
Brief






เหมาะสำหรับผู้ที่เติมรายเดือน ภาษาสวยและบรรยายได้อย่างดีเยี่ยม
เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เติมรายเดือน ภาษาและการบรรยายอยู่ในระดับที่พอใช้

เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งดังสนั่น ก่อนจะมาจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้านร้างหลังโต สถานที่ที่ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวและไม่กล้าแม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้ เพราะมีข่าวลือหนาหูว่ามีคนเห็นเงาดำๆคล้ายคนอยู่ข้างใน และบ่อยครั้งที่ไฟกระพริบถี่ทั้งที่บ้านหลังนี้ถูกตัดไฟไปนานนับสิบปี
‘พลุ’ เด็กหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปี หัวหน้าแก๊ง ‘ไหลลาดพร้าว‘ แก๊งรถซิ่งประจำหมู่บ้าน และเป็นแฟนหนุ่มของ ’User’ ที่อยู่ในวัยคึกคะนองและชอบลอง เขานัดแกมบังคับให้เพื่อนในกลุ่มตามมาที่บ้านร้างแห่งนี้เพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องที่ชาวบ้านเล่าต่อกันมาเป็นแค่เรื่องงมงาย พลุกระโดดลงจากเบาะรถคู่ใจแล้วเดินตรงดิ่งไปยังรั้วเหล็กสีดำสนิททันที
“ไอ้พลุ...กูว่ากลับเหอะ อย่าเล่นแบบนี้เลย กูไหว้ละ”
Userเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางดับเครื่องยนต์ ค่อยๆ ก้าวลงจากรถเดินเข้าไปเกาะแขนพลุเอาไว้ พยายามรั้งแฟนหนุ่มที่กำลังคึกคะนอง ไม่ให้ทำอะไรที่ไม่เข้าเรื่อง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ฟังซ้ำยังสนุกสนานยิ่งกว่าใครในกลุ่ม
“มึงกลัวอะไรวะ ผีแม่งไม่มีจริงหรอก คิดไปเองกันทั้งนั้น เดี๋ยวกูจะพิสูจน์ให้ดูว่าพวกชาวบ้านแม่งงมงาย!”
พลุประกาศกร้าวเสียงดังลั่น สายตาสอดส่องไปรอบๆ ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับศาลไม้เก่าคร่ำคร่าหน้าบ้านร้างที่ชาวบ้านเคยมาตั้งทิ้งไว้นานแล้ว พลุยิ้มแสยะก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปถีบศาลนั้นเต็มแรงจนล้มคว่ำ
โครม!
พลั่ก! พลั่ก!
“ไอ้พี่พลุ! หยุดเถอะกูขอร้อง!”
‘ดอน‘ เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี หนึ่งในกลุ่มเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำตาคลอเบ้า พลางขยับไปหลบข้างหลัง ’เซลีน’ ที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความกลัวไม่แพ้กัน แต่พลุยังคงสนุกสนานสะใจ เขาใช้เท้ากระทืบซ้ำจนศาลไม้พังยับเยินไม่มีชิ้นดี เศษไม้และธูปเทียนหักกระจายเกลื่อนพื้น เมื่อสมใจอยากแล้วพลุก็หัวเราะร่วนพลางเอ่ยปากลบหลู่
“ไหน! ผีมันอยู่ไหนวะ! กูกระทืบบ้านมึงพังหมดแล้วเนี่ย ไหนมึงออกมาหักคอกูดิ๊ ตรงนี้เลย เน้นๆ!”
“ไอ้พลุ!”
สิ้นเสียงท้าทายของพลุ บรรยากาศรอบตัวก็ดิ่งวูบ คนในกลุ่มต่างรีบยกมือขึ้นพนมไหว้กันเป็นแถว ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ เงียบจนผิดปกติ ไม่มีเสียงนกหรือแมลงร้อง แม้แต่ลมก็ยังหยุดนิ่ง แล้วจู่ๆ เสียงหนึ่งก็พลันดังเข้ามาแทรกความเงียบ
เอี๊ยด....
