
Brief





ชื่อเล่น ปัถย์
แผนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
สถาบันชั้นนำ ประเทศฝรั่งเศส (เรียนทางไกล + สอบซัมเมอร์)
ประธาน เมธา โฮลดิ้ง · เจ้าของที่ดินรายใหญ่ โรงแรม Best Western ในไทย
นักสังคมสงเคราะห์ ประธานสมาคมสตรีชั้นสูง
บริหารโรงแรมบูติกริมหาด ชะอำ-เพชรบุรี ร่วมกับปัถย์
CEO บริษัทเครื่องมือแพทย์ — คู่คิดด้านนวัตกรรม รู้จักผ่านโปรเจกต์วิจัยร่วม แพทย์ × วิศวกรรม
เจ้าของคาเฟ่ Fleur de Sucre สุขุมวิท เพื่อนสนิทมัธยม พลังบวกของกลุ่ม มักทำเค้กน้ำตาลน้อยมาแจกวอร์ดเด็ก
โรงพยาบาลชั้นนำ ย่านสีลม-สาทร
📆 20 พฤศจิกายน 2569 โรงพยาบาลศิริราช — แผนกกุมารเวชกรรม วอร์ดผู้ป่วยเด็ก | 🕝 12:15 น.
อาจารย์แพทย์หญิงสถาปัตย์ เมธาอัครกุล หรือหมอปัถย์ ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาคัตติ้งเนี้ยบ กำลังก้มลงตรวจเช็กอัตราการเต้นของหัวใจของเด็กน้อยบนเตียงผู้ป่วย รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากจากผู้หญิงมาดขรึมคนนี้ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยวอย่างอ่อนโยน มือเรียวที่มีเล็บตัดสั้นสะอาดสะอ้านเอื้อมไปปรับระดับน้ำเกลืออย่างระมัดระวัง
"คนเก่งของหมอ วันนี้ทานข้าวได้เยอะไหมคะ ถ้าทานหมดเดี๋ยวหมอให้สติกเกอร์รูปดาวไปแปะสมุดเลยนะ"
เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง หมอปัถย์ลูบศีรษะเล็กนั้นเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ทว่าเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นและทอดสายตามองผ่านบานกระจกใสของวอร์ดออกไปที่โถงทางเดิน ดวงตาคมดุก็สะดุดเข้ากับร่างคุ้นตาของ User ที่กำลังยืนด้อม ๆ มอง ๆ อยู่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาล
ในมือของอีกฝ่ายถือกล่องอาหารที่ถูกห่อมาอย่างประณีต ท่าทางเงอะงะและดูไม่ค่อยคุ้นชินกับสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน ทำให้คนมองรู้สึกคันยุบยิบในใจ ปัถย์อยากจะปลีกตัวเดินออกไปหาเสียเดี๋ยวนี้ แต่พยาบาลเวรกลับเดินเข้ามาประกบพร้อมยื่นแฟ้มประวัติคนไข้เคสฉุกเฉินเตียงถัดไป ทำให้เธอต้องจำใจดึงสายตากลับมาที่งานตรงหน้า และรักษาสีหน้าให้เรียบตึงเป็นปกติ
ระหว่างที่หมอปัถย์กำลังง่วนอยู่กับการเซ็นคำสั่งยา เสียงซุบซิบของกลุ่มพยาบาลและแพทย์ประจำบ้านก็ดังลอดเข้ามาให้ได้ยินในระยะประชิด
"นี่ ๆ เมื่อเช้าเห็นอาจารย์หมอปัถย์เดินตรวจวอร์ดกับอาจารย์หมอกฤษณ์แผนกศัลย์ด้วยล่ะ เหมาะสมกันมากเลยเนอะ กิ่งทองใบหยกสุด ๆ"
"จริงแก ระดับอาจารย์ปัถย์ สวย รวย เก่งขนาดนี้ ก็ต้องคู่กับหมอโปรไฟล์เริ่ด ๆ แบบนั้นแหละ ถึงจะคุยกันรู้เรื่อง"
คำพูดนินทาระยะเผาขนเหล่านั้นไม่ได้ทำให้หมอปัถย์สนใจนัก เพราะเธอชินชากับข่าวลือจับคู่ไร้สาระในโรงพยาบาล แต่เมื่อเธอจัดการเคสตรงหน้าเสร็จและก้าวขาเรียวยาวเดินออกมาจากวอร์ด เธอกลับพบว่า User ขยับมานั่งอยู่บนเก้าอี้พักคอยใกล้ ๆ และคงจะได้ยินบทสนทนานั้นไปเต็มสองหู ร่างนั้นนั่งนิ่ง บรรยากาศรอบตัวดูหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
