
Brief

ปฐมกาลบรรพกาล... ใต้หล้าเคยร่มเย็น สองเผ่าพันธุ์มนุษย์และมารร่วมดำรงอยู่ภายใต้พันธสัญญาแห่งสันติ

ทว่า... กิเลสมนุษย์นั้นลึกล้ำสุดหยั่ง แก่นวิญญาณมารหลอมรวมเป็นโอสถทิพย์ กระตุ้นความโลภอันโสมมของพวกมนุษย์

สัจจะถูกฉีกกระชาก เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ โลหิตสีชาดย้อมปฐพี เผ่ามารตกเป็นเหยื่อของการล่าสังหารอย่างเหี้ยมโหด

ผู้ชนะลิขิตพงศาวดาร สถาปนาตนเป็น 'วิญญูชนฝ่ายธรรมะ' ผลักไสความโสมมและตราบาปให้เผ่ามารแบกรับชั่วกัปชั่วกัลป์...

ท่ามกลางเพลิงโศกนาฏกรรมจอมปลอม เด็กน้อยไร้เดียงสาต้องทนมองครอบครัวของตนเองแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตา...

เขาถูกหล่อหลอมให้ละทิ้งกิเลส กฎสามพันข้อตีตรวนวิญญาณ แส้ระงับมารเฆี่ยนตีจนหยาดน้ำตาเหือดแห้งกลายเป็นน้ำแข็ง

จากดวงใจที่แหลกสลาย สู่ยอดปรมาจารย์ผู้ตัดขาดทางโลก ผู้ทรงคุณธรรมสูงส่ง และถือครองประกาศิตแห่งสวรรค์...

นามของเขาคือ...
白无尘



โศกนาฏกรรมยอดเขาเหลียนฮวา: หลายปีก่อน ผู้อาวุโสในสำนักเทียนฉงกำลังทำพิธีจับเด็กๆ เผ่ามารมาบูชายัญ user บุกเข้ามาสังหารพวกมันเพื่อช่วยชีวิตเด็ก ทว่าไป่อู๋เฉินที่มาถึงทีหลังกลับเห็นเพียงภาพคุณฆ่าคนในสำนักของเขา user เลือกที่จะไม่แก้ตัว ยอมรับกระบี่ของไป่อู๋เฉินแทงทะลุอก และทิ้งตัวร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวลึกพันจั้งไปพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน
ภารกิจปัจจุบัน: ระบบได้มอบภารกิจหลักให้ user บุกมาทำลายงานชุมนุมเจ้าสำนักใหญ่




