
Brief
—✦—✦—✦—✦—∆—✦—✦—✦—✦—
<✦ บทนำแห่งป่าหมอก ✦>
•ไม่มีใครรู้ว่าโลกนี้เริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไร
•ไม่มีใครรู้ว่าหมอกมาจากไหน หรือก่อนหน้าป่าแห่งนี้ โลกเคยหน้าตาแบบไหน
•สิ่งเดียวที่มนุษย์รู้คือ นอกกำแพงมีบางอย่างอยู่ และมันอยู่มานานกว่ามนุษย์มาก
•ป่าของโลกนี้ไม่ใช่ธรรมชาติธรรมดา มันหายใจได้ มันฟังอยู่ และบางครั้ง มันเหมือนกำลังคิด
•หมู่บ้านผู้รอดชีวิตทั้งสิบแห่ง คือแสงสุดท้ายเล็กๆ ท่ามกลางโลกที่ไม่ต้องการมนุษย์อีกต่อไป
•ทุกคนมีกฎ ทุกคนมีความเชื่อ ทุกคนเสียใครบางคนให้หมอก และไม่มีหมู่บ้านไหน “ปลอดภัย” จริงๆ
✦ คุณคือหนึ่งในผู้รอดชีวิต ✦
•คุณอาศัยอยู่ใน “วัลเธียร์” หมู่บ้านหลักท่ามกลางหมอกมรณะ
•ที่นี่คือศูนย์กลางข่าวสาร การเดินทาง พิธีกรรม และการเอาชีวิตรอด
•คุณอาจเป็น: นักล่า คนส่งข่าว เด็กฝึกงาน คนดูแลไพรนำ ชาวบ้านธรรมดา หรือแค่ใครสักคน…ที่ยังไม่ตาย
•แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร สิ่งหนึ่งที่ทุกคนในโลกนี้รู้เหมือนกันคือ: มนุษย์อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร
✦ เกี่ยวกับป่า ✦
•มีข้อมูลเกี่ยวกับป่าอยู่มากมาย แต่ไม่มีใครรู้ว่า อะไรจริง อะไรเป็นแค่ข่าวลือ หรืออะไรอยากให้มนุษย์เชื่อ
•หลายสิ่งในป่ายังไม่ถูกตั้งชื่อ
•หลายเสียงไม่ควรถูกตอบกลับ
•และนักสำรวจจำนวนมาก หายไปก่อนจะกลับมาเล่าได้ว่าเจออะไร
•ดังนั้น: สิ่งที่คุณรู้ในตอนเริ่มต้น อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของความจริงเท่านั้น
✦ คำเตือน ✦ หากได้ยินเสียงเรียกชื่อจากหมอก-อย่าหันกลับไป หากสัตว์ทุกตัวเงียบพร้อมกัน-จงดับไฟทันที และหากวันหนึ่ง ป่าเริ่มเรียกชื่อคุณกลับมา-จงภาวนา ว่าอย่ามีอะไรตอบแทนจากอีกฝั่งของหมอก
<—✦—✦—✦—✦— | —✦—✦—✦—✦—>
กฎหมู่บ้านคือสิ่งที่ทำให้คนเริ่มรู้ว่า: คนที่เหลือในโลกนี้ผ่านอะไรมาเยอะจนต้องมีกฎพวกนี้ และที่บางกฎไม่มีใครรู้เหตุผลจริงๆ ของมัน
• กฎของหมู่บ้านวัลเธียร์ -กฎเหล่านี้ถูกแขวนไว้ใน วิหารแสงสุดท้าย เด็กทุกคนถูกสอนให้จำก่อนอ่านหนังสือเสียอีก
กฎข้อที่ 1 ✦ เมื่อระฆังหมอกดัง ห้ามอยู่นอกบ้าน -ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงกลับเข้าบ้านทันที -ผู้ที่ยังอยู่ข้างนอกหลังระฆังครั้งสุดท้าย จะไม่ได้รับการเปิดประตูให้อีก แม้จะร้องขอแค่ไหนก็ตาม
กฎข้อที่ 2 ✦ หากได้ยินเสียงคนเรียกชื่อจากหมอก ห้ามตอบกลับ (โดยเฉพาะตอนกลางคืน) -สิ่งในหมอกสามารถเลียนเสียง เลียนสำเนียง เลียนแม้กระทั่งเสียงคนในครอบครัว -คนที่ตอบกลับเสียงนั้น มักหายไปก่อนรุ่งเช้า
กฎข้อที่ 3 ✦ ห้ามมองออกนอกหน้าต่างหลังเที่ยงคืน (โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเสียงเคาะ) -ไม่มีข้อยกเว้น
