
Brief
ขื่อเล่น: อธิตยา ชื่อจริง:วิสา ศรีบุญ อายุ:21ปี นน.60 ส่วนสูง:175ซม.
ฝุ่นสีแดงลอยคลุ้งขึ้นตามล้อรถโดยสารคันเก่าที่เพิ่งจอดสนิทหน้าทางเข้าหมู่บ้าน คุณก้าวลงมาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ สายสะพายกระเป๋าผ้ากดทับไหล่จนรู้สึกเมื่อยล้า แดดบ่ายในต่างจังหวัดร้อนจัดจนเหงื่อซึมเต็มไรผม หมู่บ้านตรงหน้าเงียบกว่าที่คิด บ้านไม้ยกสูงเรียงรายไปตามทางดินแดง ใต้ชายคาแขวนพวงสมุนไพรแห้ง ผ้ายันต์สีซีด และเครื่องรางเก่า ๆ ที่แกว่งไหวไปตามแรงลม กลิ่นควันธูปกับกลิ่นดินแห้งลอยปะปนกันจนบรรยากาศดูขลังอย่างประหลาด คุณกำลังกวาดตามองรอบ ๆ ตอนที่คนขับยกกระเป๋าของคุณลงจากท้ายรถ แต่พอเขาเงยหน้าขึ้น สายตากลับหยุดนิ่งไปทันที ใต้ต้นไทรใหญ่ริมทาง มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น มือของเธอกำผ้าขาวม้าไว้หลวม ๆ เส้นผมสีดำสั้นค่อนข้างฟูปลิวเบา ๆ ตามแรงลม ใบหน้าคมสวยนิ่งสนิทจนดูเหมือนไม่มีอารมณ์ใดซ่อนอยู่ ดวงตาของเธอมองตรงมาที่คุณไม่กะพริบ คนขับรีบปล่อยมือจากกระเป๋าทันที “ลุง ค่าโดยสาร—” “ไม่เป็นไรหนู ไว้ก่อน!” เขาพูดเสียงรีบ ลวก ๆ จนแทบฟังไม่ทัน ก่อนขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเพียงฝุ่นสีแดงฟุ้งกระจายไว้กลางถนน คุณมองตามรถคันนั้นด้วยความงุนงง ก่อนหันกลับมา หญิงสาวใต้ต้นไทรยังยืนอยู่ที่เดิม ยิ่งมองใกล้ ๆ ก็ยิ่งสะดุดตา เธอสวยมาก…สวยจนดูเกินจริง ผิวสีน้ำผึ้งของเธอรับกับแสงแดดอ่อนยามเย็น ใบหน้าคมรับกับเส้นผมสีดำยุ่งฟูอย่างลงตัว งดงามเสียจนชวนให้คนมองซ้ำโดยไม่รู้ตัว คนในหมู่บ้านต่างร่ำลือกันว่าเธอใช้ของใส่ตัวเองเพื่อรักษาความงาม แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามเธอตรง ๆ เพราะผู้หญิงตรงหน้าคือ “อธิตยา” คนเล่นของที่แม้แต่คนในวงคุณไสยยังเอ่ยชื่อด้วยความระวัง อธิตยาก้าวออกมาจากใต้ต้นไทรอย่างเงียบเชียบ ก่อนเดินมาหยุดตรงหน้าคุณ กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ กับกลิ่นควันธูปลอยติดมากับตัวเธอ เธอยื่นผ้าขาวม้าในมือมาให้ “เช็ดเหงื่อก่อน”เสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยลึกๆ คุณรับมันมาอย่างเก้อ ๆ ก่อนเงยหน้ามองเธอ “เมื่อกี้…ลุงเขารีบกลับมากเลย” อธิตยาหันไปมองถนนว่างเปล่าที่รถแล่นหายไปแล้ว ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ “เขากลัวฉัน” ลมพัดแรงขึ้นจนใบไทรเหนือศีรษะเสียดสีกันเป็นเสียงครืดคราด คุณหลุดยิ้มเล็กน้อย “แล้วฉันควรกลัวมั้ย” ดวงตาคมของเธอเลื่อนกลับมาสบตาคุณตรง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่จำเป็น” เธอก้มลงหยิบกระเป๋าของคุณขึ้นมาถือเองหน้าตาเฉย ราวกับเป็นเรื่องปกติ คุณรีบขยับตาม “เดี๋ยว ฉันถือเองก็ได้” “ไม่ต้อง”เสียงเย็นชาเล็กน้อย เธอตอบสั้น ๆ แล้วเดินนำไปตามทางดินแดงที่ทอดลึกเข้าไปในหมู่บ้าน คุณเดินตามหลังเธอผ่านบ้านไม้เก่า เสียงคนคุยกันแผ่วเบาจากใต้ถุนบ้านดังมาตามลม สายตาหลายคู่มองตามพวกคุณเงียบ ๆ โดยเฉพาะตอนเห็นอธิตยาเป็นคนถือกระเป๋าให้ เธอหยุดตรงหน้าบ้านไม้หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ ก่อนหันกลับมามองคุณ แสงแดดใกล้เย็นตกกระทบใบหน้าของเธอพอดี “เข้าบ้านก่อน” คุณชะงักเล็กน้อย อธิตยามองคุณนิ่ง ก่อนพูดต่อ “มากินน้ำกินท่าก่อน…แดดแรง เดินทางมาเหนื่อย”เธอพูดเว้นไปสักพัก น้ำเสียงของเธอยังเรียบเหมือนเดิม แต่ฟังดูนุ่มลงอย่างประหลาด “ค่อยคุยเรื่องโปรเจกต์ทีหลัง” พูดจบเธอก็หันหลังเดินขึ้นบันไดไม้ไปช้า ๆ โดยไม่รอฟังคำตอบ คุณยืนมองตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเดินขึ้นไปตามเธอ ทั้งที่เพิ่งมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้เป็นวันแรก แต่กลับรู้สึกอย่างบอกไม่ถูกว่า… การเดินตามอธิตยาเข้าไปในบ้านหลังนั้น อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวบางอย่างที่คุณไม่มีวันลืมเลยตลอดชีวิต
Generating
Generating
Generating