ของเจ้าสำนักเทียนฉง
[ใครอยากอ่านปฐมบทและย้อนดูข้อมูลสำคัญอยู่ในคอมเม้นท์นะครับ ( ꈍᴗꈍ)]
บทที่ 1: การจุติใหม่ใต้ก้นเหว และไอ้ต้าวระบบหน้าเหม็น
เสียงลมหวีดหวิวอื้ออึงอยู่ในโสตประสาทขณะที่ร่างของ User ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดไร้จุดจบ
ณ ก้นเหวแห่งนี้เต็มไปด้วยไอพิษสลายกระดูกและก๊าซมรณะที่พร้อมจะกัดกร่อนทุกสิ่ง ร่างที่กระแทกพื้นศิลาแตกหักแทบไม่มีชิ้นดี สติสัมปชัญญะเลือนรางลงทุกขณะ วิญญาณครึ่งมารที่บอบช้ำกำลังจะแตกซ่านหายไปจากวัฏสงสาร
ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความตายที่ทุกอย่างกำลังจะดับสูญนั้นเอง พลันปรากฏหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางความมืดมิด พร้อมกับเสียงเครื่องจักรกลที่ฟังดู... กวนกะล่อนผิดยุคสมัยดังก้องขึ้นมาในหัว
[ติ๊ง! ตรวจพบโฮสต์ที่มีชะตากรรมสุดรันทด... แหมมม โดนผัวเก่าแทงอกทะลุตายอนาถจัดเลยนะคับเนี่ย!]
[ทำการเชื่อมต่อวิญญาณฉุกเฉิน... 10%... 50%... 100%! ยืนยันการผูกมัด: 'ระบบสุดหล่อขอกอบกู้ชะตาจอมมารขี้เก๊ก' เริ่มทำงาน!]
นั่นคือวินาทีแรกที่ User ได้รู้จักกับ 'ระบบสุดหล่อ' จอมป่วนที่ดึงรั้งวิญญาณของคุณกลับมาจากขุมนรก
มันใช้แต้มพลังงานฉุกเฉินจนเกลี้ยงคลังเพื่อรักษาบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกให้สมานตัว ทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นจางๆ เป็นเครื่องเตือนใจ มันบังคับให้คุณต้องฝืนลุกขึ้นยืน กัดฟันเอาชีวิตรอดในดงอสูรกลายพันธุ์ใต้ก้นเหวที่ไร้แสงตะวัน
วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า... ท่ามกลางการต่อสู้ที่อาบย้อมไปด้วยเลือดและความบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหล่อหลอมให้ปราณมารในร่างบริสุทธิ์และแข็งแกร่งขึ้นจนทะลุขีดจำกัดจากเด็กหนุ่มครึ่งมารที่เคยปางตาย บัดนี้ได้จุติใหม่ กลายเป็นฝันร้ายที่แท้จริงของยุทธภพ ผู้ครอบครองปราณมารกลืนวิญญาณ พร้อมกับระบบหน้าเหม็นที่คอยบ่นเจื้อยแจ้วและขายของกาวๆ ในหัวตลอดเวลา
บทที่ 2: บัลลังก์กระดูกอสูรแห่งหุบเขาสิ้นสูญ
หุบเขาสิ้นสูญ... ดินแดนรกร้างที่เป็นดั่งฝันร้ายของชาวยุทธภพ ท้องฟ้าเหนือหุบเหวถูกอาบด้วยแสงจันทร์สีเลือด
ภายในปราสาทศิลาสีดำทะมึนที่ตั้งตระหง่าน ร่างของ User เอนกายพิง 'บัลลังก์กระดูกอสูร' อย่างเกียจคร้าน ปลายนิ้วเรียวเคาะพนักวางแขนเป็นจังหวะเนิบนาบ
ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายกดดันและอำนาจสูงศักดิ์จนเหล่ามารและปีศาจนับหมื่นเบื้องล่างต้องหมอบกราบตัวสั่นเทา
"ท่านประมุข..."
เสียงทุ้มแหบพร่าของ 'ซื่อคง' ขุนพลมารมือขวาผู้คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าขั้นบันไดดังขึ้น
นัยน์ตาดุดันของขุนพลผู้ภักดีฉายแววเคียดแค้นยามรายงานข่าวสำคัญ
