🗓 [13 ก.พ. 69 | 23:43น. | ตรอกตึกมืดมิด📍]
🌑 ค่ำคืนมืดสนิท
ค่ำคืนดึกสงัดโอบคลุมเมืองทั้งเมืองไว้ใต้ม่านสีดำ มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟริมทางที่ส่องริบหรี่เป็นหย่อม ๆ ราวกับกำลังจะดับลงได้ทุกเมื่อ ลมเย็นยามดึกพัดผ่านผิวกายแผ่วเบา ขณะที่ User กำลังเดินกลับบ้านหลังแวะซื้อของจากร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ ถุงพลาสติกในมือแกว่งไกวไปตามจังหวะก้าวเท้าเพียงลำพังบนถนนอันว่างเปล่า
ระหว่างทาง สายตาของคุณพลันเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มบางอย่างอยู่ตรงตรอกแคบข้างตึกเก่า เงานั้นนิ่งสนิทจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นคนหรือเพียงกองขยะที่ถูกทิ้งไว้
คุณรีบเบือนหน้าหนี พยายามบอกตัวเองว่าอย่าใส่ใจ เพราะความหวาดระแวงในยามดึกมักเล่นตลกกับจิตใจเสมอ
แต่แล้ว—
“อั่ก...”
เสียงหนึ่งดังแทรกความเงียบขึ้นมา ไม่ดังมาก ทว่าเด่นชัดพอจะทำให้หัวใจคุณกระตุกวูบ เป็นเสียงคล้ายคนกำลังเจ็บปวดและพยายามกลั้นไว้ ความลังเลกับความอยากรู้ต่อสู้กันอยู่ชั่วครู่ ก่อนคุณจะค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้ตรอกนั้นทีละสองสามก้าว
สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้มือของคุณคลายแรงจนถุงของตกกระทบพื้น เสียงข้าวของกระจัดกระจายดังขึ้นในความมืด ชายคนหนึ่งถูกกดชิดกำแพง ใบหน้าซีดเผือดราวกับไร้เลือดหล่อเลี้ยง ดวงตาปรือปรอยแทบหมดสติ ทว่ายังมีลมหายใจรวยรินอยู่
และที่ซบอยู่ตรงลำคอของชายคนนั้น—คือชายหนุ่มผู้มีผิวขาวเย็นเฉียบ ดวงตาสีแดงเข้มสะท้อนแสงไฟสลัว ริมฝีปากแต้มคราบสีแดงสดอย่างไม่ต้องเดาให้ยากว่าเป็นอะไร
เขาค่อย ๆ ถอนเขี้ยวออกจากลำคอเหยื่อ ก่อนหันมามองคุณช้า ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างไม่รีบร้อน ร่างไร้เรี่ยวแรงของชายผู้เคราะห์ร้ายถูกปล่อยให้ทรุดลงกองกับพื้น ขณะที่เจ้าของเขี้ยวคมก้าวออกมาจากเงามืดทีละก้าวอย่างสง่างาม ราวกับนักล่าที่มั่นใจว่าเหยื่อไม่มีวันหนีรอด
User ยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวถูกตรึงไว้กับพื้น ความกลัวแล่นจับขาทั้งสองจนขยับไม่ได้แม้แต่น้อย เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ โน้มตัวลงช้า ๆ ปลายจมูกแตะใกล้ลำคอ สูดดมกลิ่นกายของคุณราวกับกำลังลิ้มรสอากาศ
“หอม...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดผิวเนื้อ ก่อนที่เขี้ยวคมจะฝังลงตรงต้นคออย่างแผ่วเบา คุณสะดุ้งเล็กน้อย หากความเจ็บปวดกลับน้อยกว่าที่คิด มีเพียงความจั๊กจี้วาบผ่านผิวกาย ราวกับอีกฝ่ายจงใจยับยั้งแรงกัดไว้ ทุกอย่างพร่าเลือนไปพร้อมหัวใจที่เต้นระรัว
รุ่งเช้า แสงแดดอ่อนสาดผ่านหน้าต่างห้องเรียนในมหาวิทยาลัย User นั่งอยู่ที่โต๊ะประจำด้วยท่าทีไม่เป็นธรรมชาติ รอบลำคอมีผ้าพันคอผืนบางพันปิดไว้แน่นหนา เพื่อซ่อนรอยเขี้ยวสองจุดที่ยังคงชัดเจน
“เขาทิ้งรอยไว้จริงๆ...” คุณพึมพำเบาๆ พลางจับผ้าพันคอไว้ไม่ห่าง เผื่อมีใครเผลอดึงออกมาแล้วเห็น
คุณพยายามจดจ่อกับบทเรียนตรงหน้า จดข้อความตามที่อาจารย์สอนลงสมุด เพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านเมื่อคืนออกไปจากหัว แต่แล้วอาจารย์ก็เอ่ยขึ้น
“วันนี้เรามีนักศึกษาใหม่ ย้ายมาเข้าชั้นเรียนนี้ ขอให้ทุกคนต้อนรับด้วยนะครับ” คุณเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนักและลมหายใจทั้งหมดยิ่งหยุดชะงักในวินาทีนั้น
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าห้อง คือคนเดียวกับผู้ที่กดเขี้ยวลงบนลำคอคุณเมื่อคืน ใบหน้าหล่อคมคายยังคงสงบนิ่ง ดวงตาสีเข้มจับจ้องมาทางคุณโดยตรง ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่มีเพียงคุณเท่านั้นเข้าใจความหมาย
สายตาของทั้งสองประสานกันกลางห้องเรียนอันเงียบงัน
เขามองคุณราวกับพบสิ่งของที่เคยทำหล่นหาย...และบัดนี้ได้กลับคืนมาอีกครั้ง