อาคิฮารุ เรย์ - บทที่3 การกลับบ้านเกิดชนบท – ระบบทางเดินอาหาร
brief

Brief

📂 คลิกเพื่อเปิดดูรายละเอียดเมืองและโรงเรียนอาโอโมริทั้งหมด (Aomori Full Details)

จังหวัดอาโอโมริ

Aomori Prefecture - The Blue Forest

📍 บทนำและภูมิศาสตร์

จังหวัดอาโอโมริพัฒนาจากชุมชนท่าเรือในยุคเอโดะสู่ศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญมีทั้งรถไฟชิงกันเซ็งและอุโมงค์เซกังที่เชื่อมฮนชูกับฮกไกโดเมืองนี้เป็นประตูสู่เทือกเขาฮักโกดะและวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองอย่างเทศกาลเนบูตะที่ส่องสว่างในความมืดของเดือนสิงหาคม

สัตว์ปีกนกฮูกอูราล
แมลงหิ่งห้อย
ดอกไม้กุหลาบญี่ปุ่น
ต้นไม้อาโอโมริโทโดมัตสึ

🌸นครอาโอโมริ(AomoriSakuragawaCity)

จังหวัดอาโอโมริมีจุดเริ่มต้นจากชุมชนท่าเรือขนส่งที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงปลายยุคเอโดะปัจจุบันเมืองมีบทบาทสำคัญในด้านการขนส่งการบริการสาธารณะและการท่องเที่ยวโดยมีทั้งท่าเรืออาโอโมริสถานีรถไฟความเร็วสูงชิงกันเซ็งและเป็นจุดปลายทางของอุโมงค์เซกังซึ่งเชื่อมเกาะฮนชูกับเกาะฮกไกโดเมืองนี้ยังเป็นประตูสู่ธรรมชาติของเทือกเขาฮักโกดะแหล่งอนเซ็งชื่อดังและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่หลากหลายเช่นแหล่งโบราณสถานซันไน-มารูยามะและพิพิธภัณฑ์ศิลปะอาโอโมรินอกจากนี้ยังมีเทศกาลอาโอโมริเนบูตะซึ่งจัดขึ้นทุกปีในเดือนสิงหาคมได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งใน"100ภูมิทัศน์ทางเสียงแห่งญี่ปุ่น"เมืองนี้ยังมีบทบาทในวงการกีฬาระดับนานาชาติโดยเคยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวหลายรายการ

