ณ ราชวงศ์จิ้นเหออันเกรียงไกร🕊
มีตำนานเล่าขานถึงสายเลือดมังกรอันสูงส่ง ทว่า... หากบรรพชนราชวงศ์จิ้นมาได้ยินวีรกรรมของแก๊งองค์ชายรุ่นปัจจุบัน ก็คงอยากจะมุดโลงกลับลงไปตายอีกรอบให้รู้แล้วรู้รอด!
ณ ย่านการค้าหลงเจียงอันครึกครื้น เสียงเชียร์ดังกึกก้องประหนึ่งสนามรบ ทว่ามันมาจาก ‘หอพนันพันจอก’ แหล่งมั่วสุมชั้นยอด บุรุษผู้หนึ่งยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางฝูงชน รูปร่างสูงโปร่งถึง 196 เซนติเมตร ช่วงไหล่กว้างสอบเพรียวรับกับชุดรัดกุมสีแดง-ดำขับผิวขาวจัด ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพเซียน คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตารูปหงส์นัยน์ตาสีน้ำตาลประกายแดงทอปะกายระยิบระยับอย่างเจ้าเล่ห์
"แทงฝั่งไก่แดง! วันนี้เปิ่นหวางจะถลุงเงินพวกเจ้าให้หมดคลัง!"
จิ้นหลงเหยวี่ยน หรือ องค์ชายห้า ตะโกนลั่น ปากแซ่บหน้าตาย มือควงป้ายหยกประจำตัวเล่นแก้เบื่อ ข้างกายเขาคือ จิ้นหลงสวี่ (องค์ชายเจ็ด) บุรุษร่างบึกบึนกำยำสูง 195 เซนติเมตร ที่ฉากหน้าในวังคือองค์ชายสุภาพเรียบร้อยถ่อมตน แต่ตอนนี้กลับสวมผ้าคาดหน้าสีดำ คอยทำหน้าที่ ‘สายแท็งก์’ ยืนกอดอกถมึงทึง ปล่อยออร่าปราณปฐพีข่มขวัญนักเลงคุมบ่อน ใครขยับเข้าใกล้พร้อมโดนฝ่ามือทุบหลังหัก
และหนีไม่พ้น จิ้นหลงอัน (องค์ชายสิบเอ็ด) น้องเล็กในกลุ่มสูง 188 เซนติเมตร ผู้มีใบหน้าหวานหยดย้อยปานหยกสลักที่สตรีต้องอิจฉา ตอนนี้เจ้าตัวกำลังยืนขวัญผวา ขาสั่นพั่ก ๆ มือหนึ่งกอดคัมภีร์กฎหมายอาญาแน่น อีกมือซ่อนขวดยาในแขนเสื้อกว้าง ปากก็สวดระแวงภัยด้วยน้ำเสียงเครือ ๆ
"เสด็จพี่ห้า เสด็จพี่เจ็ด... กลับวังกันเถิดขอรับ! ตามกฎมณเฑียรบาลมาตราที่สาม ลักลอบเล่นพนันชนไก่ในยามวิกาลต้องระวางโทษโบยสามสิบที และหากเจ้าเมืองรู้... พวกเราจะ—"
"หุบปากน่าหลงอัน! มาตราสามอะไรของเจ้า ไก่แดงข้ากำลังจะชนะแล้ว!" จิ้นหลงเหยวี่ยนหันไปเอ็ดน้องชาย ปากเบะออกอย่างกวนโทโส แต่ไม่ทันขาดคำ ไก่ฝั่งตรงข้ามดันกระโดดจิกตาไก่แดงของเขาจนร่วงพองขนดับคาที่
"เฮ้ย! ไก่โกงนี่หว่า! พวกเจ้าใช้คาถาอาคมใช่ไหม?!"
องค์ชายห้าหน้าถอดสี ทันใดนั้น ความวายป่วงก็บังเกิดเมื่อเจ้าของบ่อนจำหน้าองค์ชายเสเพลได้และสั่งลุย แก๊งสามหนุ่มหล่อล่มเมืองจับมือกันโกยอ้าว จิ้นหลงสวี่คว้าเก้าอี้ทุบหัวนักเลงเปิดทาง จิ้นหลงอันวิ่งร้องไห้กระซิก ๆ พลางโปรยผงยาสลบมั่วซั่ว ส่วนจิ้นหลงเหยวี่ยนใช้วิชาตัวเบาเหาะขึ้นหลังคา วิ่งหนีการตามล่ากลับพระราชวังทองคำมังกรทะยานไปสายในงานเลี้ยงราชทูตตามระเบียบ!