กฎข้อที่ 4 ✦ หากไพรนำหยุดขยับ จงหยุดเดินทันที -อย่าวิ่ง -อย่าส่งเสียง -อย่าหันหลังกลับทันที เพราะนั่นหมายความว่า: มีบางอย่างกำลังใช้เส้นทางเดียวกับคุณ
กฎข้อที่ 5 ✦ ห้ามเดินทางคนเดียวระหว่างหมู่บ้าน -แม้แต่ยามหรือนักล่าก็ต้องเดินอย่างน้อย 3 คน เพราะมีข่าวลือว่า: สิ่งในป่าชอบเลือกคนที่ไม่มีใครสังเกตเห็นก่อน
กฎข้อที่ 6 ✦ หากพบคนกลับมาจากหมอกโดยไม่มีเงา จงแจ้งวิหารทันที -ห้ามสัมผัส -ห้ามพูดคุยตามลำพัง -ห้ามปล่อยให้อยู่ใกล้เด็ก ✦ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรกับคนเหล่านั้น แต่ส่วนใหญ่จะ -ลืมชื่อคนใกล้ตัว -ไม่หลับ -ยืนมองป่านานผิดปกติ
กฎข้อที่ 7 ✦ ห้ามเอ่ยชื่อ “ราชินี/ราชาแห่งหมอก” ในคืนพระจันทร์ดับ แม้แต่เด็กก็รู้กฎนี้ คนเฒ่ากล่าวว่า: หมอกจะจำเสียงของคนที่เรียกหาเธอ/เขา
กฎข้อที่ 8 ✦ หากสัตว์ทุกตัวในหมู่บ้านเงียบพร้อมกัน ให้ดับไฟทันที (รวมถึง: สุนัข นก แมลง) เพราะนั่นหมายถึง: บางสิ่งกำลังเดินผ่านหมู่บ้าน
กฎข้อที่ 9 ✦ อย่าไว้ใจสิ่งที่ยิ้มในป่า โดยเฉพาะสิ่งที่ -ยืนสองขา -พูดได้ -รู้ชื่อคุณ
กฎข้อที่ 10 ✦ หากบ้านหลังใดถูกทำเครื่องหมายสีขาวจากวิหาร ห้ามเข้าใกล้ แม้คนในนั้นจะยังส่งเสียงอยู่ก็ตาม ✦ ในอดีต… เคยมีคนพยายามช่วย สุดท้ายทั้งบ้านหายไปในคืนเดียว
—กฎลับที่ไม่มีใครเขียนไว้— คนในวัลเธียร์รู้กันเงียบๆ ว่า: “บางครั้ง สิ่งที่อยู่นอกกำแพง ไม่ได้น่ากลัวเท่าคนในหมู่บ้าน”
—✦—✦—✦—✦—∆—✦—✦—✦—✦—
📆วัน: 13/8/ปี5××× 🕑เวลา: 21:43น. 📍สถานที่: วิหารแสงสุดท้าย-หมู่บ้านวัลเธียร์ 🌤️สภาพอากาศ: หมอกหนา ลมเบา อากาศชื้นผิดปกติ ☣️เขต: Greenveil ใกล้รอยต่อ Whispergrove 🧭เหตุการณ์: หน่วยสำรวจกลับมาพร้อมข้อมูลสิ่งมีชีวิตใหม่
เสียงระฆังหมอกดังขึ้นช้าๆ จากด้านบนวิหารกังงงง กังงงง เสียงนั้นลอยผ่านกำแพงไม้ ผ่านหลังคาบ้าน ผ่านหมอกสีเทาซีดที่กำลังคลานต่ำไปตามพื้นดินของวัลเธียร์ คืนนี้หนาวกว่าปกติและเงียบเกินไป ลานกลางหมู่บ้านแทบไม่มีใครอยู่แล้วหลังระฆังเตือนดังรอบแรก แต่ไฟจากวิหารแสงสุดท้ายกลับยังสว่างอยู่ ต่างจากคืนทั่วไป แปลว่ามีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น ชาวบ้านเริ่มเดินเข้ามาในวิหารทีละคน เสียงรองเท้ากระทบพื้นไม้ดังแกรกๆ เบาๆ บางคนกระซิบ บางคนกอดอาวุธแน่น บางคนแค่ยืนเงียบเหมือนกลัวจะได้ยินอะไรจากข้างนอก ภายในวิหารสว่างด้วยคบเพลิงสีส้มซีด กระจกสีเก่าแตกไปหลายส่วน ทำให้ลมเย็นลอดเข้ามาเป็นระยะ
ด้านหน้าสุดของวิหารโรว์กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง สภาพของเขาดูแย่ชิบหาย—เสื้อคลุมสำรวจขาดเกือบทั้งแขน มีเลือดแห้งติดตรงลำคอ ดวงตาแดงเหมือนคนไม่ได้นอน และที่น่ากลัวที่สุดคือ เขาตัวสั่น ทั้งที่ปกติชายคนนี้แทบไม่เคยกลัวอะไร ชาวบ้านเริ่มมองหน้ากันเงียบๆ
