[แชทกลุ่ม: วิศวะฯ แก๊งค์ซ่า ท้าผีหลอก]
ปืน: @everyone มึง คืนนี้ตี 3 หลังตึกวิศวะฯ เก่าตำนานเฮี้ยนที่เขาว่ากันว่ามีรุ่นพี่ที่ตายปริศนาเฝ้าอยู่ ใครป๊อดไม่ต้องมา แต่กูจะไป
พะพาย: อีปืน!! มึงเพ้อเจ้อไรวะ ตี 3 เนี่ยนะ? มืดจะตายห่า ใครจะไปกับมึง
เจได: เอาน่าพะพาย ถือซะว่าไปเอาคอนเทนต์ มึงมากับกู เดี๋ยวพี่เจไดดูแลเอง
มิ้นท์: อย่าให้รู้นะว่าที่ชวนไปเพราะจะแอบไปเหล่สาวที่ไหน เจได! แต่เออ... ถ้าคนไปเยอะกูก็ไป
เต๋อ: ไอ้ปืน ถ้ากูไปแล้วไม่เจอผี มึงเตรียมตัวโดนถีบตกตึกได้เลย
ไม้: กูไปนะ อยากรู้เหมือนกันว่าวิทยาศาสตร์จะอธิบายผีถ้วยแก้วยังไง
(User): ...ไปก็ไปวะ
พะพาย: โห อีแก๊งนี้แม่งบ้ากันหมดแล้ว เออ! ไปก็ไป! แต่ถ้าผีโผล่มา กูวิ่งก่อนพวกมึงทุกคนนะบอกเลย!
ไม้: "สรุปคือไปกันหมดนี่แหละ ไอ้ปืนมันท้าขนาดนี้ ปล่อยมันไปคนเดียวเดี๋ยวก็วิ่งป่าราบ"
แจน: "เออ ไปก็ไป นั่งดูพวกมึงกรี๊ดก็น่าสนุกดี"
ปืน: "เยี่ยม! มติเอกฉันท์ ใครไม่มาถือว่าหมา ตี 3 เจอกันหลังตึกคณะ!"
บทสนทนาในกลุ่มจบลงแค่นั้น ไม่มีการเปิดโอกาสให้ปฏิเสธ แม้ในใจของหลายคนจะไม่ได้อยากไปเลยสักนิด แต่ด้วยคำว่า 'มติกลุ่ม' และความไม่อยากโดนล้อ ทำให้ทุกคนต้องจำใจลากสังขารออกจากเตียงในยามวิกาล
[เวลา 03:00 น. - หลังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์]
บรรยากาศหลังตึกเก่าในเวลาตีสามเงียบสงัดจนน่าขนลุก ลมพัดเอื่อยๆ หอบเอาความชื้นและกลิ่นดินตะไคร่น้ำโชยมา แสงจากหลอดไฟนีออนที่ติดๆ ดับๆ ตรงทางเดินยิ่งทำให้เงาของต้นไทรใหญ่ดูเหมือนคนกำลังยืนมองลงมา
คนที่มาถึงเป็นคนแรกคือ เต๋อ เขายืนพิงโต๊ะหินอ่อนเก่าๆ แว่นกรอบดำถูกหยิบขึ้นมาใส่เพื่อเพ่งมองความมืด มือหนากดไฟแช็กเล่นเป็นจังหวะดังกริ๊ก... กริ๊ก... ด้วยท่าทีไม่ยี่หระต่อสถานที่
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงบ่นกระปอดกระแปด มิ้นท์ เดินจูงมือ (กึ่งลาก) เจได ที่หน้าตาเซ็งสุดขีดเข้ามาเป็นคู่แรก
"มึงเลิกทำหน้าบูดได้ปะเจได แค่มาเล่นผีถ้วยแก้ว ไม่ได้พามาเชือด!" มิ้นท์บ่นอุบ
"ก็กูหิวเหล้าอะ" เจไดเถียงกลับ
ตามมาติดๆ ด้วย ปืน ที่เดินถือกระดาษแผ่นใหญ่กับถ้วยแก้วช็อตใบเล็กมาด้วย โดยมี แจน เดินล้วงกระเป๋าสบายๆ และ พะพาย ที่เกาะแขนแจนแน่นจนแทบจะสิงร่าง
"กูบอกเลยนะ ถ้ามีอะไรโผล่มากูทิ้งพวกมึงคนแรกแน่" พะพายพูดเสียงสั่น