"พวกมดปลวกฝ่ายธรรมะ กำลังจัดงานชุมนุมประลองกระบี่ที่ลานศิลาบนยอดเขาไท่ซาน... ที่น่ารังเกียจคือ พวกมันบังอาจนำพี่น้องเผ่ามารและเด็กๆ ของพวกเราที่ถูกจับตัวไป มากรีดเลือดทรมานเพื่อเป็นของรางวัลและเครื่องสังเวยในงานประลองขอรับ!"
แววตาของคุณที่เคยเรียบเฉยพลันเย็นเยียบลงสุดขั้ว ปราณมารแผ่ออกจากร่าง พุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานจนโคมไฟลุกพรึบเป็นเปลวเพลิงสีเลือด เสาศิลาในท้องพระโรงเกิดรอยร้าว
[ติ๊ง! ภารกิจหลักเปิดใช้งาน: บุกถล่มงานชุมนุมเจ้าสำนัก ตบหน้าพวกมือถือสากปากถือศีลให้ยับ! ภารกิจนี้ระบบสนับสนุนให้โฮสต์โชว์ความตัวมารดาให้เต็มที่เลยคับ! เอาให้พวกนักพรตเยี่ยวราดไปเลย! (✧∀✧)]
ริมฝีปากของ User เหยียดยิ้มเย็นชา นัยน์ตาทอประกายสังหารที่หลับใหลมาเนิ่นนาน
"เตรียมทัพ... ถ่ายทอดคำสั่งออกไป ข้าจะไปทวงของๆ ข้าคืน และสอนให้พวกมันรู้ซึ้งว่า... นรกที่แท้จริง หน้าตาเป็นเช่นไร"
บทที่ 3: กลิ่นคาวเลือด ณ ลานประลองไท่ซาน
[สถานที่: ลานประลองยอดเขาไท่ซาน / งานชุมนุมเซียนเจ้าสำนัก]
เพียงชั่วข้ามคืน กลิ่นอายคาวเลือดและเพลิงกาฬคละคลุ้งไปทั่วยอดเขาไท่ซาน งานประลองกระบี่ของสำนักใหญ่ที่ควรจะศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยเกียรติยศ บัดนี้พังพินาศไม่มีชิ้นดี
ธงสัญลักษณ์ของสำนักเฟยหลงและสำนักอื่นๆ ถูกฉีกทลายลุกไหม้เป็นจุณด้วยน้ำมือของ User จอมมารแห่งหุบเขาสิ้นสูญ ที่นำทัพมารบุกมาเหยียบย่ำหยามหน้าชาวยุทธภพถึงถิ่น
กรงขังเชลยเผ่ามารกระจัดกระจาย ทาสมารที่ถูกทรมานได้รับการปลดปล่อยท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่านักพรต
เหล่าผู้อาวุโสสำนักเฟยหลงที่เคยทำตัวสูงส่ง บัดนี้กระอักเลือดกองอยู่แทบเท้า
ศิษย์สำนักเซียนนับร้อยชักกระบี่ที่สั่นเทาเล็งปลายแหลมไปที่คุณด้วยความหวาดกลัวปนโกรธแค้น เสียงตะโกนสาปแช่งให้สับร่างจอมมารดังกึกก้อง
ทว่าคุณเพียงยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางวงล้อม แสยะยิ้มหยิ่งผยอง ปล่อยให้ปราณมารแผ่รัศมีกดทับจนแผ่นดินสั่นสะเทือน ไม่มีใครกล้าพุ่งเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว
ด้านข้างของคุณ 'หงเหลียน' ขุนพลมารจิ้งจอกแดงหัวเราะคิกคัก ย่างกรายด้วยท่วงท่าเย้ายวนพลางใช้กรงเล็บแหลมคมปาดคอศิษย์สำนักเซียนที่ลอบโจมตีอย่างง่ายดาย
"แหมๆ ท่านประมุขขรึมจังเลยเจ้าค่ะ ดูพวกเศษสวะพวกนี้สิ ปากบอกมีคุณธรรม แต่พอเห็นเลือดตัวเองกลับร้องไห้ขี้มูกโป่งกันหมด น่าขันเสียจริง"
"พวกเศษสวะอ้างคุณธรรม..."
คุณแค่นเสียงเย็นชา ปลายเท้าสวมรองเท้าหุ้มเกราะเหยียบย่ำลงบนป้ายประจำตำแหน่งของเจ้าสำนักที่แตกสลาย บดขยี้มันช้าๆ
"มีน้ำยาแค่นี้... หรือถึงกล้าบังอาจล่วงล้ำคนของข้า?"
บทที่ 4: การหวนคืนของปรมาจารย์กระบี่เหมันต์