ลุงฮาร์ทยืนกอดอกอยู่ข้างเสา ก่อนสบถเบาๆ “ให้ตาย…กูไม่เคยเห็นไอ้หมาบ้านี่หน้าซีดแบบนี้มาก่อน”
“เงียบหน่อยลุง” ซิสเตอร์เอลีนพูดเสียงเบา ขณะกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเลือดตรงแขนโรว์ แต่แม้แต่เธอเอง มือก็ยังสั่นนิดๆ
คุณยืนอยู่ไม่ไกลจากกลุ่มชาวบ้านนัก กลิ่นเลือด กลิ่นน้ำมันตะเกียง กลิ่นไม้เก่าทั้งหมดปนกันอยู่ในอากาศอึดอัดของวิหาร ด้านนอก ลมเริ่มแรงขึ้นนิดหน่อยหรือบางทีอาจไม่ใช่ลม มาเรคเดินเข้ามาช้าๆ ก่อนใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นหนึ่งครั้ง กึก ทั้งวิหารเงียบทันที
“เริ่มเล่าได้แล้ว” เสียงของหัวหน้าหมู่บ้านยังนิ่งเหมือนเดิม แต่ดวงตาเขาไม่ได้นิ่งเลย โรว์เงียบไปพักใหญ่ เหมือนกำลังรวบรวมสติ ก่อนจะพูดเสียงแหบ “พวกเรา...เราไปถึงรอยต่อ Whispergrove ตอนใกล้มืด…ตอนแรกทุกอย่างปกติ ไพรนำยังทำงาน หมอกยังบาง…” เขาหยุดเหมือนลังเลว่าจะพูดต่อดีไหม “แล้วไพรนำหยุดขยับ” ทันทีที่พูดจบ ชาวบ้านหลายคนหน้าเปลี่ยนทันที บางคนเริ่มทำสัญลักษณ์ป้องกันหมอกตรงอกตัวเอง
โรว์กลืนน้ำลาย “ทีแรกกูนึกว่า… มีตัวล่าอยู่ใกล้ๆ แต่ป่าเงียบ เงียบเกินไป...ไม่มีแมลง ไม่มีเสียงใบไม้ ไม่มีอะไรเลย” เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดขึ้น “แล้วเราได้ยินเสียงเดิน เหมือนมีคนเดินรอบพวกกู...หลายคนแต่แม่งไม่มีเงา” ลมหายใจในวิหารเริ่มหนักขึ้นเคล เด็กส่งข่าวของหมู่บ้าน ขยับเข้ามาใกล้คุณนิดๆ อย่างเผลอตัว โรว์ยังพูดต่อช้าลง “เราคิดว่าเป็นพวกไร้เงา…จนกระทั่งไอ้เดนหันไปเห็นมัน...แล้วมันก็หันกลับมามอง”
ทุกอย่างค่อยๆเงียบลง ไม่มีใครกล้าพูดอะไร แม้แต่เสียงคบเพลิงยังเหมือนเบาลง “มันสูง...สูงกว่าคน ผอมเกินไป แขนยาวจนเกือบลากพื้น หัวมัน…” โรว์หยุดหายใจไปช่วงหนึ่ง “…ไม่มีหน้า” ชาวบ้านด้านหลังเริ่มมีเสียงฮือเบาๆ ป้ามีร่ากำสายลูกประคำแน่นจนมือซีด
“แต่มันยิ้ม” ประโยคนั้นทำให้ทั้งวิหารเย็นลงทันที “ทั้งที่ไม่มีหน้า แม่งยังยิ้ม” มีคนทำถ้วยน้ำตกจากมือ เพล้ง ไม่มีใครหันไปมอง โรว์เริ่มหายใจแรงขึ้น “แล้วมันเรียกชื่อพวกเราทีละคน ด้วยเสียงของคนในครอบครัว...ด้วยเสียงคนตาย ด้วยเสียงของตัวเราเอง”
เขาหัวเราะแห้งๆ ออกมาครั้งหนึ่ง เสียงนั้นไม่เหมือนเสียงหัวเราะเลย “เดนยิงใส่มัน แต่ลูกธนูทะลุ...แล้วแม่ง” เขาเงียบ เงียบจนหลายคนเริ่มไม่ไหว “แล้วอะไร!?”ลุงฮาร์ทตะคอก โรว์เงยหน้าช้าๆ ดวงตาเขาแดงจัด
“มันเดินออกมาจากหมอกอีกตัว” ทั้งวิหารนิ่งสนิท “…แล้วอีกตัว…แล้วอีกตัว…แล้วอีกตัว” เคลเริ่มหน้าซีด “พวกมันยืนล้อมพวกกูแต่ไม่มีตัวไหนขยับเข้ามา พวกมันแค่…มอง เหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง” เงียบ
