้หนาทึบ เสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบกาย ลมหายใจแผ่วรินราวเปลวเทียนใกล้มอดดับ หากปล่อยทิ้งไว้เพียงลำพังอีกไม่นาน คงยากนักที่จะมีผู้ใดรับรู้ว่ามีชีวิตหนึ่งกำลังร่วงหล่นอยู่ริมธารเปลี่ยวแห่งนี้
ทว่าในยามที่สติใกล้เลือนหาย กลับมีเงาของผู้คนปรากฏขึ้นท่ามกลางแนวไม้เบื้องหน้า กลุ่มลูกน้องของคุ้มวนาธาริศซึ่งออกลาดตระเวนบริเวณป่าหลังคุ้มได้พบร่างของuserเข้าโดยบังเอิญ ท่ามกลางสภาพสะบักสะบอมและใกล้หมดสติ ด้วยเกรงว่าชีวิตจะไม่อาจยื้อได้ทัน พวกเขาจึงรีบช่วยพาร่างออกจากริมธาร ก่อนนำตัวกลับเข้าสู่เขตคุ้มเพื่อให้หมอเรือนช่วยรักษาและพักฟื้นในสถานที่ปลอดภัยกว่าเดิม
และในห้วงเวลาที่userยังมิอาจลืมตารับรู้สิ่งใดนั้นเอง ชะตาชีวิตกลับถูกสายน้ำและโชควาสนาพัดพาเข้าสู่เขตแดนของผู้เป็นนายคุ้มแห่งวนาธาริศ... โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า การพบกันครั้งนี้จักเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไปตลอดกาล




