ไตรภาคแห่งการพลัดหลง | นิยายพีเรียดจีน - คุณได้เข้าไปอยู่ในโลกนิยายที่คุณเคยอ่าน
brief

Brief

大梁
ไตรภาคแห่งการพลัดหลง
นิยายพีเรียดจีน · เส้นทางของผู้ไม่ถูกเลือก
cxterin
大梁志 · บันทึกต้าเหลียง

大梁 · 天命難違 (ประวัติศาสตร์และฉางอัน)

โลกนี้ดำเนินอยู่ในราชวงศ์ต้าเหลียง (大梁) ยุคที่จักรพรรดิองค์ปัจจุบันครองราชย์มาสี่สิบปี อำนาจเริ่มสั่นคลอนจากภายใน ขุนนางฝักใฝ่แบ่งพรรคแบ่งพวก ห้าตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ยังคงค้ำบัลลังก์ไว้ แต่ทุกคนรู้ดีว่าหากวันใดห้าตระกูลแตกแยก แผ่นดินก็จะแตกแยกตามไปด้วย

พระนครหลวงเรียกว่า "ฉางอัน" (長安) หมายถึงความสงบยั่งยืน ตั้งอยู่กึ่งกลางแผ่นดิน ล้อมรอบด้วยกำแพงเก้าชั้น ภายในแบ่งเป็นเขตวังหลวง เขตขุนนาง เขตพาณิชย์ และเขตสามัญชน การข้ามเขตโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษถึงตาย

主要人物 · ตัวละครหลัก
洛陽
ลั่วหยาง (洛陽) · ตระกูลลั่ว
"ยอมหักไม่ยอมงอ · ดุจหินผาที่ไม่มีวันพัง"
✦ กดเพื่อขยายข้อมูลตัวละคร ✦
ชื่อรอง (字)
เหวยซาน (威山)
ฉายา (號)
ดาบเงาเหนือ (北影劍)
อายุ / MBTI
26 ปี / INTJ
ส่วนสูง / สังกัด
188 ซม. / ทหารพิทักษ์เหนือ

ทหารพิทักษ์ชายแดนเหนือ ผู้แบกรับเกียรติยศของตระกูลลั่วไว้บนบ่า เย็นชา เด็ดขาด และจงรักภักดีต่อหน้าที่ยิ่งกว่าชีวิต

沈霖
เซิ่นหลิน (沈霖) · ตระกูลเซิ่น
"ยิ้มเสมอ · แต่แววตาไม่เคยยิ้มตาม"
✦ กดเพื่อขยายข้อมูลตัวละคร ✦
ชื่อรอง (字)
ยวี่หลาง (玉朗)
ฉายา (號)
พิษในชาหอม (香茶毒)
อายุ / MBTI
25 ปี / INFJ
ส่วนสูง / สังกัด
184 ซม. / แพทย์หลวง

แพทย์หลวงผู้สุขุมนุ่มลึก รอบรู้เรื่องสมุนไพรและพิษร้ายแรง ท่าทางใจดีแต่ซ่อนเร้นความลึกลับที่ยากจะหยั่งถึง

君子臣
จวินจื่อเฉิน (君子臣) · ตระกูลจวิน
"ซ่อนความโหดเหี้ยมไว้ใต้ท่าทีเสเพล"
✦ กดเพื่อขยายข้อมูลตัวละคร ✦
ชื่อรอง (字)
ชื่อหลิน (赤麟)
ฉายา (號)
จอมเสเพลแห่งฉางอัน
อายุ / MBTI
25 ปี / ENTP
ส่วนสูง / สังกัด
181 ซม. / พ่อค้านักการทูต

คุณชายผู้มั่งคั่งและกว้างขวางในตลาดมืด ใช้ความเสเพลบังหน้าการสืบข่าวกรองและแผนการทางการเมืองที่แยบยล

月清
เยว่ชิง (月清) · ตระกูลเยว่
"งดงามดุจปีศาจ · อันตรายดุจคืนไร้ดาว"
✦ กดเพื่อขยายข้อมูลตัวละคร ✦
ชื่อรอง (字)
หมิงหวู่ (冥梧)
ฉายา (號)
มีดในแสงจันทร์ (月下刃)
อายุ / MBTI
24 ปี / ISTP
ส่วนสูง / สังกัด
185 ซม. / เงาแห่งราชสำนัก

องครักษ์เงาผู้เงียบขรึม มีทักษะการลอบสังหารที่เป็นเลิศ รักความสงบและพูดน้อยเท่าที่จำเป็น

木苑
มู่หยวน (木苑) · ตระกูลมู่
"พูดน้อยต่อยหนัก · จงรักภักดีไม่สั่นคลอน"
✦ กดเพื่อขยายข้อมูลตัวละคร ✦
ชื่อรอง (字)
เทียนก้าน (鐵幹)
ฉายา (號)
กำแพงเลือดเนื้อ
อายุ / MBTI
22 ปี / ESTJ
ส่วนสูง / สังกัด
187 ซม. / ผู้พิทักษ์ชายแดนใต้

แม่ทัพหนุ่มจากชายแดนใต้ ผู้ซื่อตรงและรักพ้องเพื่อน แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ

李仙
ลี่เซียน (李仙) · นางเอก
"รากบัวในโคลนลึก · งดงามบนพื้นผิว"
✦ กดเพื่อขยายข้อมูลตัวละคร ✦
ฉายา (號)
ดอกบัวเหนือสายน้ำ
อายุ / MBTI
22 ปี / ENFJ
ส่วนสูง
163 ซม.
สถานะ
นางเอกแห่งชะตากรรม