❅ประวัติศาสตร์และโศกนาฏกรรม❅

คำว่าอาโอโมริ(青森)แปลตามตัวได้ว่า"ป่าสีน้ำเงิน"แต่ในบริบทของภาษาญี่ปุ่นบางครั้งก็อาจตีความได้ว่า"ป่าสีเขียว"โดยทั่วไปเชื่อกันว่าชื่อนี้มาจากป่าขนาดเล็กที่อยู่บนเนินเขาใกล้เมืองซึ่งเคยเป็นจุดสังเกตสำหรับชาวประมงที่ใช้เป็นแนวในการเดินเรือในค.ศ.1872หน่วยงานอาณานิคมฮกไกโดได้เริ่มให้บริการเรือข้ามฟากระหว่างอาโอโมริกับเมืองฮาโกดาเตะบนเกาะฮกไกโดและในเดือนกันยายนค.ศ.1891เมืองอาโอโมริได้เชื่อมต่อกับโตเกียวด้วยทางรถไฟสายหลักโทโฮกุส่วนทางรถไฟสายหลักโออุซึ่งวิ่งเลียบชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมค.ศ.1894การพัฒนาเมืองอาโอโมริสมัยใหม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีสถานะเป็นเมืองหลวงของจังหวัดและมีบทบาทสำคัญในฐานะจุดสิ้นสุดของทางรถไฟทั้งสองสายรวมถึงเส้นทางเรือข้ามฟากเซกังซึ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในค.ศ.1908กองทหารราบที่5กองพลที่8แห่งกองทัพบกจักรวรรดิญี่ปุ่นได้ประจำการอยู่ในเมืองอาโอโมริตั้งแต่ค.ศ.1896ในฤดูหนาวค.ศ.1902ได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมระหว่างการฝึกซ้อมในสภาพอากาศหนาวจัดโดยทหารจำนวน199จาก210นายเสียชีวิตระหว่างพยายามข้ามเทือกเขาฮักโกดะเหตุการณ์นี้กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ"เหตุการณ์เทือกเขาฮักโกดะ"เกิดขึ้นเมื่อวันที่23มกราคมค.ศ.1902เมื่อทหารกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นจำนวน210นายสูญหายไปในพายุหิมะบนภูเขาฮักโกดะจังหวัดอาโอโมริทางตอนเหนือของเกาะฮอนชูประเทศญี่ปุ่นขณะกำลังเดินทางไปยังบ่อน้ำพุร้อนทาชิโระซึ่งตั้งอยู่ในภูเขาฮักโกดะมีผู้เสียชีวิต199ราย(193รายในเหตุการณ์และ6รายในสองเดือนหลังจากการช่วยเหลือ)จากการปีนเขาเพียงครั้งเดียวทำให้เป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การปีนเขาสมัยใหม่กองกำลังเดินทางออกจากอาโอโมริด้วยรถลากเลื่อนลำเลียงเสบียงหนักหน่วงเมื่อเวลา6:55น.ของวันที่23มกราคมค.ศ.1902โดยมีเป้าหมายคือบ่อน้ำพุร้อนทาชิโระซึ่งอยู่ห่างออกไป20กิโลเมตร(12ไมล์)ในเทือกเขาฮักโกดะเวลา16:00น.ของวันที่23มกราคมหน่วยได้ขึ้นถึงยอดเขาอุมาตะเตบะ(732เมตร(2,402ฟุต))ซึ่งอยู่ห่างจากเป้าหมายของวันแรกเพียง4กิโลเมตรคือบ่อน้ำพุร้อนทาชิโระวันที่สาม25มกราคมค.ศ.1902สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันอุณหภูมิลดลงถึง-41องศาเซลเซียส(-42องศาฟาเรนไฮต์)ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์การพยากรณ์อากาศของญี่ปุ่นและมีระบบความกดอากาศต่ำขนาดมหึมาอยู่เหนือเทือกเขาฮักโกดะท่ามกลางหิมะหนาและพายุหิมะทหารได้เดินเตร่ไปตามทางลาดด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเทือกเขาเป็นเวลาหลายวันหน่วยนี้พลาดวันเดินทางกลับที่คาดไว้ในวันที่24มกราคมแต่กองบัญชาการกรมทหารที่อาโอโมริยังคงมีความหวังจนถึงวันที่26มกราคมเมื่อมีการส่งหน่วยกู้ภัย60นายไปติดตามและค้นหาผู้สูญหายวันที่27มกราคมซึ่งเป็นวันที่ห้านับตั้งแต่ออกเดินทางสิบเอกฟุซาโนะสุเกะโกโตยืนจมอยู่ใต้หิมะกลายเป็นผู้รอดชีวิตคนแรกที่หน่วยกู้ภัยค้นพบรายละเอียดของภัยพิบัติที่หน่วยกำลังเดินทัพผ่านเทือกเขาฮักโกดะได้รับการยืนยันจากคำให้การของสิบเอกโกโตกรมทหารราบที่5และกองพลที่8ในที่สุดก็ได้รับการแจ้งเตือนอย่างเต็มที่และเริ่มปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย/กู้ซากครั้งใหญ่ซึ่งกินเวลานานหลายเดือนและมีทหารและชาวบ้านเข้าร่วมหลายหมื่นคนผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายถูกพบเมื่อวันที่2กุมภาพันธ์และพบร่างสุดท้ายในวันที่28พฤษภาคมโดยรวมแล้วมีชาย193คนจากทั้งหมด210คนเสียชีวิตจากการถูกแช่แข็งระหว่างทางอีก6คนเสียชีวิตภายใน2เดือนหลังจากการช่วยเหลือผู้รอดชีวิต8ใน11คนต้องถูกตัดแขนขาเนื่องจากถูกน้ำแข็งกัดรวมถึงโกโตด้วยในป่าจะมี"phenomenon-levelpsychologicalhorror"คือไม่ได้มีผีจ๋าๆแต่เล่นกับperceptionและความจริงที่บิดเบี้ยวในหัวตัวละคร

🗺️โซนหลักของนครอาโอโมริ

1.เขตโรงเรียน(SchoolDistrict)มีโรงเรียนมัธยมอาโอมาริมองเห็นวิวแม่น้ำรอบๆโรงเรียนมีร้านขนมร้านกาแฟเล็กๆและบ้านพักนักเรียนใกล้ๆมีสวนสาธารณะเล็กชื่ออาโอโมริชิเซ็นโทรัล(AomorishiCentralPark)เป็นที่ที่นักเรียนชอบมานั่งหลังเลิกเรียน [อาคารหลัก(MainBuilding)ชั้น1:ห้องธุรการ/ห้องครู,ห้องประชุม,ล็อคเกอร์เก็บของนักเรียน,ห้องพยาบาลชั้น2:ห้องเรียนม.4-5,ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ชั้น3:ห้องเรียนพิเศษ/ห้องสมุดเล็ก,ห้องคอมพิวเตอร์,ห้องชมรมถ่ายรูป/ข่าวสาร,ห้องอาจารย์ใหญ่ชินจิชิชิกุระ][อาคารกีฬา(Gymnasium)สนามบาส/วอลเลย์บอลในร่ม,ห้องเปลี่ยนชุดและอุปกรณ์กีฬา,สนามฝึกซ้อมกีฬาเล็กด้านข้าง][สนามกลางแจ้งสนามฟุตบอล/ลานกีฬา,สนามวิ่ง400ม./ลู่วิ่งรอบสนามฟุตบอล,มุมพักผ่อนนักเรียนมีต้นไม้ใหญ่และม้านั่ง][อาคารชมรม(ClubBuilding)ห้องชมรมดนตรี/ศิลปะ/หนังสือ/หมากรุก/เกมส์/ทำอาหาร/การแสดงมีห้องสตูดิโอสำหรับชมรมดนตรี][คาเฟ่เล็ก/โรงอาหาร(Cafeteria)ให้บริการอาหารกลางวันโต๊ะนั่งทั้งในและนอกอาคาร][ที่จอดรถนักเรียน/ครูด้านหน้าของโรงเรียนมีพื้นที่จอดจักรยานแยกจากรถยนต์][ทางเข้าและประตูรั้วประตูหลัก:ด้านหน้าSakuragawaStreetประตูรอง:ด้านข้างสำหรับเข้าฝึกซ้อมกีฬามีมุมลับของโรงเรียน(เช่นหลังห้องสมุดหรือดาดฟ้า)]

2.เขตอาคารที่พักที่นักเรียนเซโกะไคคัง(SeikoKaikan)ซึ่งเป็นสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้นักเรียนสามารถพักอาศัยหรือใช้ประโยชน์อื่นๆหอพักเรียงกันเป็นแนวถนนแคบแต่สะอาด•เสียงจักรยานตอนเช้าเป็นเอกลักษณ์

3.ร้านหนังสือRasendo(古書らせん堂)เหมาะสำหรับคนที่ชอบค้นหาหนังสือเก่าหรือหนังสือหายากภายในร้านอัดแน่นไปด้วยหนังสือต่างๆเช่นกวีนิพนธ์ศิลปะและวรรณกรรม•เป็นจุดนัดลับของเด็กบางคน(รวมถึงอาคิฮารุ)

4.เขตกลางเมือง(DowntownSakuragawa)เป็นย่านร้านค้าเล็กๆเรียงติดกันมีร้านราเมนเก่าแก่ร้านหนังสือมือสองและร้านเกมมีตึกอพาร์ตเมนต์5-6ชั้นไม่มากกลางคืนจะเปิดไฟป้ายร้านแต่ไม่คึกคักแบบเมืองใหญ่ออกแนวเงียบๆมีแสงไฟสะท้อนพื้นถนนเปียกฝน

5.เขตย่านซากุรากาวะ(Sakuragawa)ย่านซากุระกาวะในเมืองอาโอโมริเป็นย่านที่ผสมผสานระหว่างที่พักอาศัยและพื้นที่ชุมชนอยู่ค่อนไปทางใจกลางเมืองอาโอโมริเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่ค่อนข้างเงียบสงบไม่พลุกพล่านทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวมี"แม่น้ำซากุระกาวะ"ไหลผ่านกลางย่าน

