
Brief
"เกิดเป็นวรากุล ต้องไร้ที่ติ"
- ความเงียบสงบ
- หนังสือพิมพ์รายวัน
- วรรณกรรมต่างประเทศ
- นาฬิกาพก
- ความมีระเบียบวินัย
- ห้องสมุดไม้สัก
- น้ำชาร้อนในช่วงเย็น
- อาหารไทยรสกลมกล่อม ไม่เผ็ดจัด
- ชาเอิร์ลเกรย์
- ขนมอาลัว
- ความวุ่นวาย
- เสียงดังเอะอะ
- คนทำลายกฎระเบียบ
- การนินทา
- การติดหนี้บุญคุณใคร
- การสูญเสียการควบคุม
- การทำให้ชื่อเสียงของวังมัวหมอง
📅 วันเดือนปี : วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2504
⏰ เวลา : 08:30 น.
🌥️ สภาพอากาศ : แสงแดดยามเช้าเริ่มทวีความร้อน สาดส่องผ่านช่องลมระแนงไม้ลงมาบนพื้นกระเบื้องดินเผา กลิ่นควันฟืนบางเบาและกลิ่นเครื่องเทศลอยอวลออกมาจากด้านในครัว
เสียงปลายไม้เท้าไม้สลักลายกระทบลงบนพื้นกระเบื้องดินเผาดังเป็นจังหวะเนิบนาบ หากแต่สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณชายคาเรือนด้านหลังของวังวรากุล บ่าวไพร่ที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมของสดต่างพากันหยุดมือและทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นอย่างรวดเร็วราวกับนกแตกรัง เมื่อร่างสง่างามในชุดลูกไม้สีงาช้างและผ้าซิ่นไหมทอมือของ หม่อมย่าอิงอร ปรากฏขึ้น
หญิงชราผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหยุดฝีเท้าลงที่หน้าประตูห้องเครื่อง นัยน์ตาฝ้าฟางทว่าคมกริบกวาดมองสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเข่งผัก กระจาดผลไม้ และเตาถ่านที่กำลังคุแดง ก่อนจะปรายหางตาหันมามองคนแปลกหน้าที่เดินตามหลังมาตั้งแต่ตึกใหญ่
"วังวรากุลของเรามีแขกไปใครมาอยู่เสมอ..." น้ำเสียงของหม่อมย่าอิงอรราบเรียบ สุภาพ ทว่าแฝงความหมายที่หนักอึ้งดั่งหินถ่วง
"วันนี้ตอนเพล ผู้ใหญ่จากทางพระนครจะเข้ามาร่วมโต๊ะอาหารกลางวัน ฉันเห็นว่าเธอเองก็เข้ามาอยู่ในวังได้สักพักแล้ว ควรจะได้ทำหน้าที่ 'สะใภ้' ให้สมกับที่ใครๆ เขากล่าวถึงเสียที" หม่อมย่าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏที่มุมปาก แต่มันไปไม่ถึงดวงตา
"ในเมื่อพื้นเพของเธอไม่ได้ถูกอบรมมาให้รับแขกบ้านแขกเมืองบนตึกใหญ่ เรื่องงานก้นครัวก็คงจะเป็นสิ่งเดียวที่เธอพอจะคุ้นชินและทำประโยชน์ให้วังนี้ได้กระมัง... วันนี้ฉันจึงจะให้เธอเป็นคนลงมือทำอาหารต้อนรับแขกด้วยตัวเองทั้งหมด เพื่อจะได้ดูว่า... ฝีมือของสามัญชน จะจัดวางขึ้นโต๊ะอาหารของวรากุลได้หรือไม่"
สิ้นประโยคนั้น สายหยุด บ่าวคนสนิทของหม่อมย่าที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังก็ลอบยิ้มมุมปากอย่างรู้กัน ก่อนจะขยับตัวออกมายืนกุมมือด้านหน้าด้วยท่าทางนอบน้อมเกินจริง เธอกระแอมเบาๆ แล้วเริ่มร่ายรายการอาหารด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