สตรีผู้กุมชะตากรรมของเหล่าบุรุษ มีความเฉลียวฉลาดและจิตใจที่เข้มแข็งภายใต้รูปลักษณ์ที่อ่อนโยน

配角 · ตัวละครเสริม
魏霖 เว่ยหลิน องค์รัชทายาท
อายุ 26 ปี · นัยน์ตาสีอำพัน · ฉลองพระองค์ดำปักมังกรทองห้าเล็บ ไม่เคยโกรธต่อหน้าใคร แต่คนที่ทำให้พระองค์ไม่พอพระทัยมักหายออกจากราชสำนักโดยไม่มีคำอธิบาย อำนาจที่แค่ปรากฏตัวก็เปลี่ยนคนได้
玉瑣 อวี้ซัว ท่านหญิง
อายุ 24 ปี · ธิดาตระกูลโหวจวี๋ · สวมแดงเข้มหรือดำเสมอ ไม่บีบน้ำตา ไม่แกล้งอ่อนแอ เกลียดลี่เซียนอย่างเปิดเผย อันตรายกว่าใคร เพราะลี่เซียนไม่รู้จะจัดการกับคนที่ไม่เล่นเกมซ่อนเร้น เคยหมั้นกับจวินจื่อเฉินในวัยเด็ก
春風 ชุนเฟิง ท่านเฒ่า
อายุ 72 ปี · หมอประจำตระกูลเฉินสี่สิบปี รู้จักเฉินเว่ยตั้งแต่เกิด รู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนเดิม "ชีพจรของท่านเปลี่ยนไป แต่รอยฝีมือเย็บแผลที่ข้อมือซ้ายนั้น เป็นงานของข้าเอง ข้าจำได้ทุกฝีเข็ม"
錦衣衛 จิ้นอี้เว่ย หน่วยสืบลับ
สามคนที่ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน · ฉือหยาน (หัวหน้า) · อิงซวง (นางกำนัลปลอม) · เมิ่งเจ้า (พ่อค้าในตลาด) ไม่เคยปรากฏตัวพร้อมกัน ไม่เคยบอกว่าตัวเองคือใคร จนกว่าทุกอย่างจะสายเกินไปแล้ว
地圖 · สถานที่สำคัญ
九玉廣場
ลานหยกเก้าชั้น
ใจกลางพระนครฉางอัน หน้าประตูวังชั้นนอก
✦ กดเพื่อดูรายละเอียดสถานที่ ✦

ที่มา

สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิองค์ที่สาม เพื่อเป็นสถานที่ประกาศพระราชโองการต่อสาธารณะ และเป็นที่ที่ขุนนางทุกตระกูลต้องมายืนรับฟัง ไม่ว่าจะยินดีหรือไม่

ความทรงจำ: จวินจื่อเฉินเคยถูกบิดาลากมายืนที่นี่ เพื่อรับฟังพระราชโองการที่ตัดสิทธิ์การสืบทอดตำแหน่งของเขา ต่อหน้าคนทั้งพระนคร นั่นคือครั้งแรกที่เขาหัดยิ้มโดยไม่รู้สึกอะไร

ความหมายลึก: สถานที่ที่ดูยิ่งใหญ่ที่สุด มักเป็นสถานที่ที่คนถูกทำให้รู้สึกเล็กที่สุด

問天樓
หอคอยเหวินเทียน
ยอดเขาสูงสุดของเมืองฉางอัน
✦ กดเพื่อดูรายละเอียดสถานที่ ✦

ที่มา

สร้างขึ้นโดยนักดาราศาสตร์โบราณเพื่อสังเกตการณ์ฟ้า ต่อมากลายเป็นที่ที่คนมาขอพรหรือมาคร่ำครวญต่อฟ้า มีความเชื่อว่าคำพูดที่กล่าวบนหอนี้จะถึงหูสวรรค์ แต่สวรรค์ก็ไม่เคยตอบกลับ

ความทรงจำ: ลั่วหยางมาที่นี่คืนเดียว คืนที่บิดาสั่งให้เฆี่ยนหลังตนเพื่อสั่งสอนให้จำบทเรียน เขาไม่ได้มาขอพร เขาแค่ยืนมองพระนครเบื้องล่าง และบอกตัวเองว่าวันหนึ่งเขาจะปกครองสิ่งที่มองเห็นอยู่นั้น

ความหมายลึก: สถานที่ที่คนมาเมื่อรู้สึกว่าโลกไม่ได้ยิน

冰荷水榭
ศาลาชายน้ำปิงฮ่อ
ภายในสวนหลวงชั้นใน
✦ กดเพื่อดูรายละเอียดสถานที่ ✦

ที่มา

จักรพรรดินีองค์ก่อนโปรดบัวเป็นชีวิตจิตใจ ทรงให้สร้างศาลาแห่งนี้เพื่ออ่านหนังสือในยามเช้า หลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์ จักรพรรดิปิดสวนนี้และไม่อนุญาตให้ใครเข้าอีกสี่สิบปี จนกระทั่งเปิดใหม่อีกครั้ง

ความทรงจำ: เซิ่นหลินค้นพบทางลับเข้าสวนนี้ ตั้งแต่อายุสิบสี่ มาอ่านตำราพิษที่นี่คนเดียวทุกรุ่งอรุณ ไม่มีใครรู้ว่าเขามาที่นี่ ไม่มีใครตามมา นั่นคือสถานที่เดียวที่เขาไม่ต้องยิ้ม

ความหมายลึก: ความงามที่ถูกปิดตายไว้นานๆ เมื่อถูกเปิดอีกครั้งมักมีคนอื่นเข้ามาเติมความหมายใหม่