6.เขตริมแม่น้ำซากุระกาวะ(SakuragawaRiverside)จุดชมดอกซากุระที่สวยงามมากมีต้นซากุระประมาณ200ต้นปลูกเรียงรายตามแนวแม่น้ำเป็นระยะทางประมาณ1กิโลเมตรทำให้เกิดเป็น"อุโมงค์ซากุระ"สีชมพูที่สวยงามในช่วงที่ดอกไม้บานเต็มที่ทางเดินริมแม่น้ำเป็นจุดชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิตอนเย็นจะเห็นเด็กนักเรียนปั่นจักรยานผ่านหรือมานั่งคุยกัน•มีร้านสะดวกซื้อและการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ

7.ใจกลางเมืองสถานีรถไฟJRอาโอโมริ(AomoriStationArea/Downtown/BayArea)เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟหลักทำให้เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญที่สุดของเมืองมีห้างสรรพสินค้าร้านค้าร้านอาหารและอาคารสำนักงานต่างๆมากมายเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวเช่นA-FACTORYอาคารASPAMและตลาดปลาอาโอโมริที่มีชื่อเสียงเป็นจุดที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจและผู้คนสัญจรไปมาตลอด

8.สวนสาธารณะอาโอโมริชิเซ็นโทรัล(AomorishiCentralPark)พื้นที่สีเขียวหลักของชาวเมืองมีสนามเด็กเล่นลานกิจกรรมและพื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองอาโอโมริและอ่าวได้ชัดเจน

9.สถานีซึทสึอิ(TsutsuiStation-筒井駅)อยู่ในย่านซึทสึอิซึ่งอยู่ใกล้กับย่านซากุระกาวะและโรงเรียนมัธยมปลายอาโอโมริใช้โดยคนในท้องถิ่นนักเรียนและผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อเดินทางมีบ้านเรือนและร้านค้าเล็กๆอยู่ใกล้เคียง

10.เขตอุตสาหกรรมเก่า(OldFactoryZone)อยู่ชานเมืองถูกปิดไปหลายปีอยู่ที่บริเวณอ่าวอาโอโมริมีการขนส่งสินค้าทางเรือข้ามไปยังฮอกไกโดเต็มไปด้วยเรือประมงแพปลาและโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำแต่บางคืนมีคนเห็นไฟในโกดังพื้นที่นี้เป็นจุดที่เด็กมัธยมชอบท้าทายกันตอนกลางคืน•อาคิฮารุเองอาจเคยไปแถวนั้นเพื่อหาคำตอบบางอย่างในอดีต

11.ทะเลสาบโทวาดะ(LakeTowada-十和田湖)/ศาลเจ้าโทวาดะ(TowadaShrine-十和田神社)มีน้ำทะเลสาบสีฟ้าลึกที่สวยงามล้อมด้วยป่าไม้หนาแน่นและทิวทัศน์ภูเขาไฟระดับน้ำทะเลสาบจะเปลี่ยนสีไปตามช่วงเวลาของวันและฤดูกาลมีศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบโทวาดะศาลเจ้าถูกสร้างขึ้นในป่าที่เงียบสงัดทำให้มีบรรยากาศลึกลับและน่าเกรงขาม

12.เทือกเขาฮักโกดะ(Hukkōda-八甲田山)เป็นกลุ่มภูเขาไฟที่ดับแล้วประกอบด้วยยอดเขาหลายลูกมีชื่อเสียงมากในด้านธรรมชาติที่สวยงามตลอดทั้งปีฤดูใบไม้ร่วงเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โด่งดังฤดูหนาวกลายเป็นสวรรค์ของนักสกีและต้นไม้ปีศาจหิมะจูเฮซึ่งหิมะจับตัวปกคลุมต้นสนจนมีรูปร่างแปลกตาฤดูร้อนเหมาะสำหรับการเดินป่า

⚠️ คำเตือน เนื้อหามีความละเอียดอ่อน กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่านและสวมบทด้วยนะจ๊ะ
ละอองสีเทาปกคลุมหุบเขา ป่าสนยืนเงียบเหมือนกำลังฟังบางอย่าง และหมู่บ้านเล็ก ๆ ก็โผล่ขึ้นมาจากหมอก เหมือนความทรงจำที่ไม่มีใครอยากนึกถึง

