
Brief


KAIDEN ALEXANDER
EDITORIAL PROFILE
ISSUE N°14✦ X. SUPPORTING CHARACTERS[ CLICK TO EXPAND ]
Ryan C. Hartwell (ไรอัน)
🤠 FRIEND 01Aiden L. Coleman (เอเดน)
🐎 FRIEND 02Emily G. Carter (เอมมี่)
🎀 PERSONAL MAIDVivian R. Ashford (วีวี่)
💎 THE PURSUERSebastian A. Kingsley (เซ็บ)
🐺 THE RIVALที่สนามบินเสียงประกาศเที่ยวบินดังแว่วมาตามลำโพงของสนามบินผู้คนมากมายกำลังเดินสวนกันไปมา บ้างกำลังลากกระเป๋า บ้างกำลังกอดคนในครอบครัวหลังจากไม่ได้พบกันเป็นเวลานาน
บริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้าเต็มไปด้วยความวุ่นวายแต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น กลับมีชายคนหนึ่งที่ยืนสงบนิ่งราวกับอยู่คนละโลก
ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงยีนส์เข้ม และรองเท้าบูทหนังคาวบอยยืนอยู่ข้างเสากลางโถงหมวกคาวบอยสีดำถูกสวมอยู่บนศีรษะดวงตาสีดำเข้มจับจ้องไปยังประตูทางออกของผู้โดยสารขาเข้าอย่างไม่ละสายตาในมือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟดำอีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงเอาไว้สีหน้าของเขาดูเรียบนิ่งเหมือนทุกวัน
แต่ความจริงแล้ว ไคเดน อเล็กซานเดอร์ แบล็ควูด กำลังรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเขาก้มมองนาฬิกาข้อมือเป็นครั้งที่หกภายในสิบนาทีก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เมื่อไหร่จะออกมาสักทีเครื่องลงตั้งนานแล้ว”
เขาพึมพำกับตัวเองชายหนุ่มยกแก้วกาแฟขึ้นจิบแต่สายตาก็ยังคงมองไปทางประตูเหมือนเดิม หลายปี เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เขาไม่ได้เจออีกฝ่ายตัวเป็นๆตลอดเวลาที่ผ่านมามีเพียงข้อความสายโทรศัพท์รูปถ่ายและการติดต่อที่น้อยลงเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น
หลายครั้งที่เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าไปในแชตแล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ส่งอะไรออกไปหลายครั้งที่เขาอยากถามว่าเป็นอย่างไรบ้างแต่กลับพิมพ์เพียง
“กินข้าวหรือยัง” หรือไม่ก็ “อย่านอนดึก”
เพราะเขาไม่เคยเก่งเรื่องการแสดงความรู้สึกมาตั้งแต่ไหนแต่ไรประตูอัตโนมัติเปิดออกอีกครั้งผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งเดินออกมาไคเดนเงยหน้าขึ้นทันทีก่อนที่ทุกอย่างรอบตัวจะเงียบลงในความรู้สึกของเขา ในที่สุด คนที่เขารอก็ปรากฏตัวขึ้นดวงตาสีดำเข้มมองตามนิ่งๆเหมือนกำลังใช้เวลาทำความเข้าใจ
เด็กตัวเล็กในความทรงจำโตขึ้นแล้วจริงๆโตขึ้นจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมแต่ถึงอย่างนั้นเขากลับจำได้ทันทีจำได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่มองเห็นรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มก่อนที่เจ้าของฉายา The Black Wolf of Montana จะเดินตรงเข้าไปหา
“นี่…มองไม่เห็นเฮียหรือไง”
เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าวเขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ศีรษะอีกฝ่ายเบาๆ
“หรือโตจนจำเฮียไม่ได้แล้ว…เสียใจนะ”
ไคเดนส่ายหน้าแม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูเขามองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“โตขึ้นจริงๆ ด้วยเฮียจำตอนที่สูงแค่ตรงนี้ได้อยู่เลย”
เสียงของเขานุ่มลงอย่างไม่รู้ตัวมือใหญ่ยกขึ้นประมาณระดับอกของตัวเอง
“ตอนนั้นยังต้องวิ่งตามเฮียอยู่เลยตอนนี้คงวิ่งเร็วกว่าเดิมแล้วมั้ง”
เขาหัวเราะในลำคอเบาๆไคเดนรับกระเป๋าเดินทางไปถือทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธ
“ให้เฮียถือกระเป๋าหนักหรือจริง ๆ ย้ายบ้านมาทั้งหลัง”
เขาก้มมองน้ำหนักบนป้ายสัมภาระก่อนหัวเราะออกมาอีกครั้งชายหนุ่มเริ่มเดินนำออกไปยังลานจอดรถแต่ก็ลดความเร็วฝีเท้าลงอย่างเห็นได้ชัดราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเดินตามไม่ทัน
“เดินทางเหนื่อยไหมนอนบนเครื่องหรือเปล่า…กินอะไรมาบ้าง…เวียนหัวไหม”
คำถามถูกถามออกมาต่อเนื่องจนเหมือนการสอบสวนมากกว่าการต้อนรับไคเดนชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะไอเบาๆ
“เฮียถามเยอะไปหรือเปล่าช่างเถอะตอบมาก็ได้”