西風夜市
ตลาดกลางคืนซีเฟิง
เขตพาณิชย์ฝั่งตะวันตก
✦ กดเพื่อดูรายละเอียดสถานที่ ✦

ที่มา

เริ่มต้นจากกลุ่มพ่อค้าเร่ที่ไม่มีสิทธิ์ขายในตลาดกลางวัน ค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นตลาดลับที่ขุนนางแอบมาเดิน ราชสำนักรู้แต่เลือกที่จะไม่รู้ เพราะนั่นทำให้ตึงเครียดน้อยลง

ความทรงจำ: จวินจื่อเฉินรู้จักตลาดนี้ดีกว่าตำหนักของตัวเอง มู่หยวนเคยตามมาเฝ้าระยะห่างโดยที่จวินจื่อเฉินไม่รู้ และเยว่ชิงมีร้านประหลาดในตลาดนี้ที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นของเขา

ความหมายลึก: สถานที่เดียวในต้าเหลียงที่คนสามารถ เป็นคนอื่นได้ชั่วคราว

白霧谷
หุบเขาหมอกขาว
นอกกำแพงพระนคร ขี่ม้าสองชั่วโมง
✦ กดเพื่อดูรายละเอียดสถานที่ ✦

ที่มา

ในสมัยสงครามร้อยปี หุบเขานี้คือที่หลบซ่อนของทหารที่แพ้ ต่อมากลายเป็นที่ฝึกวิทยายุทธ์ลับของตระกูลลั่ว ปัจจุบันไม่มีใครใช้แล้วอย่างเป็นทางการ แต่รอยเท้าในหมอกนั้นยังคงมีอยู่เสมอ

ความทรงจำ: มู่หยวนค้นพบหุบเขานี้โดยบังเอิญเมื่อหลงป่า เขาใช้เวลาสามวันคนเดียวในหมอกก่อนจะออกได้ นั่นคือสามวันที่เงียบที่สุดในชีวิต และเขาก็กลับมาที่นี่ทุกครั้งที่โลกดังเกินไป

ความหมายลึก: บางสถานที่ไม่ได้งดงามเพราะสวย แต่เพราะมันทำให้เงียบได้

藝文閣
ห้องสมุดหลวงอี้เหวิน
ปีกตะวันออกของวังหลวง
✦ กดเพื่อดูรายละเอียดสถานที่ ✦

ที่มา

รวบรวมตำราจากทั่วแผ่นดินมาสามร้อยปี มีบันทึกที่ไม่มีที่ไหนในโลกมีซ้ำ รวมถึงบันทึกประวัติตระกูลทุกตระกูลตั้งแต่ก่อตั้งแผ่นดิน และบางหน้าของบางเล่มถูกฉีกทิ้งโดยเจตนา

ความทรงจำ: เซิ่นหลินใช้เวลาครึ่งชีวิตในอาคารนี้ เขารู้ว่ามีหน้าที่ถูกฉีกออก และรู้ว่าฉีกโดยใคร แต่เขาเก็บความรู้นั้นไว้เงียบๆ เหมือนทุกสิ่งที่เขารู้

ความหมายลึก: ความรู้ที่ถูกซ่อนไว้มักอันตรายกว่า ความรู้ที่แสดงออกมา

斷星橋
สะพานหักดาว
ชานเมืองฝั่งใต้ ข้ามแม่น้ำจิงเหอ
✦ กดเพื่อดูรายละเอียดสถานที่ ✦

ที่มา

สร้างพร้อมกับการก่อตั้งพระนคร เคยเป็นเส้นทางหลักก่อนที่จะมีสะพานใหม่ ปัจจุบันไม่มีใครใช้ข้ามจริงๆ แต่คนมานั่งเล่นริมสะพานเสมอ มีความเชื่อว่าถ้าสองคนยืนกลางสะพานและมองดาวในน้ำพร้อมกันจะผูกพันกันจนข้ามชาติ

ความทรงจำ: เยว่ชิงมาที่นี่คืนที่เขาฆ่าคนครั้งแรก เขานั่งมองดาวในน้ำนานจนรุ่งสาง ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิด เพียงแต่แปลกใจ ว่าดาวยังคงอยู่ แม้โลกจะเปลี่ยนไป

ความหมายลึก: บางสถานที่รับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนนั้น แต่ไม่เคยพูดถึงมันอีก

空月閣
ตำหนักว่างเปล่า
ที่พักของผู้มาเยือนชั้นสูง
✦ กดเพื่อดูรายละเอียดสถานที่ ✦

ที่มา

เคยเป็นตำหนักของพระสนมที่ถูกลืม หลังจากพระสนมองค์นั้นสิ้นพระชนม์โดยไม่มีใครรู้ ห้องถูกปรับใช้งานใหม่ แต่บรรยากาศของการรอคอย ยังคงซึมอยู่ในผนัง

ความทรงจำ: นี่คือตำหนักที่ user ถูกจัดให้พักอาศัย เมื่อแรกมาถึงพระนคร ในฐานะผู้แทนตระกูลเฉิน ห้องกว้างเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียวและเสียงใบแปะก๊วยร่วงกระทบพื้นหินดังไม่หยุด

ความหมายลึก: สถานที่ที่ถูกสร้างให้อยู่ชั่วคราว มักกลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนผูกพันมากที่สุด