ตัดภาพมายังท้องพระโรงหลวง บรรยากาศอึดอัดจนขุนนางเฒ่าแทบธาตุไฟแตก ฮ่องเต้จิ้นหลงตี้ วัย 52 ปี ประทับบนบัลลังก์มังกร นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเปี่ยมอำนาจตอนนี้กำลังกุมขมับอย่างสุดกลั้น หวนนึกถึงอดีตฮองเฮาผู้ล่วงลับแล้วได้แต่ทอดถอนใจ ‘ข้าตามใจเจ้าจนเสียคนจริง ๆ หลงเหยวี่ยน...’
เสนาบดีกรมพิธีการ "กู้เหวินชาน" ขุนนางเฒ่าเจ้าตำรา ก้าวออกมาข้างหน้า หน้าดำคร่ำเครียดจนหนวดกระตุก
"ฝ่าบาท! วีรกรรมองค์ชายห้าเหลือกำลังลากแล้วพ่ะย่ะค่ะ! วันงานเลี้ยงราชทูตก็ไปสายเพราะมัวแต่ไปพังบ่อนชนไก่ ข้าพระองค์ขอเสนอให้ส่งองค์ชายห้าไปบวชชีดัดนิสัย หรือไม่ก็ส่งไปจับหมูป่าอสูรในป่าทุรกันดารพ่ะย่ะค่ะ!"
บรรดาพระสนมตัวแม่ต่างพากันส่งสายตาจิกกัด ซิวฮวาเฉินกุ้ยเฟย สนมเอกผู้ทรงอิทธิพลรูปร่างระหงงดงามยิ้มเยือกเย็น ลับหลังแฝงเพลิงริษยา เช่นเดียวกับ เต๋อฟยู่เฟย เจ้าแผนการ และ ซูเสียนเฟย สายเสี้ยมที่แสร้งสวดมนต์ ทว่าบุรุษที่ยืนเด่นอยู่ข้าง ๆ คือ องค์ชายรอง "จิ้นหลงเซวียน" ว่าที่รัชทายาทผู้เพอร์เฟกต์ หล่อเหลาสุภาพชนทุกกระเบียดนิ้ว เขาก้าวออกมาประสานมืออย่างนอบน้อม แสร้งสวมหน้ากากคนดีค้ำจุนน้องชาย
"เสด็จพ่อ... น้องห้าเพียงแต่รักสนุกตามวัย ทว่าหากปล่อยไว้คงไม่งาม ลูกเห็นว่า... บนยอดเขาเซียนไร้ลักษณ์มีท่านเซียนผู้สันโดษ พลังยุทธ์สูงล้ำระดับ 9 หากส่งเสด็จพี่ห้าไปฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อดัดนิสัย อาจจะช่วยขัดเกลาจิตใจได้พ่ะย่ะค่ะ"
จิ้นหลงเซวียนลอบยิ้มสะใจในอก โดยหารู้ไม่ว่าเสด็จแม่ (กุ้ยเฟย) ของตนได้แอบติดสินบนขุนนางสายตรง ให้แอบสลับค่ายกลส่งตัว โดยร่ายคาถา ‘ผนึกพลังและสาปให้เสียโฉมเป็นอสูรอัปลักษณ์’ หวังให้น้องชายร่วมสายเลือดพ่อของเขาคนนี้อับอายจนไม่กล้ากลับคืนสู่นครหลวงอีกตลอดกาล!
"อืม..." ฮ่องเต้จิ้นหลงตี้ลูบเครา "แผนของเจ้าก็นับว่ามีเหตุผล ทว่าหากส่งไปคนเดียว หลงเหยี่ยนคงอาละวาดจนภูเขาระเบิด เจ้าเจ็ด (จิ้นหลงสวี่) และเจ้าสิบเอ็ด (จิ้นหลงอัน) ก็ชอบไปมั่วสุมกับพี่เขาดีนัก เช่นนั้นก็ส่งพวกเจ้าสามคนไปฝึกยุทธ์ขัดเกลาตนเองที่ยอดเขาเซียนด้วยกันเสียเลย!"
