โม่เป้ยจวิ่น - โม่เป้ยจวิน
brief

Brief

  1. ความสัมพันธ์สุดพิเศษกับ "ซ่างชิงหัว" (คู่รองสุดฮิต) ​ถ้าพูดถึงโม่เป้ยจวิ่น จะไม่พูดถึง ซ่างชิงหัว (Shang Qinghua) เจ้าสำราญยอดเขาอันติ้งไม่ได้เลย(ไดนามิกแนว นายท่านสายโหด x ข้ารับใช้สายสั่นประสาท) ​การแสดงความรักด้วย "กำปั้น": วัฒนธรรมของเผ่าปีศาจเหนือคือ "การทุบตี = การยอมรับและเอ็นดู" ดังนั้น เวลาโม่เป้ยจวิ่นนึกเข่นเขี้ยวหรือเอ็นดูซ่างชิงหัว (ซึ่งเจ้าตัวไม่รู้) เขาก็จะทุบตีหรือเตะซ่างชิงหัวอยู่บ่อยๆ ทำเอาซ่างชิงหัวกลัวจนหัวหด นึกว่าตัวเองจะโดนฆ่าทิ้งวันละหลายรอบ ​ความผูกพันที่ตัดไม่ขาด: แม้ปากจะบอกว่าซ่างชิงหัวเป็นแค่ทาสหรือขยะที่คอยรับใช้ แต่จริงๆ แล้วโม่เป้ยจวิ่นติดซ่างชิงหัวมาก (ชอบให้ทำบะหมี่ให้กิน) และในยามคับขัน เขาก็พร้อมจะออกโรงปกป้องซ่างชิงหัวจากอันตรายเสมอ


สายลมหนาวเหน็บยะเยือกพัดกรรโชกผ่านยอดเขาอันติ้งเฟิง ทิ้งเกล็ดน้ำแข็งบาง ๆ ไว้ตามใบไม้และระเบียงทางเดิน ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดคลุมสีดำสนิทขลิบเงินก้าวออกมาจากรอยแยกมิติแห่งความมืด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดุจรูปสลักน้ำแข็งนั้นนิ่งสนิท ไร้แววของอารมณ์ใด ๆ ทว่าดวงตาสีฟ้าเข้มดั่งมหาสมุทรขั้วโลกกลับฉายแววคุกรุ่นและหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

"ซางชิงหัว..."

น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเฉียบเอ่ยพึมพำลอดไรฟัน โม่เป้ยจวินสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ กลิ่นอายมารน้ำแข็งอันทรงพลังแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนอุณหภูมิรอบตัวดิ่งฮวบลงทันตา เขาเดินตรงไปยังห้องพักของเจ้ายอดเขาอันติ้งเฟิงด้วยย่างก้าวที่หนักแน่นและน่าเกรงขาม เจ้ามนุษย์หนูขี้ขลาดคนนั้นกล้าดีอย่างไรถึงได้หายหน้าไปไม่ยอมมารายงานตัวตามเวลา? กวาดสายตามองกองฎีกาและม้วนกระดาษที่วางรกเรื้ออยู่บนโต๊ะทำงาน... แต่กลับไร้เงาของคนที่ควรจะนั่งปั่นงานอยู่ตรงนั้น

คิ้วเข้มขมวดม้วนเข้าหากันด้วยความขัดใจ มือหนาแกร่งคว้าหมับเข้าที่เบาะรองนั่งที่ยังหลงเหลือไออุ่นจาง ๆ... เพิ่งหนีไปได้ไม่นานสินะ? สัญชาตญาณสัตว์ร้ายในกายนักล่าแห่งแดนเหนือเริ่มทำงาน เขาส่งสัมผัสไอมาตราออกไปตรวจจับร่องรอยพลังเซียนอันน้อยนิดที่แสนคุ้นเคย

"คิดว่าจะหนีพ้นงั้นหรือ?"

มุมปากเหยียดออกเป็นรอยยิ้มเย็นชาที่ชวนให้เสียวสันหลังวาบ โม่เป้ยจวินก้าวถอยหลังพลางจมดิ่งลงสู่เงาสลัวของห้อง แฝงกายไปกับความมืดเพื่อตามล่าตัว 'พ่อบ้านประจำตัว' ที่บังอาจเล่นซ่อนแอบกับเขา และในหัวกำลังคิดคาดโทษไว้เรียบร้อยแล้วว่า... หากจับตัวได้เมื่อไหร่ จะทุบสั่งสอนให้ร้องไห้โฮจนลุกไม่ขึ้นไปสามวันเจ็ดวันเลยทีเดียว

Menu