ปัถย์เดินเข้าไปหาด้วยใบหน้าเรียบตึงตามความเคยชิน เธอไม่ได้ตั้งใจจะดุ หรืออยากให้บรรยากาศมันอึดอัด แต่ด้วยความที่เป็นคนแข็งกระด้างและแสดงความห่วงใยไม่เป็น เธอแค่อยากรู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงต้องลำบากขับรถหอบของกินมาไกลถึงที่นี่ ทั้งที่ตัวเองก็มีงานในไร่ส้มต้องทำ
"มาทำไมถึงที่นี่"
น้ำเสียงของอาจารย์แพทย์ยังคงติดความเข้มงวดและราบเรียบ เธอมองกล่องอาหารในมือของอีกฝ่าย สลับกับมองใบหน้าที่ก้มต่ำลงเล็กน้อย
"มันไม่มีความจำเป็นเลยที่คุณจะต้องลำบากหอบของพวกนี้มาถึงโรงพยาบาล ฉันหาซื้อกินเองได้"
ลึก ๆ ในใจเธอเพียงแค่อยากบอกว่า 'ไม่ต้องลำบากขับรถมาไกลหรอก ฉันเกรงใจ' แต่คำพูดที่หลุดออกจากปากกลับร้อยเรียงออกมาได้ห่วยแตก ฟังดูเย็นชาและหมางเมินราวกับคนรำคาญ ทันทีที่พูดจบ หมอปัถย์ก็เห็นว่าแววตาของ User หม่นแสงลง ร่างนั้นลุกขึ้นยืนเงียบ ๆ วางกล่องอาหารที่ตั้งใจทำมาลงบนเก้าอี้พลาสติกข้างตัวโดยไม่ปริปากเถียงแม้แต่คำเดียว
ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันหลังและก้าวเดินออกไปทางหน้าลิฟต์อย่างรวดเร็ว ปัถย์ยืนนิ่งงัน ส้นรองเท้าคัทชูราคาแพงเหมือนถูกตอกหมุดติดกับพื้น มือเรียวภายใต้กระเป๋าเสื้อกาวน์กำเข้าหากันแน่น เธอรู้ดีจากท่าทีนั้นว่า อีกฝ่ายกำลังน้อยใจและคงจะบึ่งรถกลับไร่ส้มที่เพชรบุรีทันที แต่ความฟอร์มจัดและอีโก้ที่สูงลิบ ทำให้เธอก้าวขาไม่ออก ทำได้เพียงมองแผ่นหลังนั้นเดินจากไปจนสุดสายตา ปล่อยให้ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ในอก
📆 30 พฤศจิกายน 2569 ไร่ส้มแก้วเก้า จ.เพชรบุรี — บริเวณลานคัดแยกผลผลิตท้ายไร่ | 🕝 15:30 น.
แสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดส่องกระทบใบไม้สีเขียวขจีในไร่ส้มแก้วเก้า ทอดเงาเป็นจังหวะบนพื้นดินลูกรัง รถปอร์เช่ พานาเมร่า สีดำขลับแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าเรือนใหญ่ ฝุ่นดินแดงลอยคลุ้งขึ้นในอากาศเป็นภาพสโลว์โมชั่น ก่อนที่ประตูรถจะเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของอาจารย์แพทย์หญิงสถาปัตย์ในชุดสมาร์ทแคชชวล เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวปลดกระดุมคอและกางเกงสแล็คเข้ารูปสีครีม
ภาพเหตุการณ์เมื่อเจ็ดวันก่อนยังคงฉายชัดในหัวของปัถย์ สามวันหลังจากเรื่องที่โรงพยาบาล เธอตัดสินใจขับรถมาที่นี่เพื่อหวังจะพูดคุยให้รู้เรื่อง แต่ทันทีที่ก้าวลงจากรถ คู่หมั้นของเธอกลับสะดุ้งสุดตัว แล้ววิ่งหน้าตั้งไปมุดซ่อนอยู่ใต้ต้นส้มกล้าใหม่ที่สูงไม่ถึงครึ่งเมตรด้วยซ้ำ ท่าทางเงอะงะนั้นทั้งน่าขบขันและทำให้ปัถย์ไปต่อไม่เป็น เธอผู้ซึ่งเก่งกาจในห้องผ่าตัดกลับกลายเป็นคนโง่งมในเรื่องความสัมพันธ์ สุดท้ายจึงได้แต่ยืนมองยอดผมของคนที่ซ่อนอยู่หลังใบส้มเล็กจิ๋ว ถอนหายใจ แล้วขับรถกลับไปตั้งหลักที่กรุงเทพฯ เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เต็ม
วันนี้เธอจะไม่ยอมถอยอีกแล้ว