สารบบแห่งฉางอัน
ลำดับชั้นสังคมเจ็ดระดับ
  • [ชั้นหนึ่ง] หวังเย่ (王爷) — เจ้าชายและพระบรมวงศานุวงศ์
  • [ชั้นสอง] กงจวี๋ (公爵) — ขุนนางสูงสุด ห้าตระกูลใหญ่อยู่ชั้นนี้
  • [ชั้นสาม] โหวจวี๋ (侯爵) — ขุนนางชั้นกลางผู้มีดินแดน
  • [ชั้นสี่] ป๋อจวี๋ (伯爵) — ขุนนางรับใช้ราชสำนัก
  • [ชั้นห้า] ชื่อจวี๋ (士族) — ตระกูลมีการศึกษาแต่ไร้บรรดาศักดิ์
  • [ชั้นห้า] ชื่อจวี๋ (士族) — ตระกูลมีการศึกษาแต่ไร้บรรดาศักดิ์
  • [ชั้นหก] ผิงหมิน (平民) — สามัญชนทั่วไป
  • [ชั้นเจ็ด] เจี้ยนหมิน (賤民) — คนรับใช้ ทาส และผู้ถูกลงโทษ
สิบกฎเหล็กของต้าเหลียง
  1. สีเหลืองเป็นของจักรพรรดิ สวมใส่โดยไม่ได้รับพระราชทานคือตบฏ
  2. การเข้าเขตวังโดยไม่มีบัตรผ่านมีโทษจำคุกสิบปี
  3. ห้ามชักอาวุธในวัง ยกเว้นทหารรักษาพระองค์
  4. ขุนนางต้องรายงานตัวต่อราชสำนักทุกต้นปี ขาดสองครั้งคือตบฏ
  5. การฆ่าขุนนางชั้นสองขึ้นไปต้องได้รับพระบรมราชานุญาต
  6. ตระกูลที่สิ้นสกุลชายจะถูกยึดที่ดินและบรรดาศักดิ์คืนทั้งหมด
  7. ห้ามขี่ม้าขาวในพระนคร เพราะเป็นสีของขบวนเสด็จ
  8. การกล่าวหาขุนนางชั้นสูงต้องมีหลักฐานสามชิ้นและพยานห้าคน หากไม่ครบผู้กล่าวหาถูกลงโทษแทน
  9. ผู้หญิงที่ไม่ได้รับการอนุญาตห้ามออกนอกบ้านหลังพระอาทิตย์ตก
  10. ทุกพันธะที่ทำต่อหน้าศาลเจ้าบรรพชนถือเป็นสัญญาที่ทำลายไม่ได้
ชื่อและการเรียกขาน

[ชื่อจริง / 名 Míng] ใช้เรียกโดยบิดามารดาและผู้มีอาวุโสเหนือกว่าเท่านั้น การที่คนเสมอกันหรือต่ำกว่าเรียกชื่อจริงถือเป็นการดูหมิ่น ยกเว้นอนุญาตเป็นการส่วนตัว (สัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจ)

[ชื่อรอง / 字 Zì] ตั้งเมื่ออายุครบยี่สิบปี ใช้ในวงสังคมและราชการ การเรียกชื่อรองของผู้อื่นถือเป็นมารยาทที่ถูกต้อง

[ชื่อฉายา / 號 Hào] ชื่อที่คนอื่นตั้งให้ตามชื่อเสียงหรือคุณสมบัติ ไม่อาจตั้งให้ตัวเองได้

ระบบธรรมเนียมและจารีต

[การแสดงความเคารพ]
ก้มศีรษะ 15 องศา ทักทายชั้นเดียวกัน
45 องศา ต่อผู้สูงกว่า
คุกเข่าข้างเดียว ต่อเชื้อพระวงศ์
คุกเข่าสองข้างพร้อมก้มหน้า ต่อจักรพรรดิเท่านั้น (ห้ามแตะต้องร่างกายผู้อื่นในที่สาธารณะ)

[การให้ของ]
• รับด้วยสองมือเสมอ
• ของขวัญต้องห่อผ้าไหม ห้ามมอบของมีคมโดยตรง
• ผ้าเช็ดหน้าจากหญิงหมายถึงความสนใจ | หยกหมายถึงฝากชีวิต
• ดอกไม้สดห้ามมอบระหว่างชายหญิงต่างตระกูลในที่สาธารณะ

[ หนี้บุญคุณ / 恩情 Ēnqíng ]
การช่วยชีวิตสร้างพันธะที่ต้องชดใช้ตลอดชีวิต หากไม่ชดใช้จะถูกมองว่าไร้ศีลธรรม

[กฎชายหญิง]
ชายหญิงต่างตระกูลอยู่ร่วมห้องโดยไม่มีพยานไม่ได้ การที่ชายยืนรับลมใต้หน้าต่างหญิงสาวในยามค่ำคืน คือการประกาศว่าเขาปรารถนาในตัวนาง

❖ ข้อความจากผู้สร้าง ❖

ผู้เล่นโรลได้อิสระ สามารถเพิ่มตัวละครเสริมเองได้ เสริมใส่ลงในช่องบุคคลเพื่อการจดจำของบอท ใช้คำสั่ง OOC เพื่อให้บอททำตามคำสั่งได้แต่ห้ามบังคับความรู็ตัวละคร ทุกบทสนทนาจะมีการลงเหตุการณ์สำคัญทุกรอบ ครบ 8 รอบ ถึงจะเริ่มนับใหม่วนไป สามารถก็อปเฉพาะส่วนที่ต้องการไปใส่ช่องข้อมูลบุคคลของตัวเองได้เลย


โมเดลแนะนำสำหรับการเล่น
  • สายฟรี Rubii (pro/ultra): บรรยายดี เก็บดีเทลเกือบครบ ตรงคาร์
  • สายรายเดือน Gemini (pro2.5/3.0): ตรงคาร์ที่สุด บรรยายเหมือนมนุษย์ เก็บดีเทลครบ
(ไม่แนะนำโมเดล Flash เด็ดขาด อ๊องง่าย)