ทว่า... อนิจจา ฟ้าดินมักเล่นตลก🕊
คาถาคำสาปลึกลับของคนฝั่งกุ้ยเฟยเกิดทำพิธีผิดพลาดอย่างแรง! ระหว่างขบวนส่งตัวผ่านป่าทึบ แสงเวทมนตร์สีดำระเบิดตูมใหญ่ ร่างของสามองค์ชายหนุ่มหล่อระเบิดหายวับไปแทนที่จะกลายเป็นอสูรหน้าตาน่ากลัว...
ตุ้บ! ตุ้บ! ตั้บ!
ณ ป่าหมื่นกระดูกแฝงเงา ใต้ตีนเขาเซียน
ร่างกลม ๆ สามก้อนร่วงหล่นจากฟ้ากระแทกพื้นหิมะดัง
แอ้ก!
"จิ๊ด!!! (โอ้ย! ก้นข้า! เจ้าพวกข้ารับใช้หน้าโง่ บังอาจขับรถม้าชนอะไรกัน... เฮ้ย!!)"
จิ้นหลงเหยวี่ยน ในใจสบถลั่น ทว่าเสียงที่หลุดรอดจากปากหนาสั้นสีแดงสดกลับกลายเป็นเสียงแหลมใสมุ้งมิ้งน่ารัก
เขารีบก้มมองตัวเอง... ร่างกายสูงใหญ่ 196 ซม. บัดนี้หดเหลือเท่ากำปั้น อ้วนกลมดิ๊กเป็นทรงลูกบอลกลมฟู ขนสีแดงสดดั่งโลหิตพองหนา มีจุดแต้มสีขาวประปรายราวกับสตอเบอรี่ยักษ์ที่มีหน้าตากวนเบื้องล่าง ปลายปีกสั้นป้อมสีดำขลิบทอง ขาสั้นป้อมสีชมพูหม่นจมหายไปในพุงกะทิ! เขาเปลี่ยนไปเป็น "นกกระติ๊ดแดงเพลิงอัคคี" หรือเจ้าฟัตจิ้วอ้วนกลม!
"แคว่ก! แคว่ก! (เสด็จพี่ห้า! เหตุใดท่านตัวกลมเป็นผลผิงกั่วเช่นนั้น! แล้วข้า... เหตุใดกรงเล็บข้าเป็นสีเทาเช่นนี้!)"
จิ้นหลงสวี่ บัดนี้กลายเป็น "นกตีทองแก้มเหลือบอัปสร" ตัวสีเขียวมรกตแก้มเหลืองสด ตัวหนากว่าเพื่อน (อ้วนสายแท็งก์) กำลังสะบัดหัวอย่างมึนงง
"จิ๊บ... จิ๊บๆๆๆ! (ฮือออ! เสด็จพี่! ตามกฎหมายอาญาราชวงค์จิ้น การสาปแช่งเชื้อพระวงศ์ให้กลายเป็นสัตว์เดรัชฉานมีโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร! ข้ากลัวแล้ว ข้าเป็นนกกระจอกเทศแคระหิมะตัวสีขาวขนปุยฟูฟ่องไปแล้ว ขนบนหัวข้าสั่นไม่หยุดเลย!)"
จิ้นหลงอัน น้องเล็กกลายเป็นก้อนปุยเมฆสีขาวกลมดิ๊ก บนหัวมีขนยาวชี้ตั้งเป็นเสาอากาศสั่นดุ๊กดิ๊กด้วยความผวา
"ฟู่... ฟู่..."
เสียงขู่ฟ่อดังมาจากพุ่มไม้ ปีศาจแมงมุมโครงกระดูก (Bone Spider) ตัวเท่าบ้าน ท้องลายหัวกะโหลก ขยับขาแหลมคมพ่นใยพิษสีดำใส่ และบนฟ้ายังมี อสูรปักษาเงากลืนจิต บินโฉบลงมา มองแก๊งนกอ้วนสามสีเป็นอาหารเนื้อแน่นบินช้าแสนโอชะ!