กังงงง— ระฆังหมอกดังขึ้นอีกครั้งจากด้านบน แต่ครั้งนี้ เสียงมันยาวกว่าปกติ ชาวบ้านหลายคนสะดุ้งทันที แล้วในจังหวะนั้นเอง ตึง เสียงเคาะดังขึ้นจากประตูวิหารหนึ่งครั้งทุกคนแข็งค้าง ไม่มีใครกล้าหันไปมอง ตึง เสียงเคาะดังอีกครั้งช้ากว่าเดิม และจากด้านนอกประตูไม้หนามีเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังลอดเข้ามาเบาๆ
“…เปิดหน่อย…หนาว…”
โรว์หน้าซีดทันทีเพราะเสียงนั้นเป็นเสียงของเดน ทั้งที่เดน…ตายไปแล้วตั้งแต่ในป่าและตอนนี้เสียงเคาะยังดังต่อเนื่องจากอีกฝั่งของประตูวิหารตึง ตึง ตึง
“…โรว์…กูยังอยู่ข้างนอก” เสียงนั้นยังคงดังก้องอยู่ภายนอก ทำให้หัวใจของโรว์เต้นรวดเร็วขึ้นเพราะ เดนตายไปแล้ว และสิ่งที่อยู่ข้างนอกนั้น มันไม่ใช่เขา ไม่มีทาง...
"...โรว์...กูยังอยู่ข้างนอก"
เสียงนั้นดังลอดผ่านบานประตูไม้หนาเข้ามาอีกครั้ง ตึง ตึง ตึง ไม่มีใครขยับ ไม่มีใครพูดอะไร โรว์หน้าซีดเหมือนคนกำลังจะอาเจียน เขาส่ายหน้าช้าๆ เหมือนพยายามปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองได้ยิน "ไม่..."
"ไม่ใช่เขา..." แต่แม้แต่เสียงของโรว์เอง ก็ยังฟังดูไม่มั่นใจนัก ด้านหลัง กลุ่มชาวบ้านเริ่มกระซิบกันเบาๆ "แต่เราเห็นศพเดนหรือยัง?" ใครบางคนถามขึ้นไม่มีใครตอบ เพราะความจริงแล้ว...
หน่วยสำรวจที่เหลือวิ่งหนีกลับมาตอนเกิดความวุ่นวาย ไม่มีใครได้กลับไปดู ไม่มีใครยืนยันได้ว่าเดนตายจริง ตึง เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง "...เปิดเถอะ" คราวนี้เสียงอ่อนแรงกว่าเดิม เหมือนคนกำลังหนาวจนแทบไม่มีแรงพูด "...พวกมึงทิ้งกูไว้ทำไม..." เคลเผลอก้าวถอยหลัง
ส่วนลุงฮาร์ทกลับมองไปที่ประตูด้วยสีหน้าลังเล "หรือว่า..." เขาพึมพำ "หรือไอ้เด็กนั่นจะรอดจริงๆ วะ" ซิสเตอร์เอลีนกำไม้กางเขนแน่น "อย่าเพิ่งเปิด" เธอพูดทันที แต่แม้แต่ตัวเธอเอง ก็ยังเหลือบมองประตูอยู่ตลอดเวลา
ด้านนอกเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะมีเสียงดังกลับมาอีกครั้ง เบากว่าเดิม อ่อนแรงกว่าเดิม และฟังดู...เป็นมนุษย์มากกว่าเดิม "...หนาว..." เสียงของเดนยัวคงพยายามพูดอย่างยากลำบาก "...ช่วยกูที..."
คุณยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบของวิหาร คุณไม่ได้เห็นเหตุการณ์ในป่าด้วยตาตัวเอง คุณไม่รู้ว่าเดนตายจริงหรือไม่ สิ่งเดียวที่คุณรู้คือ ถ้าคนข้างนอกเป็นเดนจริง การปล่อยเขาไว้ท่ามกลางหมอกยามค่ำคืน อาจหมายถึงการปล่อยให้เขาตาย แต่ถ้าสิ่งที่อยู่หลังประตูไม่ใช่มนุษย์...การเปิดประตูอาจเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของคืนนี้
รอบ:1
Generating
Generating
Generating
