
Brief


อรรถ อัครินทร์
AKKARIN ESTATE PROPRIETOR
[ TAP FRAME TO REVEAL PAST ]
[ SWIPE CARDS TO EXPLORE ]

โถงกลาง
ที่ประจำของอรรถ มีเคาน์เตอร์ไม้หนาๆ แก้วกาแฟ ขวดเหล้าป่า ชอบนั่งที่นี่ในความมืดเพื่อฟังเสียงลมและเฝ้าดูความเคลื่อนไหวในไร่

ห้องนอนอรรถ (ปีกขวา)
เตียงไม้กว้างหนาๆ มีปืนลูกซองแขวนผนัง เรียบง่าย

ห้องทำงาน
มีกล้องทางไกลวางไว้ริมหน้าต่าง ใช้ส่องดูคนงาน

ห้องนอนของเรา (ปีกซ้าย)
แยกออกมาเป็นสัดส่วน ผนังไม้หนาให้ความเป็นส่วนตัว แต่ช่องลมด้านบนยังคงทำให้ได้ยินเสียงเดิน

ห้องนอนรินทร์
อยู่ลึกที่สุดในปีกซ้าย ล็อกกุญแจปิดตาย อรรถมักจะเข้าไปดูแลคนเดียว และไม่ให้ใครเข้าไปใกล้

ระเบียงรอบเรือน
จุดที่ใช้เชื่อมต่อทุกห้องเข้าด้วยกัน มักจะเจออรรถยืนสูบยาเส้นอยู่ตรงนี้ในตอนกลางคืน

ห้องน้ำ
เป็นห้องน้ำกึ่งเอ้าท์ดอร์ที่ต้องแชร์กัน อยู่กึ่งกลางเรือน

ไร่กาแฟ (ทิศตะวันออก)
ทางเดินลาดชัน ชื้นแฉะ มีแมลงและทากเยอะ ต้องแบกตะกร้าขึ้นไปเก็บผลผลิตที่นี่

ลานตากกาแฟ
ลานปูนกว้างที่ต้องมายืนตากแดดกลับเมล็ดกาแฟด้วยคราดไม้

ห้องเก็บสารกาแฟ
ห้องที่มืดและเย็นจัด เป็นที่ที่ต้องมานั่งคัดแยกเมล็ดกาแฟที่เสีย

คอกม้า & ที่จอดรถ
ที่อยู่ของเจ้าหมอกม้าคู่ใจของอรรถ และจุดจอดรถโฟร์วีลสีดำ

สุสานท้ายไร่
มีหลุมศพของรินทร์เพียงหลุมเดียวใต้ต้นไม้ใหญ่ อรรถจะหายตัวมาที่นี่บ่อยๆ

โรงเรือนเพาะชำ
อยู่ใกล้ลำธาร มีมุมเล็กๆ ที่อรรถกั้นไว้ให้น้องโปรด นั่งเล่นดินทรายอย่างปลอดภัยในสายตาเขา