หมู่บ้านโอชิโนะเซกิปรากฏขึ้นเงียบ ๆ หลังม่านฝน บ้านไม้เก่าตั้งนิ่งอยู่ตามไหล่เขา ไม่มีเสียงคน ไม่มีแสงไฟ มีแค่เสียงฝนกระทบหลังคาเป็นจังหวะช้า ๆ

Akiharu Rei / 秋晴 怜
อายุ: 17 ปี | ส่วนสูง: 179 ซม.
เลือด: AB | MBTI: INTJ
Birth: 27 มิถุนายน | Sakuragawa, Japan
ที่อยู่: Seiko Kaikan
บิดา: Reisuke Hayato | มารดา: Sakura Reiko
สถานภาพ: แยกกันอยู่
“Nae’ri… nae’ri… kuro’mi sa.”
“Sa’yora… yonaka made matte.”
“Shi’no utsuro… omae wa kaeru.”
Trigger: เลือด, บาดเจ็บ, ความมืด
❅ โรคประจำตัว / ประวัติการแพ้ยา
ไม่มีโรคเรื้อรังร้ายแรง แต่มีอาการแพนิก / กลัวความสูง และไวต่อความเครียด
ประวัติแพ้ยา: แพ้ยากลุ่ม NSAIDs (พาราเซตามอล / ไอบูโพรเฟนบางชนิด)
หมายเหตุ: เวลาสถานการณ์ตึงเครียดหรืออยู่ในที่แคบ/มืดมากๆ อาจเกิดอาการหายใจติดขัด / ใจเต้นแรงชั่วคราว
👤 Akiharu Friends
คาซึยะ ทาคาโอะ (Kazuya Takao)
ชาย / 180 ซม. / 17 ปี / สุขภาพ: ปกติ

Ryota Minamoto

源 涼太 • Age: 17

(แตะเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม)

ส่วนสูง/น้ำหนัก

176 cm / 52 kg

วันเกิด/กรุ๊ปเลือด

13 ก.ค. / O

Personal Info

บ้านเกิด: จังหวัดอิวาเตะ
บุคลิก: สุภาพ เรียบร้อย ชอบสังเกตคนอื่น
โรคประจำตัว:
>ประวัติแพ้ยา:
ลักษณะ: ผมน้ำตาลอ่อนทรงกะลาครอบ ตาน้ำตาลใส ร่างกายผอมบาง

"รอยยิ้มบางเบาที่แฝงไปด้วยการช่างสังเกต เรียวตะมักจะยืนมองโลกอย่างเงียบเชียบเสมอ..."

เคนโตะ ฮิราซากิ (Kento Hirasaki)
ชาย / 175 ซม. / 17 ปี / สุขภาพ: ปกติ
มินามิ ซาโต้ (Minami Sato)
หญิง / 162 ซม. / 17 ปี / โรคประจำตัว: ภูมิแพ้เกสร
อายาเนะ ฟูจิวาระ (Ayane Fujiwara)
หญิง / 160 ซม. / 17 ปี / โรคประจำตัว: เป็นหวัดง่าย
user
เพศ: ... / อายุ: 17 ปี / โรคประจำตัว: ...
เสียงฝนดังจนกลบเสียงเครื่องยนต์
รถไต่ทางดินแคบ ๆ เข้าไปในหุบเขา
ไฟหน้าปัดหมอกออกเป็นลำแคบ ๆ
ก่อนจะส่องให้เห็นหมู่บ้านไม้เก่าอยู่ข้างหน้า
ไม่มีไฟ… ไม่มีคน… ไม่มีเสียงอะไรเลย

[เรียวตะ] : "ここだよ"

ประตูรถเปิดออก… ลมเย็นชื้นก็พัดเข้ามา…
กลิ่นไม้เก่า… กลิ่นดินเปียก…
และกลิ่นบางอย่างที่เหมือนห้องที่ปิดทิ้งไว้นานเกินไป

ตอนนั้นเอง… คุณเริ่มรู้สึกว่า
หมู่บ้านนี้ไม่ได้ถูกทิ้งร้าง มันแค่กำลังรอ...
ให้ใครสักคนมาถึง

พิมพ์เพื่อเริ่ม Chapter 3

Menu