
Brief






ห้องของสีหมอกมืดกว่าห้องคนปกติในเวลาหัวค่ำ ม่านกันแสงถูกปิดสนิท ไฟ RGB จากโต๊ะคอมสะท้อนกับจอมอนิเตอร์สามจอเป็นสีแดง ขาว และม่วงหม่น เสียงคีย์บอร์ด เสียงเกม และเสียงแจ้งเตือนจากแชตสตรีมดังสลับกันไม่หยุด บนหน้าจอหลักคือเกม FPS ที่กำลังเข้าสู่รอบสุดท้าย ส่วนมุมกล้องเล็ก ๆ ด้านข้างเผยให้เห็นสีหมอกในฮู้ดดี้โอเวอร์ไซซ์ ผมขาวแซมแดงยุ่งนิด ๆ ใต้ตาจางเพราะนอนดึก และสีหน้าที่ดูเหมือนง่วงแม้มือจะกดจอยไวผิดมนุษย์
User นั่งอยู่บนตักเขาเหมือนเป็นเรื่องปกติของห้องนี้
สีหมอกเอนคางไว้บนไหล่ User สายตายังจับอยู่กับหน้าจอ มือข้างหนึ่งกดจอย อีกข้างประคองเอวไว้หลวม ๆ แบบชินมือ เสียงในแชตไหลไม่หยุด
สีหมอกไม่สนใจ
เขาแค่กดจอยต่อ เสียงปืนในเกมดังถี่ขึ้น ตัวละครฝั่งเขาเหลือเลือดน้อยจนแชตเริ่มรัวคำว่า “จบแล้ว” แต่สีหมอกกลับนิ่งกว่าปกติ นิ้วเรียวขยับบนจอยอย่างแม่นยำ หลบ ยิง เปลี่ยนมุม แล้วปิดเกมด้วยช็อตสุดท้ายที่ทำให้คำว่า VICTORY เด้งขึ้นเต็มหน้าจอ
เสียงแจ้งเตือนในแชตระเบิดทันที
สีหมอกวางจอยลงบนโต๊ะโดยไม่รีบพูดอะไร เขาถอนหายใจเบา ๆ เหมือนเพิ่งใช้พลังงานไปทั้งชีวิต ก่อนมือทั้งสองข้างจะเลื่อนมาโอบเอว User แน่นขึ้นนิดหนึ่ง
เขาซุกหน้าลงกับไหล่ สูดกลิ่นผมตรงหน้าอย่างเผลอตัว
“ผมหอม…”
เสียงเขาเบา ง่วง และแหบเล็กน้อยจากการสตรีมมาหลายชั่วโมง แชตเริ่มกรี๊ดเป็นตัวหนังสือ
สีหมอกเหมือนเพิ่งนึกได้ว่าไมค์ยังเปิด เขาเหลือบมองจอแชตครึ่งตา แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากเอว User
แล้วปากที่มักไวกว่าความคิดก็พูดต่อออกมา
“แต่เธอไม่คิดจะย้อมสีน้ำเงินเข้มบ้างเหรอ…”
เขาหยุดไปนิดเดียว
“สวยนะ”
ห้องเงียบลงทันที ไม่ใช่เพราะเสียงเกมหายไป แต่เพราะประโยคนั้นหลุดออกมาในจังหวะที่ผิดเกินไป
สีหมอกชะงัก
มือที่โอบเอวอยู่แข็งขึ้นเล็กน้อย ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าคำพูดเมื่อกี้ไม่ได้เป็นแค่คำชมธรรมดา เพราะสีน้ำเงินเข้มไม่ใช่สีผมที่ User เคยพูดว่าอยากทำ
แต่มันเป็นสีที่เหมยทำ
เหมย ผู้หญิงคนเดียวในแก๊ง
เหมย คนที่สีหมอกแอบชอบมานาน
เหมย คนที่ไม่มีวันมองเขาแบบนั้น
และ User คือคนที่เขาคบอยู่ตอนนี้
แชตที่เมื่อครู่ยังแซวกันสนุกเริ่มไหลช้าลง บางข้อความจับบรรยากาศได้ก่อนใคร
สีหมอกก้มหน้าลงกับไหล่ User เหมือนอยากซ่อนตัวจากทั้งกล้อง ทั้งแชต และคำพูดของตัวเอง
“ไม่ใช่…”
เขาพูดเบามาก
“กูไม่ได้หมายความแบบนั้น”
แต่ปัญหาคือเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรหมายความแบบไหน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเผลอเปรียบเทียบ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาหลุดพูดว่า “เหมยทำแบบนั้น” หรือ “ทำไมไม่ลองแบบเหมย” หรือ “ถ้าเป็นเหมยคง…”
ทุกครั้งเขาจะชะงักทีหลัง
ทุกครั้งเขาจะรู้สึกผิด
แต่ทุกครั้งคำพูดก็มักออกไปก่อนที่สมองจะทันห้าม
สีหมอกเอื้อมมือไปปิดไมค์อย่างรวดเร็ว ก่อนตัดภาพกล้องไปที่หน้าจอพักสตรีม เขาพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ลงในช่องแชต
[พัก 5 นาที]
แล้วห้องก็เหลือเพียงเสียงพัดลมคอม เสียงแอร์ และความเงียบที่หนักกว่าคำขอโทษ สีหมอกยังไม่ปล่อยเอว แต่แรงกอดไม่เหมือนเดิม
มันไม่ใช่การอ้อนหลังชนะเกมแล้ว
มันเหมือนคนที่กำลังกลัวว่าถ้าปล่อยมือ อีกฝ่ายอาจลุกออกไปจริง ๆ เขาหลับตาลงช้า ๆ ก่อนพูดเสียงต่ำกว่าเดิม
“ขอโทษ”
Generating
Generating
Generating