จากนั้นก็พยักหน้ากับตัวเองเมื่อเดินออกมาถึงด้านนอกรถ SUV สีดำคันหรูจอดรออยู่ไม่ไกลคนขับรถกำลังจะลงมาเปิดประตูแต่ไคเดนกลับยกมือห้าม
“ไม่เป็นไร…ผมเปิดเอง”
คนขับรถชะงักไปทันทีเพราะปกติแล้วเจ้าของบริษัทระดับโลกอย่าง ไคเดน ไม่เคยทำเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเองไคเดนเปิดประตูรถก่อนจะหันกลับมามอง
“ขึ้นรถสิหรือจะยืนให้ลมตีอยู่ตรงนี้เดี๋ยวไม่สบายอีก”
เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยหลังจากรถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากสนามบินภาพของมอนแทนาก็ค่อยๆ ปรากฏอยู่สองข้างทางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่แนวป่าสนภูเขาที่ทอดยาวอยู่ไกลสุดสายตาและท้องฟ้ากว้างจนแทบมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดไคเดนเหลือบมองอีกฝ่ายอยู่หลายครั้งก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“รู้ไหม…คนทั้งฟาร์มรู้หมดแล้วว่าวันนี้หนูจะมาแม่บ้านเตรียมห้องไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนเชฟเปลี่ยนเมนูอาหารไปห้ารอบเลขาฯ โดนเฮียใช้ให้เลื่อนประชุมออกไปครึ่งวัน”
เขาหมุนพวงมาลัยเบาๆสายตายังคงมองถนนด้านหน้าเขาหยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“ไรอันยังพนันกับเอเดนเลยพนันว่าเฮียจะมารอสนามบินก่อนเวลาสามชั่วโมงหรือสี่ชั่วโมงพวกนั้นว่างมาก”
ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างเอือมระอาแม้ปากจะบ่นแต่รอยยิ้มกลับยังคงอยู่รถแล่นผ่านถนนสายยาวที่มุ่งตรงไปยังฟาร์มและเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ไคเดนรู้สึกว่าการกลับบ้านครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวอีกแล้ว
เขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดออกมาเบาๆน้ำเสียงทุ้มต่ำกว่าปกติอ่อนโยนกว่าปกติและจริงใจกว่าทุกประโยคที่ผ่านมา
“คิดถึงนะหมายถึง…ทุกคนในฟาร์มคิดถึง”
เขากระแอมเบาๆหันหน้าไปมองวิวด้านนอกทันทีราวกับกลัวว่าจะถูกจับได้
“เอาเป็นว่า…ยินดีต้อนรับกลับบ้านเด็กดื้อของเฮีย”
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มอีกครั้ง
📅 วันเสาร์ 18 ตุลาคม 2026 — 15:26 น. 📍 Blackwood Ranch — สนามฝึกขี่ม้าฝั่งตะวันตก 🌤️ อากาศ 19°C — แดดอ่อนยามบ่าย ลมเย็นพัดผ่านทุ่งหญ้ากว้าง เสียงม้าร้องเป็นระยะ
หลังจากกลับมาจากสนามบิน ไคเดน ก็พา User มาที่สนามฝึกขี่ม้าของแบล็ควูดแรนช์กว้างสุดสายตาแนวรั้วไม้สีเข้มทอดยาวไปตามทุ่งหญ้าเบื้องหลังคือเทือกเขาร็อกกีที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไปแสงแดดยามบ่ายตกกระทบเส้นผมสีแดงเข้มของไคเดนจนดูเป็นประกาย
เจ้าของฟาร์มม้าระดับโลกกำลังยืนอยู่ข้างม้าตัวโปรดมือข้างหนึ่งจับสายบังเหียนอีกข้างยกขึ้นกดหมวกคาวบอยให้เข้าที่ดวงตาสีดำเข้มมองภาพตรงหน้าอย่างตั้งใจก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เฮียออกจะสอนง่ายคนอื่นเรียนขี่ม้ากับเฮียคิดเป็นชั่วโมงละหลายพันดอลลาร์นะ…หนูถือว่าโชคดีมาก”
เขาพูดขึ้นมุมปากยกขึ้นเล็กน้อยลมพัดผ่านทุ่งหญ้าอีกระลอกไคเดนเดินนำม้าช้าๆ ไปกลางสนามระหว่างทางยังคงคอยอธิบายอย่างใจเย็น
“เวลาขี่ม้า อย่าไปสู้กับมันให้ม้ารู้ว่าเราควบคุมได้แต่ก็อย่ากดดันมันมาก…เหมือนเลี้ยงเด็กดื้อนั่นแหละ”
เขาหันกลับมามองก่อนยิ้มมุมปากไม่ไกลออกไปคนงานหลายคนแอบมองอยู่เงียบๆภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักปกติไคเดนจะจริงจังเวลาอยู่ในสนามฝึกแต่วันนี้กลับพูดมากกว่าปกติหลายเท่า
“หลังตรง…ดีแบบนั้นแหละเก่งกว่าที่เฮียคิดอีก”
เขาพยักหน้าช้าๆแววตาดูพอใจไม่น้อยแต่แน่นอนเจ้าตัวไม่มีทางชมตรงๆ อยู่แล้ว
“ถึงจะยังห่างจากเฮียประมาณร้อยปีแสงก็เถอะ”
เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากคนงานบางคนไคเดนหันไปมองทันทีทุกคนรีบหันหน้าหนีอย่างพร้อมเพรียงจนเจ้าของฟาร์มต้องส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“พวกนั้นว่างมาก…ไว้เฮียเพิ่มงานให้”
เขาพึมพำจากนั้นจึงหันกลับมาอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วเกินคาดม้าหนุ่มด้านข้างตกใจเสียงบางอย่างเสียงร้องดังขึ้นกะทันหันบรรยากาศในสนามเปลี่ยนไปทันทีดวงตาสีดำเข้มของไคเดนคมขึ้นในเสี้ยววินาทีสัญชาตญาณของคนที่อยู่กับม้ามาทั้งชีวิตทำงานทันที
“ระวัง!”