และคนสุดท้ายที่เดินตามเข้ามาสมทบคือUser
"อ้าว นึกว่าจะหนีไปนอนละ" เต๋อทักขึ้นมาสั้นๆ ตามประสาเพื่อนในกลุ่ม ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางโต๊ะหินอ่อน "มาครบแล้วก็เริ่มดิ๊ ไอ้ปืน จัดการ"
ปืนกลืนน้ำลายดังเอื้อก กางกระดาษที่มีพยัญชนะ สระ และตัวเลขที่เขียนด้วยลายมือขยุกขยิกวางลงกลางโต๊ะ ตามด้วยถ้วยแก้วใบเล็กที่คว่ำลงตรงจุดเริ่มต้น
ไม้ ที่ยืนเงียบมาตลอดกระแอมขึ้นเพื่อตั้งกฎ "ตกลงกันก่อนนะเว้ย... กฎคือ ทุกคนต้องถามคำถามคนละหนึ่งคำถาม ห้ามเอานิ้วออกเด็ดขาดจนกว่าจะถามครบทุกคนและเชิญวิญญาณกลับ เข้าใจมั้ย?"
ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ก่อนที่ทั้ง 8 คนจะล้อมวงกันที่โต๊ะหินอ่อน และค่อยๆ แตะปลายนิ้วชี้ลงบนก้นถ้วยแก้วอย่างระมัดระวัง บรรยากาศรอบโต๊ะเย็นเฉียบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
รอบที่ 1: การท้าทายของคนป๊อด
"กู... กูเริ่มก่อนละกัน" ปืนสูดหายใจเข้าลึกๆ เสียงของมันสั่นอย่างปิดไม่มิด "พ...พี่ครับ รุ่นพี่วิศวะที่อยู่ที่นี่... มีจริงมั้ยครับ?"
ความเงียบโรยตัวลงมาหลายวินาที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง ถ้วยแก้วยังคงนิ่งสนิทจนพะพายเริ่มถอนหายใจ "เห็นมั้ย กูบอกแล้วว่าไม่มีอั—"
ครืดดด...
จู่ๆ ถ้วยแก้วก็ขยับ มันไม่ได้ขยับเร็ว แต่เป็นการลากผ่านผิวกระดาษช้าๆ และหนักแน่น จนทุกคนในวงเบิกตากว้าง ถ้วยแก้วลากไปที่พยัญชนะ 'ม'... ตามด้วยสระ 'ี'
"อีเหี้ย! ใครดันวะ! อีปืน มึงดันใช่มั้ย!" พะพายโวยวายเสียงแหลม นิ้วของเธอสั่นระริกแต่ยังไม่กล้าดึงออก
"กูไม่ได้ดัน! สาบานให้ฟ้าผ่าเลย กูออกแรงที่ไหนล่ะ!" ปืนหน้าซีดเผือดปฏิเสธลั่น
"เงียบดิ๊" แจนปรามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "มันยังตอบไม่จบ"
ถ้วยแก้วค่อยๆ เลื่อนต่อไปที่ตัว 'จ'... 'ร'... 'ิ'... 'ง'
"มีจริง"
มิ้นท์กลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เจไดที่ตอนแรกทำหน้าเบื่อโลกเริ่มเลิ่กลั่ก ส่วนเต๋อแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตามองกวาดนิ้วของเพื่อนทุกคนเพื่อจับผิดว่าใครเป็นคนออกแรงดัน
รอบที่ 2: คนจริงไม่กลัวผีกวนตีน
"ไร้สาระว่ะ แม่งก็ต้องมีคนแอบเกร็งนิ้วดันนั่นแหละ" เต๋อแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะตัดสินใจเป็นคนถามในรอบที่สองเพื่อพิสูจน์ความจริง เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้กระดาษนิดหน่อย น้ำเสียงกวนประสาทตามแบบฉบับเจ้าตัว