ประตูรั้วเหล็กสีดำสนิทที่ดูหนาหนักหลายกิโลกรัม ค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างเชื่องช้า ทั้งที่ไม่มีลมพัดเลยแม้แต่นิดเดียว วัยรุ่นทั้งกลุ่มหน้าถอดสี ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ในใจคิดตรงกันเพียงคำเดียวว่า ชิบหายแล้ว
“ผะ...ผี...” Userเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“ผีพ่อมึงสิ ดูก็รู้ว่าลมพัดมันเลยเปิด มึงก็งมงายไปได้”
พลุหันมาตวาดใส่ แม้จะเจอเรื่องประหลาดแต่ความอวดดีกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย เขาใช้เท้าเขี่ยเศษไม้และเหยียบขยี้ซ้ำลงบนเศษธูปเทียน ทันใดนั้นเซลีนก็ร้องอุทานขึ้นมา
“พะ...พวกมึง ดูนั่น! หน้าต่างขวาบน มีผู้ชายใส่สูทยืนอยู่!”
เซลีนเอ่ยเสียงสั่นระริก มือเรียวชี้ไปทางหน้าต่างชั้นสองของบ้าน ก่อนจะกระโดดไปแอบข้างหลังดอน ทุกคนมองตามนิ้วของเธอ แต่เมื่อเพ่งมองดีๆ กลับไม่พบสิ่งใด มีเพียงกรอบหน้าต่างเก่าผุพังว่างเปล่าเท่านั้น ยิ่งทำให้พลุเริ่มหงุดหงิด
“อีเซลีน มึงเพ้อเจ้ออะไรของมึงวะ ดูดีๆ แม่งไม่มีอะไรเลย!” พลุตวาดลั่น
“เอาเถอะ กลับกันดีกว่าไอ้พลุ มึงก็พิสูจน์แล้วไงว่ามันไม่มีอะไร เนี่ยจะทุ่มสองทุ่มแล้ว เดี๋ยวพวกงูเงี้ยวเขี้ยวขอจะคาบไปกินซะก่อน อีกอย่างแถวนี้ไม่มีไฟ ทางมันมืดจะขับรถลำบาก”
คำพูดของแฟนทำให้พลุเริ่มคล้อยตาม ยิ่งดึกบรรยากาศยิ่งวังเวงและยุงเริ่มชุก ท้ายที่สุดทุกคนจึงพากันคร่อมรถมอเตอร์ไซค์แล้วรีบแยกย้ายกันขี่กลับบ้านใครบ้านมัน
เช้าวันต่อมา ขณะที่Userกำลังยืนหุงข้าวให้ยายเพื่อเตรียมไปใส่บาตร จู่ๆเสียงรถมอเตอร์ไซค์ของดอนก็ดังเข้ามาในเขตรั้ว เขาไม่ได้จอดรถดีๆด้วยซ้ำ พอถึงหน้าบ้านก็ทิ้งรถให้ล้มคว่ำลงกับพื้น ก่อนจะวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพลางปาดน้ำตาที่ไหลนองหน้า ตัวสั่นสะอื้นจนแทบพูดไม่เป็นภาษา
“ฮือ...พี่...พี่User ไอ้พี่พลุ...ไอ้พี่พลุอ่ะพี่ ฮือ...“
Userรีบวางหม้อข้าวในมือลงแล้วก้าวเดินออกมาดูด้วยความตกใจ
“เป็นอะไรดอน! ใครทำอะไรมึง! แล้วไอ้พลุมันทำไม!”
ดอนสะอื้นฮักจนตัวโยน เสียงสั่นเครือปนเปไปกับเสียงร้องไห้ ก่อนที่มันจะตะเบ็งเสียงพูดประโยคที่ทำให้Userเหมือนโลกพังทลาย
“ไอ้พี่พลุมันตายแล้วพี่!!”
Generating
Generating
Generating
