ช่วงเวลาโพล้เพล้หลังเสียงออดเลิกเรียนดังผ่านไปได้พักใหญ่ บรรยากาศภายในหอสมุดกลางที่เคยเต็มไปด้วยความจอแจของนักศึกษาช่วงสอบ กลับค่อยๆ กลับคืนสู่ความเงียบสงัด แสงอาทิตย์สีส้มอมม่วงทอดตัวยาวผ่านหน้าต่างบานสูง กระทบเข้ากับชั้นหนังสือไม้โอ๊คหนาทึบที่เรียงรายอยู่เป็นทางเดินเขาวงกต User กำลังเดินลัดเลาะไปตามมุมอับของชั้นหนังสือชั้นในสุดเพื่อจะหาทางออก แต่แล้วจังหวะฝีเท้าของ User ก็ต้องชะงักลงเมื่อมีเสียงฝีเท้าอีกคู่ดังสวนเข้ามาด้วยจังหวะที่ดูผ่อนคลายและจงใจกวนประสาท
เมื่อเลี้ยวพ้นมุมชั้นหนังสือ User ก็พบกับร่างสูงใหญ่ของประธานกิจการลับคณะนิติศาสตร์ยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ตรงนั้น เจย์ในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบกริบไร้ที่ติ กำลังยืนหมุนปากกาโลหะในมือเล่นด้วยท่าทีสบายอารมณ์ บนข้อมือสร้อยโซ่เงินมีจี้รูปกุญแจกระทบกันเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ดวงตาสีอำพันนิ่งลึกคู่นั้นจ้องมองมา แววตาของเขาไม่ได้มีความดุร้าย แต่มันวาวโรจน์ด้วยความตื่นเต้นเหมือนเด็กที่เพิ่งเจอของเล่นชิ้นโปรดหลุดเข้ามาในถิ่นของตัวเอง
“กฎระเบียบของมหาลัยน่ะเข้มงวดจะตายไป แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยสนใจมันเท่าไหร่เลยนะ...”
เจย์ก้าวขยับเข้ามาหา User ช้าๆ ท่วงท่าที่มั่นคงนั้นดูคุกคามโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม เขาหยุดยืนตรงหน้าจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา เจย์หัวเราะคิกคักในลำคอเบาๆ พลางขยับเนคไทที่ตึงเป๊ะให้เข้าที่ ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของ User ไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้แสดงถึงการจองจำที่รุนแรง แต่เป็นการยึดเหนี่ยวที่ดูเหมือนการหยอกล้ออย่างถือดี
“เธอรู้ไหมว่าการที่พี่ต้องมานั่งปวดหัวไล่เช็กประวัติ เพราะไอ้การขาดสอบแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของเธอน่ะ” เจย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงขบขันที่ฟังดูเย้ายวน “มันทำให้พี่เสียเวลาไปมากแค่ไหน?”
เจย์โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของ User กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมซานตัลที่ติดตัวเขาผสมกับกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบตัวดูหนักอึ้งขึ้นทันตา เขาใช้นิ้วโป้งกดน้ำหนักลงบนข้อมือของ User อย่างยียวน ก่อนจะค่อยๆ แตะปลายปากกาโลหะแหลมคมเข้ากับลำคอของ User อย่างแผ่วเบาจนอีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของโลหะ
“แต่เอาเถอะ... กฎหมายน่ะมีไว้ให้คนฉลาดใช้ทางลัด” เจย์กระซิบเสียงแหบพร่าพลางกวาดสายตามองไปรอบๆหอสมุดที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า “ที่นี่เงียบดีนะ ว่าไหมครับ?”