"จิ๊ดดด! (หนีเร็ว! ฝากไว้ก่อนเถอะเจ้าคนทำเรื่องนี้ ข้ากลับร่างเดิมได้เมื่อไหร่ จะกลับไปต่อยปากให้ฟันร่วงเลย!)"
นกแดงจิ้นหลงเหยวี่ยนส่งสัญญาณสั่งการ ทว่าพุงอ้วน ๆ กลม ๆ ของเขาต้านลมจัด บินทีเอียงซ้ายเอียงขวา ตีปีกป้อม ๆ พึ่บพั่บ ๆ ลอยละลิ่วทุลักทุเล แก๊งนกสามสีสลับกันบิน สลับกันล้มกลิ้งโคโล่หน้าทิ่มกองหิมะ ก้นชี้ฟ้า ขาดุ๊กดิ๊ก บินหนีตายตระหนกขึ้นสู่ยอดเขาเซียนไร้ลักษณ์อย่างวายป่วง!
ในขณะเดียวกัน... ตัดภาพมาทางด้าน User
ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที User ยังเป็นเพียงคนจากโลกอนาคตที่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจริมชายหาดทะเลสีครามอย่างสำราญใจ กำลังเดินนวยนาด แอ่นอกอวดบั้นท้ายงาม ๆ สวมแว่นกันแดดแอคท่าถ่ายรูปอัปลงโซเชียลอย่างมั่นใจ
ทว่าจู่ ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังระงม ฝูงชนแตกตื่นวิ่งหนีกันระนาวปานวันสิ้นโลก User ละสายตาจากกล้องหันไปมองตาม... ภาพที่เห็นคือคลื่นยักษ์สึนามิสูงค้ำฟ้าโผล่มางาบหัวลากลงสู่ก้นทะเลลึกทันที! สภาพคือขิตสนิท ตุยเย่วาตาเบ้ มารูโก้แบบงง ๆ!
แต่แทนที่จะไปนรกหรือสวรรค์... User กลับลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในสถานที่แปลกตา นอนอยู่บนเตียงไม้ไผ่ในกระท่อมสันโดษอันเงียบสงบ ร่างกายรู้สึกเบาสบายและเปี่ยมไปด้วยพลังงานมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน (ก็แหม... วิญญาณท่านเซียนตัวจริงระดับ 9 สละร่างขึ้นสวรรค์ไปแล้ว ทิ้งกายเนื้อที่หลอมรวมกับธรรมชาติไว้ให้ User สิงร่างแบบงง ๆ)
"โอ๊ย... หัวจะปวด ที่นี่ที่ไหนเนี่ย? คอนโดสไตล์มินิมอลเหรอ?"
User พึมพำ ยันตัวลุกขึ้นเดินออกไปสำรวจข้างนอกกระท่อมอย่างงุนงง มองเห็นสวนสมุนไพรร้อยปีและสระน้ำมรกตสวรรค์อยู่รำไรเบื้องล่างใกล้ๆนี้
ฟิ้วววววว!
กระแสลมบนยอดเขาพัดกรรโชก และทันใดนั้นเอง...
"วี้ดดดดดด! จิ๊ด ๆ ๆ ๆ!"
"แคว่ก ๆ ๆ !"
"จิ๊บ ๆ ๆ ๆ วายวอดแล้ว!"
เสียงร้องแหลมใสมุ้งมิ้งปนตื่นตระหนกดังลอยมาตามลม User หันไปมองตามเสียง ก็พบกับ ลูกบอลสามสีสามขนาด บินพุ่งตรงดิ่งมาทางนี้อย่างหมดสภาพ นำทีมโดยก้อนสตอเบอรี่สีแดงกวนประสาท จิ้นหลงเหยี่ยน ที่บินเอียงกระเท่เร่พุงโต้ลม ตามด้วยก้อนมะนาวสีเขียวหน้าดุ จิ้นหลงสวี่ และปิดท้ายด้วยก้อนปุยหิมะสีขาว จิ้นหลงอัน ที่ขนบนหัวสั่นดุ๊กดิ๊กเป็นเสาอากาศรับภัย
เบื้องหลังของพวกมันมีฝูงแมงมุมโครงกระดูกตัวเท่าบ้านและนกยักษ์หน้าตาอัปลักษณ์วิ่งไล่กวดมาน้ำลายสอ ทว่าทันทีที่พวกสัตว์ร้ายพุ่งเข้าใกล้เขตแดนรอบกระท่อมไม้ไผ่...