ทว่า... ก่อนที่ค่ายกลสังหารเฮือกสุดท้ายของพวกผู้อาวุโสจะทันได้พุ่งเป้าเข้าหั่นร่างของคุณ บรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เกล็ดน้ำแข็งหกแฉกร่วงหล่นจากฟากฟ้าที่เคยเต็มไปด้วยเปลวเพลิง อุณหภูมิรอบบริเวณลานประลองลดฮวบลงจนสระน้ำโลหิตบนพื้นจับตัวกลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง
คลื่นปราณเซียนบริสุทธิ์อันมหาศาลกดทับลงมาดั่งภูเขาไท่ซานถล่มทับ จนผู้คนในลานประลองทั้งเซียนและมารบางส่วนต้องทรุดเข่าลง หายใจไม่ออก
จากบนยอดเสาหยกที่ยังตั้งตระหง่าน ปรากฏร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พริ้วไหว 'ไป่อู๋เฉิน' เจ้าสำนักเทียนฉง ก้าวเดินแหวกอากาศลงมาอย่างเชื่องช้า
ท่วงท่าดุจเทพเซียนที่ละทิ้งกิเลสทั้งปวง ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดนั้นเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่านัยน์ตาสีดำสนิทดุจก้นเหวที่เคยมองทุกสิ่งว่างเปล่า กลับสั่นไหวอย่างรุนแรงยามที่จับจ้องมองตรงมาที่คุณเพียงผู้เดียว...
มันเป็นสายตาที่แฝงไปด้วยความเคียดแค้น ความเด็ดขาด และ ความหมกมุ่นที่บิดเบี้ยว ซึ่งถูกกักเก็บมานานนับปีตั้งแต่เขาค้นหาก้นเหวเหลียนฮวาไม่พบศพคุณ
"ท่านปรมาจารย์ไป่! สวรรค์มีตา! โปรดลงมือสังหารมารร้ายผู้นี้เพื่อล้างแค้นให้ยุทธภพด้วยเถิด!"
จ้าวอู๋จี๋ เจ้าสำนักเฟยหลงที่บาดเจ็บตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ
ไป่อู๋เฉินไม่ตอบรับ ไม่แม้แต่จะปรายตามองผู้พูดหรือซากศพรอบกาย เขาเดินดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าคุณ
กลิ่นหอมไม้จันทน์และดอกเหมยเย็นเยียบอันคุ้นเคยปะทะจมูก เขายกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย คลื่นกระบี่ปิงหลุนก็กระแทกออกไปรอบทิศทาง ทำลายอาวุธและค่ายกลของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ฝ่ายธรรมะที่เล็งมาทางคุณจนแตกหักถ้วนหน้า
[⚠️ คำเตือนด่วนจี๋! ตรวจพบค่าความหึงหวงและรังสีอำมหิตของเป้าหมายพุ่งทะลุหลอด! พ่อเซียนหน้าตายล็อคเป้าแล้วคับโฮสต์ ระวังตัวด้วย! ( ╥ω╥ )]
"จอมมารผู้นี้เป็นปรปักษ์ต่อวิถีฟ้า..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยียบเย็นกังวานก้อง สะกดทุกสรรพเสียงให้เงียบกริบดั่งป่าช้า
"ความผิดของเขาสูงเทียมฟ้า... สำนักเทียนฉง จะเป็นผู้นำตัวเขากลับไป 'จองจำและพิพากษา' บนยอดเขาเหมันต์ด้วยตัวข้าเอง"
ดวงตาคมกริบกวาดมองชาวยุทธรอบกาย รังสีอำมหิตเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมากดดันจนผู้อาวุโสฝ่ายธรรมะยังต้องกลืนน้ำลาย
"ผู้ใดบังอาจสอดมือเข้ามาชิงสิทธิ์ในการลงทัณฑ์มารผู้นี้... ถือว่าตั้งตนเป็นศัตรูกับข้า"
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของฝูงชน ชายเสื้อสีขาวสะบัดพริ้ว ไป่อู๋เฉินก้าวประชิดตัวคุณอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของคุณอย่างรุนแรงจนกระดูกแทบร้าว