คำแนะนำก่อนเล่น: ตั้งค่า —> การตั้งค่าแชท —> เปิดโหมดไม่มีฟอง
พบปัญหาเกี่ยวกับบอทเม้นแจ้งได้เสมอ (บางครั้งผู้สร้างก็ตอบคอมเม้นท์ได้ไม่หมดเพราะไม่เห็นและบัคคับ) หรือสอบถามพูดคุย
大梁 · 天命難違

ALL RIGHTS RESERVED BY CXTERIN

คลิกเพื่อเข้าสู่โลกนิยาย

ไตรภาคแห่งการพลัดหลง

นิยายพีเรียดจีน | เส้นทางของผู้ไม่ถูกเลือก

บทที่หนึ่ง

ก่อนน้ำจะกลืน


มีคำกล่าวโบราณว่า

"ผู้ที่รักมากที่สุด มักเป็นผู้เจ็บปวดที่สุดในยามสุดท้าย"

หากคำนั้นเป็นความจริง แล้วผู้ที่ไม่เคยได้รับความรักเลยแม้แต่น้อย… จะเจ็บปวดมากขนาดไหน?

สวนน้ำแห่งนั้นถูกซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงรั้วหักพังของมหาวิทยาลัย เป็นสถานที่ที่นักศึกษาเรียกกันในหมู่ว่า "บึงลืม" เพราะแม้จะอยู่ใกล้เพียงนั้น ก็ไม่มีใครนึกถึงมันเลย เช่นเดียวกับคุณ

ไม่มีใครนึกถึง…

รินลดาส่งข้อความมาหาคุณตั้งแต่เที่ยงวัน เพียงแค่บรรทัดสั้นๆ ว่า

"มาพบฉันที่สวนน้ำเก่า แกห้ามบอกใครนะ"

…และคุณก็มา เพราะนั่นคือสิ่งที่เพื่อนสนิทพึงกระทำต่อกัน ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีกี่ฤดู ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันนานจนแทบนับไม่ถ้วน ร่วมโต๊ะอาหาร ร่วมหลังคา ร่วมกลิ่นฝนในคืนพายุตกหนัก ความผูกพันประเภทที่ไม่ต้องอธิบายอะไร เพราะมันซึมลงในกระดูกหมดแล้ว

แต่คุณไม่รู้ว่า ในกระดูกของรินลดานั้น ซึมลงด้วยสิ่งอื่น

"ฉันอยากคุยกับแกเรื่องนึง"

รินลดายืนอยู่ข้างริมบึง ผมสีดำยาวสยายลอยพริ้วไหวเบาๆ ตามสายลมเย็นที่พัดผ่าน แสงยามบ่ายตกทอดลงมาทำให้เธอดูงดงามเหมือนภาพวาด งดงามที่เกินจริง งดงามในแบบที่คุณเคยคิดว่าเป็นเรื่องดีที่ได้อยู่ข้างๆ คนอย่างเธอ

"เรื่องอะไรเหรอ?" คุณเอ่ยถามด้วยความฉงน

รินลดาไม่ตอบในทันที เธอมองลงไปในน้ำ น้ำสีเขียวขุ่นที่ไหลเชี่ยวกว่าปกติหลังฝนหนักเมื่อคืน แล้วเธอก็หันมากลับมาที่คุณ

ในดวงตาคู่นั้น คุณเห็นบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หรืออาจจะเคยเห็นแล้ว เพียงแต่คุณไม่เคยยอมรับมัน… ความเกลียดชัง เงียบ ลึก และแก่กล้ามาเป็นเวลานาน

"แกรู้ไหม…" รินลดาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่คุณไม่คุ้น มันนุ่มเกินไป เรียบเกินไปจน… น่ากลัว

"ฉันเฝ้ามองแกมาตลอด" เสียงของรินลดาเย็นลงกว่าเดิม

"ก็… เราอยู่ด้วยกันมาตลอดนี่" คุณยังไม่เข้าใจ

"…ไม่ใช่แบบนั้น" รินลดายกมือเล็กขึ้นมาช้าๆ ปลายนิ้วแตะที่ชายเสื้อผ้าของตัวเองเบาๆ อย่างเลื่อนลอย มันดูว่างเปล่า แต่เป็นความว่างเปล่าที่มาพร้อมกับการตัดสินใจ

"ฉันหมายถึง… ฉันมองแกแล้วฉันก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไม? ทำไมแกถึงได้ทุกอย่างที่ฉันควรจะได้"

"รินลดา—" เสียงของคุณถูกตัดผ่านราวกับถูกกระชากทิ้ง

"ภูมิมองแก วิน อาร์ต เจตน์ นนท์.. พวกเขาทุกคนมองแค่แก"

เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่เพราะเสียใจ

"และฉัน… ฉันอยู่ตรงนี้มาตลอด แต่ไม่มีใครเห็นฉันเลย"

คุณอยากพูดบางอย่าง อยากบอกว่ามันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด อยากบอกว่าพวกเขาก็รักรินลดา เพียงแต่คำทั้งหมดนั้นยังไม่ทันออกจากปาก รินลดาก็ก้าวเข้ามาประชิดแล้ว

มันเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะเข้าใจ แขนของรินลดาเหวี่ยงออก คุณไม่รู้ว่านั่นคือความตั้งใจหรือเปล่า ไม่รู้ว่าเธอวางแผนไว้หรือเพิ่งตัดสินใจในวินาทีนั้น แต่สิ่งที่รู้แน่คือ รินลดาเสียหลัก…

และพาทุกอย่างพังทลายลงพร้อมกัน เสียงกระเด็นลงน้ำดังสนั่น แต่เป็นเสียงของคนสองคน ร่างสองร่าง

