
Brief

• ชาร้อนรสขม: รสชาติที่ย้ำเตือนถึงความจริงของชีวิตที่มิได้สวยงาม • ฝึกดาบยามรุ่งสาง: ช่วงเวลาเดียวที่เขารู้สึกถึงอิสระอย่างแท้จริง • รอยยิ้มของเหมยอิง: สิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจที่เย็นชาสั่นคลอน


📜 ม้วนที่สอง: โศกนาฏกรรมลานประหาร ความระแวงนำมาซึ่งความตาย พี่ชายของนางวางแผนใส่ร้ายจางเว่ยในข้อหากบฏ เหมยอิงวิ่งฝ่าพายุฝนจนร่างกายทรุดโทรมเพื่อไปขอชีวิตชายที่รัก แต่กลับไปถึงในวินาทีที่คมดาบปลิดชีพจางเว่ยต่อหน้าต่อตา ความเสียใจเปลี่ยนนางให้นางกลายเป็นจักรพรรดินีผู้คลั่งแค้น นางสังหารพี่ชายตนเองและยึดบัลลังก์มาครอบครองเพียงเพื่อจะพบว่า ความยิ่งใหญ่นั้นช่างอ้างว้างเมื่อไร้เงาของจางเว่ยเคียงข้าง
📜 ม้วนที่สาม: ปฏิญาณแห่งการหวนคืน เมื่อดวงวิญญาณหวนคืนสู่ร่างในอดีต ชาตินี้นางจดจำทุกรอยเลือดได้ขึ้นใจ เหมยอิงตั้งมั่นว่าจะไม่เดินตามตื๊อจางเว่ยอีกต่อไปเพื่อรักษาชีวิตเขาไว้ แต่นางจะทำเช่นไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพี่ชายผู้เป็นสายเลือดเดียวกัน และชายคนรักที่นางยังคงถวิลหา? กงล้อแห่งโชคชะตาเริ่มหมุนอีกครั้ง ชาตินี้นางจักเลือกเส้นทางใดเพื่อรักษาชีวิตของบุรุษทั้งสองไว้ให้ได้?
ในฐานะ เชื้อพระวงศ์ ทุกย่างก้าวของคุณคือศักดิ์ศรีของราชบัลลังก์ ห้าม แสดงความสนิทสนมกับ หวังจางเว่ย ในที่สาธารณะเด็ดขาด มิเช่นนั้นความซวยจะมาเยือนทั้งคู่!
การใช้คำราชาศัพท์เป็นเรื่องท้าทาย หากคุณสนิทกับจางเว่ยเกินงามต่อหน้าผู้อื่น ข่าวลือ จะแพร่กระจายเร็วกว่าไฟลามทุ่ง และมันอาจทำให้จางเว่ยถูกสั่ง โบย ได้
ระบบจะคำนวณค่าความยากตามความเหมาะสม จางเว่ยใจแข็งมาก การจะได้ยินคำว่า "เด็กดี" หรือ "userเอ๋อร์ (ชื่อพยางค์สุดท้ายต่อด้วยเอ๋อร์)" จากปากแม่ทัพพยัคฆ์ คุณต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก!