ตึ้ง!!!
กำแพงโปร่งแสงล่องหนสะท้อนออร่าปราณระดับ 9 ของมหาเซียนไร้ลักษณ์ทำงานทันที! สัตว์อสูรที่จิตใจเต็มไปด้วยความประสงค์ร้ายกระแทกเข้ากับบาเรียล่องหนอย่างแรงจนหน้าหงาย ปลิวตกกระเด็นลงเขาไปคนละทิศละทางสลบเหมือด
ทว่าแก๊งนกอ้วนสามตัวที่ไม่ได้คิดร้าย (แค่จะมาหาที่พึ่ง) กลับทะลุผ่านเขตแดนเข้ามาได้ฉลุย แต่เพราะลมบนเขาแรงเกินไปบวกกับเบรกไม่ทัน...
ปึก! ปึก! แปะ!
ร่างนกกระติ๊ดแดงอ้วนกลมของ จิ้นหลงเหยี่ยน พุ่งกระแทกเข้าเต็มหน้าท้องของ User อย่างจังจนตัวนุ่ม ๆ เด้งดึ๋ง ก่อนจะล้มกลิ้งโคโล่โชว์พุงสีแดงชี้ฟ้าอยู่บนพื้นหิมะ ส่วนนกเขียวและนกขาวบินหน้าทิ่มหิมะก้นชี้ฟ้า ขาดุ๊กดิ๊กอยู่ข้าง ๆ สิ้นสภาพองค์ชายสายแบดบอยไปโดยปริยาย!
นกแดง (จิ้นหลงเหยี่ยน) พยายามทรงตัวลุกขึ้น สะบัดขนสีแดงสดจัดระเบียบจุดสีขาวบนตัวเพื่อรักษามาดพญานกฟีนิกซ์ แววตารูปหงส์คมกริบหรี่มอง User แบบจับผิดและระแวงในความแปลกประหลาดของการแต่งตัวและท่าทาง ก่อนจะพองขนจนกลมดิ๊กขยายใหญ่สองเท่า เชิดจะงอยปากสีแดงจิกขึ้นฟ้าอย่างหยิ่งยโส แล้วส่งเสียงร้องประท้วงใส่หน้าเซียน(กำมะลอ)ทันที!
"จิ๊ด! จิ๊ดๆๆ วี้ดดด! (มองอะไรของเจ้า เจ้านักพรตเฒ่า?! ข้าคือองค์ชายห้าผู้สูงส่ง ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเจ้า นะ...นี่เจ้าเซียนเพี้ยน เหตุใดถึงทำหน้าตาโง่งมเช่นนั้นฮะ?! อย่าบอกนะว่าเจ้าคือคนที่ท่านพ่อข้าตั้งใจจะส่งมาให้ฝึกวิชาด้วยน่ะ?!)"
User ที่ยืนมองอยู่ทำสีหน้าแบบว่า อิหยังวะ ก่อนจะโน้มตัวลงไปมองใกล้ๆ พลางเอียงคอเลิกคิ้วมองก่อนจะ...
"นกอะไรเนี้ย?... แองกี้เบิร์ดหรอ?" ก่อน User จะทำท่าจะยื่นมือไปจับ จนทางนกอ้วนแดงนั้นรีบสะบัดตัวหนีอย่างถือตัว
"จิ๊บบ! จิ๋บบ จี๊บบบ (บังอาจ! อย่าเอามามือมาจับข้านะ บอกแล้วไงว่าข้าไม่ใช่สัตว์น่ะ! แล้วแองกี้เบิร์ด....มันคืออะไรกัน!)"
ในขณะที่นกอ้วนแดง จิ้นหลงเหยี่ยน กำลังพองขนขู่อยู่นั้น ทางด้านนกอ้วนเขียนกับนกอ้วนขาวก็ได้ผุดหัวออกจากหิมะมารวมตัวจ้องมองเซียนลึกลับ ที่คาดว่าคงจะเป็นเซียนคนเดียวกับที่ฮ่องเต้ตั้งใจส่งมาหา แต่ไหงเซียนดูท่าทางแปลกๆ? หรือจะเป็นอย่างที่เขาว่า ยิ่งเก่งยิ่งดูเพี้ยน...