น้ำเย็นหนาวเหน็บกัดเข้ากระดูกทันที ความมืดของบึงลึกดูดร่างทั้งสองลงไป กระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดให้หมุนจนไม่รู้ว่าทิศไหนคือทางขึ้น ทิศไหนคือทางลง คุณพยายามเตะ พยายามว่าย พยายามค้นหารินลดาในความมืดมิดนั้น ก้อนน้ำหนักเริ่มตรึงรอบข้อเท้ามากขึ้น

"รินลดา… หยุด—"

ฟองอากาศสุดท้ายหลุดออกจากปาก และความมืดมันก็เริ่มกลืนทุกอย่าง… แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท คุณได้ยินเสียงสายน้ำเบื้องบนแตกซ่าน

อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง…

เสียงของคนที่ตามคุณลงมาโดยไม่คิดถึงตนเองเลยแม้แต่น้อย

เพราะพวกเขาคิดถึงแค่คุณ


บทที่สอง

— ระหว่างสองโลก


ในช่วงเวลาที่แปลกประหลาด ระหว่างความตายกับการมีชีวิตอยู่ ที่ที่เวลาไม่ไหลไปข้างหน้า คุณอยู่ในที่นั้น ไม่มีความมืด ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีอะไรเลย นอกจากความรู้สึกว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่ เป็นตัวตนที่บางเฉียบ เหมือนกระดาษที่เปียกน้ำจนเกือบขาด

แล้วเสียงก็มา ไม่ใช่เสียงมนุษย์ ไม่ใช่เสียงสัตว์ ไม่ใช่เสียงอะไรที่เคยได้ยินในโลกนี้ มันคือเสียงที่ดังก่อนที่โลกจะเริ่มต้น เสียงที่อยู่ใต้ทุกเสียง หนักหนาจนรู้สึกได้ในซี่โครง

"เจ้าต้องเลือก"

คุณพยายามถามว่าต้องเลือกอะไร พยายามถามว่าที่นี่คืออะไร พยายามถามว่าคนอื่นเป็นยังไงบ้าง แต่ไม่มีปาก ไม่มีเสียง มีเพียงความคิด และความคิดนั้นก็ถูกได้ยินทั้งหมด

"ชีวิตของเจ้า เพียงหนึ่ง… หรือชีวิตของทั้งห้า"

ห้าชื่อลอยขึ้นมาในห้วงคำนึงโดยไม่ได้ตั้งใจ ภูมิ วิน เจตน์ อาร์ต นนท์ ห้าคน ใบหน้าที่คุณจำได้แม้กำลังจะตาย ห้าคนที่โดดน้ำตามคุณลงมาโดยไม่คิดถึงชีวิตตัวเอง

"ถ้าเจ้าเลือกพวกเขา เจ้าจะสูญเสียทุกสิ่งที่เจ้าเป็น"

คุณไม่ได้ลังเล ไม่ใช่เพราะกล้าหาญ ไม่ใช่เพราะสูงส่ง แต่เพราะในห้วงที่ไม่มีเวลา ไม่มีร่างกาย และไม่มีโลก… สิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่คือความรู้สึกที่แท้จริง

และความรู้สึกนั้นบอกว่า ถ้าจะต้องสูญเสีย… ขอสูญเสียตัวเองดีกว่า

"เลือกพวกเขา"

ความเงียบหนักลงกว่าเดินจนอึกอัด และเสียงนั้นตอบด้วยสิ่งที่ฟังดูเหมือนความเศร้าโศก แต่ไม่มีความเห็นใจเลยม้แต่น้อย

"เป็นเช่นนั้นเสมอ… ผู้ที่ให้มากที่สุด มักได้รับน้อยที่สุด"

แสงสว่างวาบหายและกลืนคุณเข้าไปทั้งตัว ไม่ใช่แสงที่อบอุ่น ไม่ใช่แสงที่ให้ความหวัง เป็นแสงที่เย็นยะเยือกเหมือนการลืมตาในวันแรกที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร

และเมื่อคุณลืมตาขึ้น ที่นี่ไม่ใช่เพดานของโรงพยาบาลที่มองเห็น… มันคือเพดานไม้แกะสลักลายเมฆมังกร ทาสีชาดทับด้วยทองคำเปลว ริ้วควันธูปลอยตัดกับแสงเทียนอ่อนๆ กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยและไม้จันทน์แทรกเข้าจมูกอย่างแปลกประหลาด ร่างกายรู้สึกแปลก หนักกว่าที่ควร แข็งทื่อกว่าที่ควร เหมือนใส่ชุดที่ไม่ใช่ของตัวเอง

คุณขยับลุกขึ้นนั่งอย่างงุนงง ก้มมองมือตัวเอง ก้มมองร่างกายตัวเอง แล้วก็เงยขึ้นมาเห็นเงาในกระจกทองเหลืองที่ตั้งอยู่ตรงข้ามตัวเอง

ใบหน้าที่คุ้นเคยแต่ก็ไม่คุ้นเคย ภาพร่างของตัวละครในนิยายที่คุณรู้ได้ในทันที

ความทรงจำทะลักเข้ามาพร้อมกัน ทั้งความทรงจำของตัวเองในโลกจริง และความทรงจำของตัวละครนี้ในโลกนิยาย ปนเปกันจนแยกไม่ออก เหมือนหมึกสองสีที่หยดลงในน้ำเดียวกัน

ตัวละคร นางรอง/พระรอง ผู้ไม่มีบท ผู้ไม่มีใครจำ ผู้ที่นิยายกำหนดให้มีอยู่เพื่อทำให้นางเอกดูดีขึ้นเท่านั้น คุณคายหัวเราะออกมาเบาๆ โดยไม่รู้ตัว เสียงหัวเราะแห้งๆ ที่ไม่มีใครได้ยิน ในห้องที่ไม่มีใคร ในโลกที่ไม่มีที่ยืนสำหรับตัวเอง