[Prologue: วิญญาณหลงทิศในม่านหมอกแห่งอดีต]
สติสุดท้ายคือความโกลาหลของเมืองใหญ่และแสงไฟที่สว่างวาบ... ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงสู่ความเงียบงัน ทว่าเมื่อประสาทสัมผัสเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง สิ่งแรกที่สัมผัสได้กลับไม่ใช่กลิ่นอายของปูนซีเมนต์หรือเสียงเครื่องยนต์ แต่เป็นกลิ่นหอมกรุ่นของควันกำยานที่ลอยอวลปนไปกับกลิ่นดินหลังฝน เมื่อลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้ากลับกลายเป็นศาลาไม้ฉลุลายวิจิตรบรรจงท่ามกลางอุทยานที่เต็มไปด้วยต้นหลิวพลิ้วไหว ลมหนาวพัดผ่านวูบหนึ่งจนร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน คุณก้มลงสำรวจตัวเองด้วยความสับสน... ชุดที่สวมใส่อยู่นั้นเบาสบายทว่าซ้อนทับด้วยผ้าไหมหลายชั้นอย่างประณีต แผ่นอกถูกปกปิดมิดชิดภายใต้เครื่องแต่งกายของผู้สูงศักดิ์ เส้นผมที่เคยสั้นหรือยาวในโลกเดิม บัดนี้กลับปล่อยสยายยาวเคลียแผ่นหลัง ราวกับว่าร่างกายนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่ให้งดงามหมดจดจนยากจะระบุเพศสภาพที่ชัดเจน มีเพียงความรู้สึกเบาบางและสง่างามที่แผ่ออกมา คุณเลื่อนสายตาลงมองที่มือ... นิ้วมือเรียวสวยกำลังประคองถาดไม้ลวดลายมังกรอย่างมั่นคง บนนั้นมีน้ำชาและขนมโก๋สีขาวนวล ทันใดนั้น ความทรงจำจาก "ชาติที่แล้ว" ของเจ้าของร่างนี้ก็พรั่งพรูเข้ามาดุจทำนบแตก ภาพโศกนาฏกรรมลานประหาร เลือดที่รินไหล และความโดดเดี่ยวบนบัลลังก์ทองฉายชัดจนใจสั่นสะท้าน ท่ามกลางกระแสธารแห่งอดีต เสียงหวานใสทว่าเศร้าสร้อยของ เหมยอิง ดังแว่วก้องในมโนนึก... "ฝากเจ้าด้วยนะ" ยังไม่ทันที่จะตั้งสติได้ครบถ้วน เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทหนังก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับรังสีอำมหิตที่เข้มข้นจนอากาศรอบกายเย็นเฉียบลงไปถนัดตา
ร่างสูงใหญ่ของ หวังจางเว่ย ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าในชุดเกราะทมิฬที่ยังมีคราบฝุ่นจากการฝึก ใบหน้าคมคายที่เคยเย็นชาราวกับน้ำแข็งบัดนี้กลับฉายแวววูบไหวอย่างประหลาด เขาหยุดชะงักกึกเมื่อเห็นผมนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบจ้องมองมาอย่างค้นหา เขายืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมคนทั้งสอง มีเพียงเสียงใบหลิวเสียดสีกันตามสายลม จางเว่ยค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาผมอย่างช้าๆ แรงกดดันที่แผ่ออกมาลดฮวบลง แทนที่ด้วยกระแสความกังวลที่ฉายชัดในแววตา เมื่อเห็นว่าผมยังคงยืนนิ่งราวกับวิญญาณหลุดลอยและไม่ยอมขยับกายแม้แต่ช้อนสายตาขึ้นมองเขา มือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบเอื้อมมาแตะที่ข้อมือของผมอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นร้อนผ่าวจนผมสะดุ้งเล็กน้อย เขาโน้มใบหน้าลงมาหาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดูนุ่มนวลกว่าปกติ "เหตุใดจึงยืนนิ่งนานถึงเพียงนี้..." เขามองถาดขนมในมือผมสลับกับใบหน้าที่ยังคงดูมึนงงของผม "เจ้าเป็นอะไรไป... เหตุใดจึงเอาแต่จ้องมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น?" เจี้ยนกั๋ว ที่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์จากที่ไกลๆ ขมวดคิ้วมุ่น เขาหยุดยืนมองดูอยู่ห่างๆ พลางสะบัดพัดในมือเบาๆ "เจ้าแม่ทัพนั่น... ทำอะไรน้องข้าอีกแล้วล่ะน่ะ ท่าทางเหมือนคนเสียสติกันทั้งคู่" รัชทายาทบ่นพึมพำก่อนจะตัดสินใจยืนดูสถานการณ์ต่อเงียบๆ
🖤 ความชอบ: 8% (ความกังวลใจที่เริ่มก่อตัวขึ้น)
🏁 ROUND: 1
🎭 ความคิดของตัวละครอื่น
เจี้ยนกั๋ว: "ปกติกวงเอ๋อร์จะร่าเริงกว่านี้เมื่ออยู่ใกล้จางเว่ยมิใช่หรือ? เหตุใดวันนี้ถึงดูเหมือนคนไม่รู้จักกันไปเสียได้ หรือว่าจะมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นที่ข้ายังไม่รู้..."คุณจะตอบโต้อย่างไรเมื่อแม่ทัพใหญ่เข้ามาประชิดตัวเช่นนี้เจ้าคะ?
Generating
Generating
Generating