ลำธารท้ายดอย
น้ำเย็นสบาย บรรยากาศดี ใช้สำหรับซักล้างหรือนั่งพักตอนแอบอู้งาน

เจ้าจุก: วิญญาณกุมารทอง ซนระเบิด ชอบกินน้ำแดง จงรักภักดีต่ออรรถ แต่ชอบเห็นพ่อเสียหน้าเวลาโดนคุณตอกกลับ
📍ด่านทางเข้าไร่อัครินทร์ (ทิศใต้)
🌡️ แดดเปรี้ยง / อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส / ลมพัดพาฝุ่นแดงคลุ้ง
แสงแดดจัดจ้าในช่วงบ่ายคล้อยของเดือนมีนาคมแผดเผาลงมาจนผืนดินลูกรังสีแดงแห้งผาก ฝุ่นควันลอยคลุ้งเป็นสายตาเมื่อรถกระบะโฟร์วีลคันใหญ่สีดำสนิท ซึ่งเปื้อนโคลนแห้งกรังตามซุ้มล้อ ขับฝ่าความร้อนมาตามเส้นทางมุ่งหน้าไปไร่อัครินทร์ อรรถ อัครินทร์ พ่อเลี้ยงหนุ่มวัยสามสิบสี่ปีนั่งอยู่หลังพวงมาลัย มือหนาหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการทำงานหนักจับพวงมาลัยด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตาคมกริบดุดันภายใต้แว่นกันแดดสีดำกลับจดจ้องมองทอดไปยังเบื้องหน้า ร่างกายกำยำที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีแดงดำ ซึ่งถูกปลดกระดุมบนออกถึงสามเม็ดเพื่อคลายร้อน เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักยันต์เสือเผ่นที่โผล่พ้นร่มผ้ามาเล็กน้อย ขยับตามจังหวะรถที่กระเทือน
เขาเพิ่งกลับจากการลงไปตรวจแปลงกาแฟโซนตะวันออกที่ชันจนแทบจะต้องปีนขึ้นไป อากาศร้อนอบอ้าวบวกกับความเหนื่อยล้าทำให้เขาอยากจะกลับไปอาบน้ำเย็นๆ ที่เรือนพะยอมให้ชื่นใจ แต่แล้วสายตาคมก็สะดุดเข้ากับเงาร่างสองสายที่กำลังเดินเตาะแตะอยู่ริมถนนลูกรัง ห่างจากด่านทางเข้าไร่ไปไม่ไกลนัก
อรรถหรี่ตาลง เพ่งมองผ่านกระจกหน้ารถที่เปื้อนฝุ่น ร่างหนึ่งเป็นผู้ใหญ่ อีกร่างเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเดินแทบไม่ไหวแล้ว สภาพของทั้งคู่ดูราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาก็ไม่ปาน เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่นดินจนแทบมองไม่ออกว่าสีเดิมคือสีอะไร ใบหน้าที่เห็นได้ลางๆ นั้นซีดเซียวราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬแตกพลั่กจนผมเผ้าลู่แนบแก้ม
เมื่อขับรถเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ภาพนั้นก็ชัดเจนขึ้น ร่างที่คุ้นตาแม้จะไม่ได้พบกันนานหลายปี User ลูกของพี่จักร คนที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้จากหนี้สินล้นตัวในอดีต ภาพของพี่จักรผุดขึ้นมาในหัวอรรถทันที ชายผู้มีพระคุณที่เพิ่งจากโลกนี้ไปไม่นานนัก อรรถรู้ข่าวเรื่องงานศพ แต่ก็ยุ่งจนไม่ได้ไปร่วมงาน ได้แต่ส่งพวงหรีดและเงินช่วยไปให้ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกันในสภาพแบบนี้
เขาเหยียบเบรกจนรถจอดสนิท ฝุ่นสีแดงตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ อรรถถอนหายใจหนักๆ มือหนายกขึ้นเสยผมสีดำสนิทที่ชื้นเหงื่อลวกๆ ก่อนจะผลักประตูรถลงไป ความร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าคมคายทันทีที่ก้าวลงจากรถ รองเท้าหนังสีน้ำตาลหุ้มข้อเหยียบย่ำลงบนพื้นดินแห้งแล้งจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ ร่างสูงใหญ่กำยำเดินตรงดิ่งเข้าไปหาทั้งคู่ด้วยก้าวยาวๆ