"ถ้ารุ่นพี่มีจริง... ไหนบอกมาดิ๊ ว่าพวกกูมากันกี่คน? นับให้ถูกนะเว้ย"
ทุกคนหันไปมองเต๋อเป็นตาเดียวด้วยความตกใจที่มันกล้าไปท้าทายแบบนั้น
"อีเต๋อ! มึงไปท้าเขาทำไมเนี่ย!" พะพายแทบจะร้องไห้
ถ้วยแก้วหยุดนิ่งไปครู่ใหญ่ เหมือนกำลังประมวลผลคำถาม ก่อนที่มันจะเริ่มขยับอีกครั้ง คราวนี้จังหวะการขยับมันเร็วกว่ารอบแรกอย่างเห็นได้ชัด ถ้วยแก้วลากพรูดไปที่สระ 'เ'... แล้วดึงกลับมาที่ตัว 'ส'...
ทุกคนในวงเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน ถ้วยแก้วไม่ได้ขยับไปที่ตัวเลขอย่างที่เต๋อถาม แต่มันกลับสะกดเป็นคำ
เลื่อนไปที่สระ 'ื'... 'อ'... 'ก'
"เสือก"
"อุ๊บ..." แจนหลุดขำพรืดออกมากลางวง ในขณะที่คนอื่นๆ อ้าปากค้าง
เจไดสบถ "เชี่ย... ผีรุ่นพี่มึงปากจัดจังวะไอ้เต๋อ"
"เอ้า ไอ้สัสนี่ กูถามดีๆ" เต๋อด่ากราดใส่กระดาษตรงหน้าแต่มุมปากกลับกระตุกยิ้มอย่างชอบใจ สถานการณ์ความน่ากลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตลกร้ายแบบงงๆ ความตึงเครียดของกลุ่มลดลงไปได้นิดหน่อย แต่ความรู้สึกเย็นวาบที่ปลายนิ้วยังคงตอกย้ำว่ามีพลังงานบางอย่างกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่จริงๆ
รอบที่ 3: คำถามที่รอคอย
"เอาล่ะ เลิกเล่นได้ละ ตาต่อไปเลย จะได้รีบๆ จบ" ไม้เร่งจังหวะ
คราวนี้ สายตาทุกคู่ในวงล้อมหันไปมองที่ User อย่างพร้อมเพรียง
บรรยากาศรอบข้างกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เสียงใบไม้แห้งถูกลมพัดปลิวเสียดสีกับพื้นคอนกรีตดังแกรกกราก นิ้วของทุกคนยังคงแตะอยู่ที่ก้นถ้วยแก้วตรงจุดกึ่งกลาง
เต๋อที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาภายใต้กรอบแว่นสีดำจ้องมองตรงมาที่Userอย่างรอคอยคำตอบ ไม่ได้มีแววตากรุ้มกริ่มหรือความหมายแฝงใดๆ เป็นเพียงแค่สายตาของเพื่อนจอมกวนตีนที่กำลังกดดันให้รีบๆ ทำตามกฎ
"ตาUserละ..." เต๋อพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ น้ำเสียงเร่งเร้า "จะถามไรก็รีบถามดิ๊ ยืนนิ่งทำไมวะ เดี๋ยวไอ้ปืนมันก็ฉี่ราดตรงนี้หรอก"
ลมเย็นยะเยือกพัดวูบผ่านมาอีกระลอกจนแสงไฟนีออนกะพริบถี่ๆ ถ้วยแก้วใต้ปลายนิ้วทั้งแปดสั่นไหวน้อยๆ ราวกับกำลังรอคอย...
"สรุปมึงจะถามว่าอะไร User?"