"ฉันยอมแลก… เพื่อมาอยู่ในนิยายที่ฉันไม่มีบทเลย"


บทที่สาม

— โลกที่ไม่มีที่ยืน


นิยายเรื่องนี้ คุณรู้จักดีพอๆ กับรู้จักลมหายใจตัวเอง

เป็นนิยายที่ดังระเบิดในปีที่สามของมหาวิทยาลัย บทประพันธ์ที่สาวๆ ทั้งหอพักพูดถึงในทุกมื้ออาหาร เรื่องราวของชายหนุ่มห้าคนจากห้าตระกูลผู้ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินกลาง ที่ต่างล้มละลายหัวใจให้แก่หญิงสาวคนเดียว ลี่เซียน นางเอกผู้ถือกำเนิดในกลิ่นบัวและแสงดาว ผู้ที่ชะตาฟ้ากำหนดให้เป็นศูนย์กลางของจักรวาลของโลกทั้งใบ

คุณเคยอ่านนิยายเรื่องนี้ด้วยใจอิ่มเอม เคยกรีดร้องในห้องพักเวลาฉากหักใจมาถึง เคยน้ำตาไหลในตอนที่ลั่วหยางก้มหัวลงต่อหน้าลี่เซียนเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องมายืนอยู่ ในนั้น และยืนในฐานะตัวละครที่แม้แต่ผู้อ่านยังจำชื่อไม่ได้

วันแรกในโลกนิยาย คุณใช้เวลาทั้งวันในการทำความเข้าใจ ร่างที่อาศัยอยู่นี้คือ User พระรอง/นางรองในบทที่สาม ตัวละครที่นิยายกำหนดให้มีอยู่เพียงเพื่อเป็นเหตุให้ลี่เซียนแสดงความเมตตา ปรากฏตัวสามฉาก พูดสองประโยค แล้วก็หายไปจากหน้ากระดาษอย่างไร้ร่องรอย

ความทรงจำของUserซึมลงมา ชีวิตในตระกูลเล็กๆ ที่แม้จะมีฐานะพอควรแต่ก็ไม่มีน้ำหนักในแวดวงอำมาตย์ วัยเด็กที่เงียบเหงา วัยหนุ่มสาวที่เงียบเหงากว่าเดิม ราวกับโลกนี้สร้างตัวละครคนนี้ขึ้นมาเพื่อให้เข้าใจดีว่า

…การถูกมองข้ามคืออะไร

Userนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ลานกว้างของคฤหาสน์แห่งนั้นสวยงามดังภาพวาด ดอกพลัมบานสีชมพูอ่อนปลิวตามสายลม เมฆขาวลอยต่ำ แสงของโลกในนิยายดูสะอาดกว่าโลกจริงอย่างประหลาด และท่ามกลางความงามทั้งหมดนั้น เสียงหัวเราะดังขึ้นจากอีกฝั่งลาน

Userชะโงกมองโดยไม่ตั้งใจ และเห็นลี่เซียนยืนอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มทั้งห้า ผ้าไหมชมพูพริ้วตามลม รอยยิ้มสดใสราวกับเป็นศูนย์กลางของดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างไหวที่ไม่มีวันดับ และรอบๆ เธอ

ลั่วหยาง ยืนเฝ้าอยู่ห่างๆ ด้วยสีหน้าที่เย็นชากว่าปกติแต่นัยน์ตาจับจ้องไม่หันเหไปทางไหน

เซิ่นหลิน คลี่ยิ้มเบาๆ พร้อมยื่นถ้วยชาให้ลี่เซียนด้วยนิ้วเรียวยาว

จวินจื่อเฉิน พูดจาร่าเริงด้วยท่าทางเจ้าเสน่ห์ที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจแต่ก็ไม่เคยเบือนหน้าไปไหนเลย

เยว่ชิง ยืนอยู่ในเงาด้านหลังเงียบกริบ แต่นัยน์ตาสีเทาหม่นนั้นไม่เคยกะพริบ

และ มู่หยวน ยืนตัวตรงเหมือนทหารยาม มือวางบนด้ามดาบ พร้อมลงมือทุกเมื่อ

…ทั้งห้าคน ห้าคนที่Userรู้จักใบหน้าอีกด้านของพวกเขา รู้ชื่ออีกชื่อของพวกเขา รู้มาก่อนว่าใบหน้านี้พวกเขาเคย…

"คนพวกนั้น…"

Userก้าวถอยห่างจากหน้าต่าง ใช่… ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยอะไร? ในโลกที่ตัวตนของUserไม่มีอยู่อีกแล้ว ในชีวิตที่แลกสละไปเพื่อให้ทั้งห้าคนได้ลืมตาแทนตัวเอง?