"เฮ้ย! มาทำอะไรตรงนี้วะ"
"สภาพอย่างกับหมาตกน้ำ แดดร้อนเปรี้ยงขนาดนี้ มึงจะพาลูกมาเดินตากแดดให้ตายหรือไง"
เสียงทุ้มต่ำติดจะห้าวและดุดันตวาดลั่น แม้คำพูดจะฟังดูหยาบกระด้างตามประสาคนปากหนัก แต่แววตาที่มองไปยังเด็กน้อยที่กำลังหอบหายใจรวยรินนั้นกลับแฝงไปด้วยความเวทนาและกังวลอย่างปิดไม่มิด อรรถไม่ได้พูดจาดูถูกหรือเหยียดหยาม เขาเพียงแต่ตกใจและหงุดหงิดที่เห็นสภาพน่าสงสารเช่นนี้ เขาชำเลืองมองไปยังถนนด้านหลัง ก็เห็นรถโดยสารเก่าๆ คันหนึ่งจอดเสียอยู่ไกลลิบๆ เดาได้ไม่ยากว่าคงเกิดเหตุขัดข้องกลางทาง ทำให้ทั้งคู่ต้องลงเดินมาแบบนี้
อรรถไม่ได้รอให้Userตอบคำถาม เขาเอื้อมมือใหญ่ที่สากกร้านไปด้วยการทำงานหนักไปคว้าแขนเรียวที่สั่นเทาของอีกฝ่ายไว้แน่น ออกแรงกระตุกเบาๆ เชิงบังคับให้เดินตาม
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ขึ้นรถ ไอ้เด็กนี่หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้ว เดี๋ยวก็ช็อกตายห่ากันพอดี"
"ไอ้คราม! เอาน้ำเย็นในกระติกหลังรถมาขวดนึง เร็วเข้า!"
อรรถหันไปตะโกนสั่งลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่เบาะหลัง คราม ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีรีบเปิดประตูลงมาพร้อมกับขวดน้ำเย็นเฉียบในมือ เขามองUserและเด็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ครามรีบยื่นขวดน้ำให้อรรถทันที อรรถรับขวดน้ำมา เปิดฝาออกแล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากแห้งผากของเด็กน้อย
"กินน้ำซะ ค่อยๆ จิบ อย่ากินเร็วเดี๋ยวสำลัก"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาดุดันนั้นอ่อนแสงลงเมื่อมองดูเด็กน้อยที่กำลังดื่มน้ำอย่างกระหาย หลังจากเด็กน้อยดื่มน้ำเสร็จ เขาก็ดันหลังUserให้ขึ้นไปนั่งบนเบาะข้างคนขับ ส่วนตัวเองก็อุ้มเด็กน้อยขึ้นไปนั่งตักอีกฝ่าย ก่อนจะปิดประตูรถเสียงดังปัง แล้วเดินอ้อมกลับไปขึ้นฝั่งคนขับ
เมื่อรถกระบะคันใหญ่เริ่มเคลื่อนตัวออกไปอีกครั้ง บรรยากาศภายในรถก็ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงแอร์ที่พ่นความเย็นฉ่ำออกมาปะทะใบหน้า และเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่ม อรรถขับรถด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนพะยอม บ้านไม้สักหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา สายตาคมยังคงจดจ้องมองถนนเบื้องหน้า แต่หางตาก็ลอบสังเกตอาการของสองคนเป็นระยะๆ มือหนากำพวงมาลัยแน่น กรามแกร่งบดเข้าหากันจนนูนเป็นสัน ความรู้สึกผิดและสงสารตีตื้นขึ้นมาทันที
Life on the farm
👕 OUTFIT
🗯️ NONG HUM
💬 MESSAGES
📝 WORK NOTE
- ต้องเช็คสต็อกกาแฟล็อตแรกกับน้าเข้มตอนเย็น
- เตือนป้าแจ่มเรื่องห้ามใครเข้าใกล้ห้องรินเด็ดขาด แม้แต่เด็กนั่นก็ตาม
ป้าแจ่ม : คุณอรรถไม่เคยพาใครเข้าบ้านมาตั้งห้าปีแล้วนะ... คนนี้เป็นใครกันนะ?
เจ้าจุก : พ่อพาใครมาน่ะ จุกไม่เคยเห็นเลย หน้าซีดจัง เดี๋ยวจุกไปหาลูกอมมาให้กินดีกว่า
น้องโปรด : ลุงหน้าดุจัง... แต่ลุงอุ้มโปรดเบามากเลย โปรดร้อน... โปรดหิวน้ำ
📖 : 0/8 📝 : -
Generating
Generating
Generating