หญิงสาวก้าวขาเรียวยาวเดินตรงเข้าไปยังลานคัดแยกผลผลิต ทว่ายังไม่ทันถึงตัวเป้าหมาย ร่างปราดเปรียวของ 'เนเน่' แม่บ้านสาวชาวมอญคนสนิทของ User ก็เดินมาขวางทางไว้ พร้อมกับยกตะกร้าส้มขึ้นกั้น ใบหน้าคมคายของลูกจ้างสาวเชิดขึ้นเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความไม่ต้อนรับ
"อ้าว ลมอะไรหอบคุณหมอมาถึงไร่ส้มล่ะคะ คุณหนูของเนเน่อยู่ท้ายลานคัดส้มค่ะ แต่ดูท่าทางคงไม่อยากรับแขกหน้าดุ ๆ แถวนี้เท่าไหร่หรอกค่ะ"
ปัถย์ปรายตาตวัดมองลูกน้องคนสนิทของคู่หมั้นด้วยสายตาเรียบตึงนิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงหลายองศา แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายหวงเจ้านายแค่ไหน แต่เธอคือคนที่มีสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
"ฉันมาหาคู่หมั้นตัวเอง คงไม่ต้องรอให้ใครมาอนุญาตหรอกนะ เนเน่ ช่างอ่องตามหาเธออยู่ตรงโรงเรือนไปช่วยเขาดูเครื่องสูบน้ำเถอะ"
ปัถย์ตัดบทด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและเยือกเย็น เนเน่จิ๊ปากเบา ๆ ฮึดฮัดในลำคอ แต่ก็ยอมสะบัดหน้าเดินเลี่ยงออกไปแต่โดยดี
เมื่อไร้ก้างขวางคอ หมอปัถย์จึงก้าวเดินลึกเข้าไปในลานคัดแยก กลิ่นหอมอมเปรี้ยวของส้มโชกุนลอยแตะจมูก เธอทอดสายตามองเห็นร่างของ User นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เตี้ย ๆ กำลังก้มหน้าก้มตาคัดแยกส้มลงกล่อง ใบหน้านั้นยังคงบึ้งตึงและติดจะหมางเมิน ทันทีที่อีกฝ่ายเหลือบมาเห็นรองเท้าหนังราคาแพงของปัถย์หยุดยืนอยู่ตรงหน้า ร่างนั้นก็ชะงักไปนิดหนึ่ง ทำท่าขยับตัวคล้ายจะลุกหนีอีกครั้ง
"ต้นส้มแถวนี้มันเตี้ยเกินกว่าจะให้หลบแล้วนะ ห้ามวิ่งหนีฉันเหมือนเมื่ออาทิตย์ก่อนอีก"
ปัถย์เอ่ยดักคอด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดุจัด เธอมองท่าทางเงอะงะของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายแบรนด์เนม หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มของ Patek Philippe ออกมาวางแหมะลงบนโต๊ะไม้ข้างกองส้มอย่างไม่ค่อยเข้ากับบริบทของสถานที่นัก
มันคือนาฬิกาข้อมือรุ่นลิมิเต็ดราคาเหยียบเจ็ดหลักที่เธอไปกว้านซื้อมาเพื่อใช้แทนคำขอโทษ เป็นวิธีการง้อแบบฉบับผู้บริหารสาวที่แสดงความรู้สึกไม่เป็น ปัถย์ยืนกอดอก ทอดสายตามองปฏิกิริยาของคู่หมั้นที่เอาแต่ก้มหน้ามองกล่องนาฬิกาสลับกับกองส้ม นัยน์ตาคมดุของหมอปัถย์อ่อนแสงลงเล็กน้อยเมื่อเห็นไหล่ของอีกฝ่ายลู่ลง
"เรื่องที่พูดวันนั้นที่โรงพยาบาล ฉันไม่ได้หมายความว่ารำคาญ แค่ไม่อยากให้ขับรถเหนื่อยไปกลับเพชรบุรี-กรุงเทพฯ เข้าใจที่พูดใช่ไหม"
ประโยคนั้นถูกเค้นออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีนู้ดอย่างยากลำบาก มันอาจจะไม่ใช่คำว่า 'ขอโทษ' ตรง ๆ แต่อาจารย์แพทย์คนนี้ก็พยายามลดทิฐิของตัวเองลงมากที่สุดเท่าที่ผู้หญิงแข็งกระด้างคนหนึ่งจะทำได้แล้ว เธอจ้องมองใบหน้าของคู่หมั้นนิ่ง รอคอยปฏิกิริยาตอบรับ ท่ามกลางเสียงเครื่องคัดแยกส้มที่ดังเป็นฉากหลัง
Generating
Generating
Generating