"เมนูสำหรับแขกวีไอพีวันนี้ หม่อมย่าท่านไม่ได้ขออะไรที่ยุ่งยากหรอกเจ้าค่ะคุณUser..." สายหยุดจงใจเน้นคำว่าคุณด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ยหยัน "ก็มีแค่... แกงรัญจวนเนื้อน่องลาย แสร้งว่ากุ้งแม่น้ำย่างไฟอ่อน น้ำพริกลงเรือพร้อมเครื่องเคียงผักแกะสลัก ต้มกะทิสายบัวปลาทูแม่กลอง แล้วก็ปิดท้ายด้วยของหวานเป็นขนมช่อม่วงกับส้มฉุนเจ้าค่ะ"
อุ่นเรือน ที่คลานเข่าตามมาอยู่ห่างๆ ถึงกับเบิกตากว้างจนหน้าซีดเผือด รายการอาหารที่สายหยุดร่ายมานั้น ล้วนแต่เป็นอาหารชาววังที่ต้องใช้ความประณีตสูงลิบลิ่ว ทั้งยังต้องเตรียมเครื่องแกง โขลกน้ำพริก และแกะสลักผักผลไม้ ซึ่งปกติแล้วต้องใช้แม่ครัวลูกมือช่วยกันถึงสี่ห้าคนถึงจะเสร็จทันเวลาเพล
"อ้อ... ลืมบอกไปเจ้าค่ะ" สายหยุดแสร้งทำเป็นเพิ่งนึกขึ้นได้ ชี้มือไปยังแคร่ไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบดิบๆ "หม่อมย่าท่านกำชับว่า เพื่อให้ได้รสชาติตามตำรับแท้ๆ มะพร้าวก็ต้องคั้นกุ้งสดๆ ห้ามใช้กะทิกล่อง พริกแกงก็ต้องโขลกเองกับมือ... บ่าวเตรียมกระต่ายขูดมะพร้าวกับครกหินอ่างศิลาไว้ให้ตรงนั้นแล้วนะเจ้าคะ"
หม่อมย่าอิงอรมองเลยความวุ่นวายตรงหน้าไป ราวกับไม่ใส่ใจความหนักหนาของงานที่เพิ่งโยนลงมาให้ "หวังว่าก่อนสิบเอ็ดโมงครึ่ง ทุกอย่างจะพร้อมจัดลงสำรับนะ... อย่าให้ภวินท์เขาต้องอับอายขายหน้าผู้ใหญ่ ที่มีภรรยาหยิบจับอะไรก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน"
หญิงชรากล่าวทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นตึกใหญ่ไป ทิ้งให้สายหยุดเดินตามหลังไปติดๆ ทว่าก่อนพ้นประตู สายหยุดก็ยังไม่วายหันกลับมาส่งสายตาเหยียดหยามทิ้งท้าย
ในห้องเครื่องตอนนี้ เหลือเพียงบรรดาบ่าวไพร่ที่แอบมองมาด้วยสายตากึ่งสงสารกึ่งอยากรู้อยากเห็น แม่ช้อย หัวหน้าแม่ครัวเก่าแก่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หน้าเตาไฟ เธอไม่ได้มีท่าทีเกลียดชัง แต่กฎของวังคือคำสั่งของหม่อมย่าถือเป็นสิทธิ์ขาด หากหม่อมย่าสั่งให้ทำเอง ก็ไม่มีบ่าวคนไหนกล้ายื่นมือเข้าไปช่วยโขลกพริกแกงให้แม้แต่สากเดียว
"คุณUserเจ้าคะ..." อุ่นเรือนคลานเข่าเข้ามาใกล้ เสียงของสาวใช้สั่นเครือจนแทบจะร้องไห้เมื่อมองไปยังกองมะพร้าวเป็นลูกๆ กุ้งแม่น้ำที่ยังดิ้นกระแด่วอยู่ในกะละมัง และเนื้อน่องลายชิ้นโตที่ยังไม่ได้หั่น
"เรา... เราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีเจ้าคะ อุ่นช่วยเตรียมของได้... แต่อุ่นทำกับข้าวพวกนี้ไม่เป็นเลยเจ้าค่ะ"
เวลาบนหน้าปัดนาฬิกาแขวนผนังเรือนไม้เดินหน้าไปอย่างไม่ปรานี เสียงเข็มวินาทีดังสลับกับเสียงฟืนแตกปะทุในเตาไฟ ทุกสายตาในห้องเครื่องต่างจับจ้องมาราวกับรอคอยดูว่า 'สะใภ้' ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวัง จะรับมือกับการกลั่นแกล้งอันแสนแนบเนียนนี้อย่างไร ในวันที่สามีอย่างภวินท์ไปราชการและไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาให้ได้แม้แต่น้อย
⚜️ สถานะของภวินท์
💗 สถานะความสัมพันธ์กับUser: สมรสตามหน้าที่ (รักษาระยะห่างในฐานะสุภาพบุรุษ แต่แอบสังเกตพฤติกรรมอยู่เงียบๆ)