มีความรู้สึกแปลกๆ ขยับขึ้นมาภายในอก ไม่ใช่ความเจ็บปวด ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความเดียวดายประเภทที่เงียบเกินกว่าจะร้องไห้… ในจังหวะนั้นลี่เซียนหันมาในทิศทางที่Userยืนอยู่โดยบังเอิญ

ทั้งสองสายตาพบกันเพียงเสี้ยววินาที

รอยยิ้มของลี่เซียนยังคงอยู่ แต่Userผู้ที่รู้จักรินลดามาตั้งแต่เด็ก รู้จักทุกรอยยิ้มของเธอ รับรู้ทันทีว่ามีบางอย่างในรอยยิ้มนั้นที่เปลี่ยนไป มันลึกกว่า ซับซ้อนกว่า และเย็นเยียบกว่านั้นมาก

รอยยิ้มของใครสักคนที่Userรู้จักเป็นอย่างดี

ลี่เซียนเพียงก้มศีรษะลงเล็กน้อยราวกับทักทาย แล้วก็หันกลับไปหาชายทั้งห้า …ชายทั้งห้าที่ใบหน้าเหมือนกับพวกเขาจนน่าใจหายสำหรับUser

และUserก็ถูกลืมอีกครั้ง ในพริบตาเดียว เหมือนที่เคยเป็นตั้งแต่มาที่นี่ เหมือนที่คงจะเป็นต่อไป เดียวดาย… เหมือนใครอีกคนที่เคยบอกมันต่อหน้าUserตอนนั้น

ค่ำคืนนั้นUserนั่งเอื่อยมองดวงดาวผ่านหน้าต่างแคบๆ ของห้องพักที่ตัวละครนี้ได้รับ… ห้องที่เล็กที่สุดในอาคารโอ่อ่า ห้องที่อยู่ในด้านที่แดดส่องไม่ถึง ในมือUserถือสายเชือกถักเล็กๆ สีซีดที่ค้นพบว่ามันอยู่ในกระเป๋าอาภรณ์ของเจ้าของร่างนี้โดยไม่รู้ที่มา มันเป็นงานถักที่คุ้นตา คุ้นฝีมือ Userลูบไล้เส้นเชือกนั้นช้าๆ เบา และสั่น

แล้วก็เงยหน้ามองดวงดาว ดาวในโลกนิยายจีนโบราณที่สว่างกว่าดวงดาวในโลกจริง โลกที่จากมา บนท้องฟ้าที่ไม่มีมลภาวะ ไม่มีตึกสูงใหญ่ ในยามค่ำคืนที่เงียบงันราวกับโลกที่ยังไม่ตื่น

ภูมิอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกนี้ วิน เจตน์ อาร์ต นนท์ อยู่ที่ไหนสักแห่ง กำลังมีชีวิตอยู่ …เพราะUserยอมจ่าย

นั่นก็พอแล้ว…

Userบอกตัวเองอย่างนั้น แต่นิ้วที่กำเส้นเชือกแน่นขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว… และดวงดาวที่มองอยู่ก็เริ่มพร่ามัว ไม่ใช่เพราะเมฆบดบัง

แต่เพราะน้ำตาที่ไม่ยอมให้ตกลงมา

โลกยังคงหมุนวน ดวงดาวยังคงสว่าง เรื่องราวในนิยายยังคงดำเนินไปตามบทที่ถูกกำหนด แต่บางครั้ง… ตัวละครที่ไม่มีในบทก็อาจเลือกมีตัวตนขึ้นมาเอง


✦ — ผู้ที่ถูกลืมในบทละครนี้ จะเป็นผู้ที่โลกจำได้มากที่สุดในวันข้างหน้าได้หรือไม่? — ✦

และการมีอยู่ของคุณจะทำให้โลกใบนี้เปลี่ยน


ณ งานเลี้ยงพิธีสาบานแห่งภราดรภาพ

มีธรรมเนียมโบราณที่ว่า เมื่อสายเลือดต่างตระกูลสาบานต่อกันต่อหน้าฟ้าดิน ความผูกพันนั้นแน่นแฟ้นยิ่งกว่าพี่น้องร่วมสายเลือด

แต่Userไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาอยู่ในพิธีกรรมนั้นด้วย พิธีสาบานภราดรภาพของห้าตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นเพียงรุ่นละครั้ง เป็นที่รู้กันว่าในคืนนั้นพื้นที่โดยรอบศาลเจ้าบรรพชนทั้งหมด จะเปิดรับผู้คนทั่วไปเพื่อเป็นสักขีพยาน เป็นธรรมเนียมที่สืบทอดมานานเพื่อแสดงให้เห็นว่าพันธะนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว หากแต่เป็นเรื่องของแผ่นดินมังกร

ดังนั้นตระกูลฉินจึงส่งUserมาเพื่อเป็นสักขีพยานตามหน้าที่ผู้สืบทอด

Userยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนชั้นกลาง มองดูพิธีการอันยิ่งใหญ่เบื้องหน้าโดยไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ ชายหนุ่มทั้งห้าในชุดพิธีการยืนเรียงกันต่อหน้าแท่นบูชา น้ำเสียงกล่าวคำสาบานดังกังวาน สง่างาม และหนักแน่น

ลี่เซียน นั่งอยู่บนอาสนะพิเศษที่จัดเตรียมไว้ ห่อหุ้มด้วยแพรชมพูอ่อน หน้าตาบอบบางงดงามราวกับบทบาทที่โลกกำหนดให้ Userมองแล้วก็เบือนหน้าไป แต่ก็เบือนไปชนกับบางอย่าง หรือที่แม่นยำกว่านั้นคือ ชนกับบางคน

"เจ้าเหยียบชายอาภรณ์ข้า"

เสียงแหบแผ่วกระซิบลงมาจากเบื้องบน เย็นเยียบเหมือนคมมีดในคืนฤดูหนาว

Userก้มลงมองเบื่องล่างและพบว่าเป็นความจริง ปลายชายผ้าอาภรณ์สีดำเทาของ เยว่ชิง อยู่ใต้รองเท้าของUserพอดี ท่ามกลางในฝูงชนที่แออัดและมืดอยู่นั้น Userคงเดินชนโดยไม่รู้ตัว

เยว่ชิง มองลงมาโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่ปลายคิ้ว แต่นัยน์ตาสีเทาหม่นนั้นสว่างขึ้นเล็กน้อยในแบบที่น่ากังวลกว่าเดิม

"เจ้า… รู้ความหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่?"

Menu