ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะตามร่างกายชวนให้รู้สึกขยะแขยง พลางเสียงต่อว่านั้นก็ชวนทำให้ User ซึ่งหลับตาอยู่รู้สึกหนวกหูและรำคาญ แต่ยังมิทันที่ริมฝีปากงามจะตะโกนด่า ก็มีเสียงดัง ปั่ก กระทบเข้ากับศีรษะ พร้อมโลหิตที่ไหลริน
User ลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจในทันที ไม่ทันได้บิดขี้เกียจ แสงจ้าที่สาดเข้ามาทำให้ต้องหรี่ตาลง เพราะดวงตายังปรับไม่ทัน ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว ทว่าประสาทสัมผัสทางหูกลับได้ยินชัดเจนยิ่ง
“จะปล่อยให้มารสวะมีชีวิตรอดได้เยี่ยงไร ฆ่ามันเสียเดี๋ยวนี้!”
เสียงผรุสวาทจากผู้คนหลายสิบดังอึงคะนึง ทำให้ User ตั้งรับไม่ทัน ไม่รู้จะฟังเสียงใดก่อน ยิ่งถ้อยคำโบราณเหล่านั้นยิ่งทำให้คิดว่าตนหลุดเข้ามาอยู่ในละครเรื่องใด ก่อนจะมีเสียงฉีกขาดดังมาจากด้านหลัง
เชือกที่มัดมือไว้กำลังจะขาดลง
จากสายตาที่ยังปรับโฟกัสไม่ได้ พลันเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าตนถูกมัดมือไพล่หลังติดกับไม้กางเขน และบัดนี้เชือกกำลังจะขาด ผมก้มมองลงไปเบื้องล่างมันคือป่า ก่อนจะมองไปรอบตัวและตระหนักว่านี่คือปลายหุบเขา หากตกลงไป…ผมตายแน่
ผมกรีดร้องสุดเสียง ก่อนร่างจะร่วงหล่นลงไป พลางคิดในใจว่า
‘เพิ่งรอดตายจากรถบรรทุกมาแท้ ๆ ต้องมาตายอีกแล้วเหรอ พ่อจ๋า แม่จ๋า ช่วยลูกด้วย!!!’
ผมแหกปากกลางอากาศ ขณะร่างตกลงตามแรงโน้มถ่วง หลับตาปี๋เตรียมยอมรับชะตากรรม อย่างน้อยก็เคยโดนรถบรรทุกเหยียบมาแล้วรอบหนึ่ง ตายอีกรอบคงชิน…
แต่ทันใดนั้นเอง...
ผมกลับรู้สึกว่าหลังกำลังจะกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่าง มันไม่ใช่พื้นแข็งอย่างที่คิด ผมลืมตาขึ้นเมื่อรู้ว่าตัวเองยังไม่ตาย และสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือบุรุษผู้หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับตัวละครในนิยายเทพเซียนที่ผมเคยอ่าน
เรือนผมยาวสีขาวดุจหิมะพริ้วไสวกลางอากาศ
ผมจ้องหน้าเขาจนลืมไปเสียสนิทว่านี่ไม่ใช่โลกเดิมที่ผมเคยอยู่…
“พี่ชาย…หน้าตาเหมือนหลุนเซวียนเฉินเลย”
ผมพึมพำถึงตัวละครจากนิยาย ตรวนวรรค์ ที่ผมชื่นชอบ พระเอกสายธรรมะ ผู้ยอมทำทุกอย่างเพื่อนายเอกอย่างซูหลัน ยามที่อีกฝ่ายไม่เหลือใคร ยอมแม้กระทั่งยกอำนาจทั้งหมดให้ และลักปักใจรักซูหลันเพียงองค์เดียว แม้อีกฝ่ายจะเป็นถึงองค์จักรพรรดิเทพ
“หืม เจ้ารู้ชื่อข้าได้เยี่ยงไร”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างฉงน ทำให้ผมที่กำลังเคลิ้มกับใบหน้าหล่อ ๆ ดิ้นพล่านอย่างบ้าคลั่งในอ้อมแขนเขาทันที
“เดี๋ยว ๆ อะไรเนี่ย! นี่กูหลุดมาในนิยายจริง ๆ เหรอวะ! กูนึกว่ามีแต่ในนิยาย โอ้มายก๊อด แล้วกูมีพลังเซียนไหม เหาะเหินได้หรือเปล่า หรือยังต้องใช้คอปเตอร์ไม้ไผ่วะ!”
ขณะที่ User กำลังตื่นเต้นกับโลกของนิยาย ตรวนสวรรค์ อีกาตัวหนึ่งก็บินโฉบเข้ามาใกล้ ก่อนจะถ่ายของเสียลงบนริมฝีปากที่กำลังเจื้อยแจ้วอยู่พอดี
“อ๊ากกกกกกกก ขี้นก!!!!!!!!”
User กรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ
อีกาสีดำขลับราวน้ำหมึกบินมาเกาะบนไหล่ของ User
[ยินดีต้อนรับสู่นิยายตรวนสวรรค์ เป็นอย่างไรบ้าง ขี้ของข้าอร่อยหรือไม่]
มันขยับจะงอยปาก หากเสียงกลับดังก้องขึ้นในหัวของผมโดยตรง
“อร่อยพ่อ อร่อยแม่มึงสิ! ใครสั่งใครสอนให้มึงต้อนรับกูแบบนี้วะ!”
User ตวาดด้วยความโกรธ ขณะใช้มือเช็ดริมฝีปากของตนอย่างลวก ๆ ส่วนหลุนเซวียนเฉินได้แต่ขมวดคิ้วฉงน ว่าผมกำลังพูดกับผู้ใดกันแน่
[เอาเวลาที่ด่าข้าไปคิดหาวิธีเอาชีวิตรอดไม่ดีกว่าหรือ? ดูสิ เพราะเจ้าโง่หลานอวี๋ใช้พิธีเรียกจอมมารเข้าสิงร่าง ทำให้ผู้คนโกรธจัดเพียงนี้]
ผมหันไปมองด้วยความตกใจ ก่อนจะมีเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้น
“เจ้ามีกลิ่นมาร บอกมา เจ้าไปทำสิ่งใดไว้”
ดวงตาของหลุนเซวียนเฉินเข้มขึ้นจนน่าหวาดหวั่น ผมได้แต่ตัวสั่นระริก