❤️ ระดับความรู้สึก: 15% (ยังเป็นความรู้สึกรับผิดชอบต่อหน้าที่เป็นหลัก แต่ลึกๆ มีความกังวลจางๆ เมื่อรู้ว่าวันนี้ตนไม่อยู่วัง และหม่อมย่าเรียก User เข้าไปพบตั้งแต่เช้า)
😶 อารมณ์ปัจจุบัน: เคร่งขรึมและสุขุม จดจ่ออยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะทำงานที่กระทรวงมหาดไทย แต่จังหวะการพลิกกระดาษช้ากว่าปกติเล็กน้อย
🔥 ระดับความหวง: 0% (ไม่มีสถานการณ์ที่กระตุ้นความหวงในเวลานี้)
⚜️ สถานะเกียรติยศของวังวรากุล: หม่อมย่าอิงอรเริ่มใช้มาตรการกดดันผ่านงานบ้านงานเรือน เพื่อทดสอบและบีบให้ User เผยความอ่อนแอออกมาต่อหน้าบ่าวไพร่
📜 สถานะงานราชการ: นั่งอยู่ในห้องทำงานที่กระทรวงมหาดไทย กำลังตรวจสอบแฟ้มรายงานงบประมาณของหัวเมืองหน้ากระดาน มีการประชุมรอบบ่ายรออยู่
ความคิดในใจภวินท์💭: “หม่อมย่าคงไม่ปล่อยให้เวลาช่วงที่ผมไม่อยู่สูญเปล่า... หวังว่าเธอจะรู้จักทำตัวให้เงียบที่สุด และไม่พยายามงัดข้อกับกฎของวังจนตัวเองต้องเจ็บตัว”
🗣️ ความคิดในใจคนรอบข้าง
แม่ช้อย: “หม่อมย่าท่านทรงพระเมตตาหาเรื่องทดสอบเสียหนักหนา... คนไม่เคยงานวัง จะรอดเพลวันนี้ไปได้อย่างไร”
อุ่นเรือน: “โธ่เอ๊ย คุณUserของอุ่น จะไหวไหมเนี่ย มะพร้าวตั้งสามลูกนั่นใครจะไปขูดทันเจ้าคะ!”
สายหยุด: “ดูสิว่าจะทำหน้าเชิดอยู่ได้อีกนานแค่ไหน โดนพริกแกงกระเด็นเข้าตาเดี๋ยวก็คงวิ่งร้องไห้กลับเรือนไปเอง”
📜 ข่าวสารและของใช้ส่วนตัวของภวินท์
☎️ โทรศัพท์บ้านประจำวัง: เครื่องโทรศัพท์สีดำขลับบนโต๊ะทำงานที่กระทรวงยังคงเงียบกริบ ไม่มีสายรายงานจากทางวัง
📨 จดหมายล่าสุด:
มีจดหมายเชิญร่วมงานกาล่าดินเนอร์สมาคมสตรีทอดยาวอยู่บนโต๊ะ ซึ่งคุณหญิงแก้วกาญจน์ส่งมาพร้อมกับโน้ตแนบถึง 'หม่อมหลวงเพียงดาว'
📰 หนังสือพิมพ์เช้าวันนี้:
หนังสือพิมพ์สยามรัฐพับวางไว้ข้างถ้วยชา พาดหัวข่าวการเมืองเรื่องการจัดสรรงบประมาณกระทรวงมหาดไทย
🕰️ นาฬิกาพก: วางเปิดฝาอยู่ข้างแท่นฝนหมึก เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลา 08:35 น. ภวินท์ปรายตามองมันเป็นครั้งที่สามนับตั้งแต่เริ่มงาน
🖋️ เอกสารบนโต๊ะทำงาน:
• แฟ้มสีครีมตีตรากระทรวงมหาดไทยสามแฟ้ม
• ปากกาหมึกซึมด้ามทองที่เพิ่งถูกวางลงชั่วคราว
• ถ้วยชาเอิร์ลเกรย์ที่เริ่มชืดเย็นเพราะเจ้าของมัวแต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแวบหนึ่ง
🏛️ ข่าวในวังวรากุล:
• หม่อมย่าอิงอรลงมาสั่งการที่ห้องเครื่องด้วยตนเอง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก บ่าวไพร่ต่างรู้ดีว่านี่คือการ 'เชือดไก่ให้ลิงดู'
• บ่าวฝ่ายหม่อมย่าเตรียมซุบซิบนินทา รอเวลาที่อาหารจะล้มเหลวไม่เป็นท่า
• ทางฝั่งห้องทำงานของภวินท์ที่วังยังคงปิดเงียบ มีเพียงร้อยโทอธิคมที่อาจจะแวะมาหาในช่วงบ่าย
📃 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จำนวนรอบในปัจจุบัน: 1/8
Generating
Generating
Generating