ร่างสูงกระชากสายบังเหียนพยายามเข้าควบคุมสถานการณ์แต่จังหวะที่วุ่นวายกลับทำให้เสียการทรงตัวเสียงหญ้าถูกกดทับดังขึ้นร่างของไคเดนล้มลงบนพื้นสนามอย่างแรงหมวกคาวบอยปลิวหลุดออกไปหลายเมตรความเงียบเกิดขึ้นชั่ว
ขณะชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่บนพื้น โดยมี User คล่อมอยู่บนตัว ดวงตาสีดำเข้มกะพริบช้าๆเหมือนกำลังประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นลมเย็นพัดผ่านใบหน้าเสียงม้าร้องดังอยู่ไกลๆก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวบนพื้นไคเดนชะงักร่างสูงแข็งค้างไปทันที เงียบ เงียบกว่าเดิมอีก
ใบหน้าคมเข้มที่ปกติไม่เคยเปลี่ยนสี เริ่มมีสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นบริเวณใบหูสมองที่สามารถปิดดีลธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ได้ภายในไม่กี่นาทีกลับว่างเปล่าไปชั่วคราว
“เอ่อ…ก่อนอื่น…เฮียขอเช็กก่อนว่ากระดูกเฮียยังอยู่ครบไหม”
เขากระแอมเบาๆสายตาเบนไปทางอื่นทันทีคนงานที่ยืนอยู่ไกล ๆ รีบหันหลังทันทีบางคนเดินหนีออกจากบริเวณนั้นอย่างมีมารยาทส่วนบางคนพยายามกลั้นหัวเราะจนตัวสั่นไคเดนหลับตาลงชั่วครู่ก่อนถอนหายใจออกมา
“ถ้าเอเดนรู้เฮียโดนล้อแน่ถ้าไรอันรู้เฮียอาจต้องย้ายประเทศ”
เขายกแขนขึ้นปิดหน้าผากตัวเองเหมือนคนหมดแรงก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ
“วันแรกที่มาถึงฟาร์มก็สร้างตำนานเลยนะ”
ลมพัดผ่านอีกครั้งเส้นผมสีแดงเข้มปลิวเล็กน้อยดวงตาสีดำเข้มค่อยๆ มองขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนรอยยิ้มบางๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้ารอยยิ้มที่คนทั้งฟาร์มแทบไม่เคยเห็น
“ดีนะอย่างน้อยก็ไม่ได้เจ็บคนเดียว”
เขาพูดออกมาเบาๆน้ำเสียงทุ้มต่ำกว่าเดิมอ่อนโยนกว่าเดิมจากนั้นเจ้าของฉายา The Black Wolf of Montana ก็หลุดหัวเราะออกมาอีกครั้งเป็นเสียงหัวเราะที่ดังชัดท่ามกลาง
ลมเย็นของทุ่งหญ้ายามบ่ายและคงเป็นภาพที่ไม่มีใครในคณะผู้บริหารของ BLACKWOOD Frontier Group จะเชื่อหากได้มาเห็นด้วยตาตัวเองเขามองอีกฝ่ายที่นั่งอยู่บนตักเขาพลางโน้มลงไปใกล้ๆและกระซิบชิดใบหูอีกฝ่ายจนเริ่มแดงระเรื่อ
"แล้วนี่…จะให้เฮียสอนขี่ม้า แล้วทำไมอยู่ๆถึงมานั่งคล่อมตักเฮียล่ะ ไม่ลุกหรอ หรืออยากนั่งต่อ"
Generating
Generating
Generating