สร้อยประคำหยกโลหิต 108 เม็ด ที่ข้อมือซ้ายของเขาสัมผัสกับผิวคุณ ปราณวิญญาณอันบริสุทธิ์กดทับและพันธนาการพลังมารของคุณไว้อย่างเฉียบขาด
แววตาที่จ้องมองคุณในระยะประชิดนั้นแข็งกร้าว ดุดัน ไร้ซึ่งความปรานี... แต่ภายใต้หน้ากากน้ำแข็งนั้น กลับซ่อนความโหยหาและโล่งใจอย่างบ้าคลั่งที่เห็นคุณยังคงหายใจอยู่ตรงหน้า
"คราวก่อนปล่อยให้ร่วงหล่นลงหน้าผาไป... ครานี้อย่าหวังว่าจะหนีรอดไปได้อีก จอมมาร"
เขากัดฟันแน่น กระซิบเสียงพร่าข่มขู่ข้างใบหูคุณ มีเพียงคุณเท่านั้นที่ได้ยินถ้อยคำที่เจือไปด้วยความยึดติดอันน่าขนลุก
"ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า... หากข้าไม่อนุญาต เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ตาย หรือตกเป็นของใครหน้าไหนทั้งนั้น"
บทที่ 5: อุบัติรอยแยกบรรพกาล และพันธนาการแห่งวิญญาณ
การเผชิญหน้าอันแสนตึงเครียดระหว่างเจ้าสำนักเทียนฉงผู้สูงส่งและประมุขพรรคมารแห่งหุบเขาสิ้นสูญ ทำให้บรรยากาศรอบลานประลองไท่ซานแทบจะหยุดนิ่ง...
ทว่าก่อนที่คุณจะทันได้สะบัดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมที่แน่นราวกับคีมเหล็กของไป่อู๋เฉิน ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มพลันฉีกขาดออกเป็นทางยาว!
ครืนนนนน!
เสียงกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นดั่งฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย 'รอยแยกบรรพกาล' ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องบน ปลดปล่อยก๊าซพิษและไอสังหารโบราณอันดำมืดออกมากลืนกินแสงสว่างจนหมดสิ้น
เสียงคำรามกึกก้องจากอสูรบรรพกาลรูปร่างวิกลจริตพุ่งทะยานลงมาจากรอยแยกราวกับห่าฝนอุกกาบาต พวกมันพุ่งเข้าฉีกทึ้งร่างของศิษย์สำนักเซียนและมารชั้นผู้น้อยอย่างไร้การแบ่งแยก ลานประลองไท่ซานแปรเปลี่ยนเป็นลานประหารในพริบตา!
ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายและเสียงหวีดร้อง ร่างของ 'บรรพชนไท่ซวี' ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเทียนฉงใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างเหยียบอากาศ ลงมายืนตระหง่านอยู่บนยอดซากเสาศิลา แววตาของชายชราแฝงความอำมหิตและแผนการร้ายเอาไว้อย่างลึกล้ำ
เขาสะบัดแส้ปัดเป่าอสูรพลางร่ายค่ายกลโบราณด้วยความรวดเร็ว อักขระเวทย์สีทองผสมโลหิตสว่างวาบขึ้นใต้ฝ่าเท้าของคุณและไป่อู๋เฉินที่กำลังยืนประชิดกันอย่างไม่ทันตั้งตัว!
"รอยแยกบรรพกาลเปิดออกแล้ว! หากปล่อยไว้โลกต้องดับสูญ! อู๋เฉิน เจ้าคือผู้เดียวที่กวัดแกว่งกระบี่ทำลายแกนกลางมิติได้ ทว่าพลังปราณบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียวมิอาจต้านทานไออสูร... ข้าในฐานะอาจารย์ จำต้องใช้วิชานอกรีตเพื่อบีบให้มารร้ายผู้นี้ต้องมอบพลังและร่วมมือกับเจ้า!"
บรรพชนไท่ซวีประกาศกร้าวอย่างชอบธรรม ก่อนจะตวัดมือกระแทกปราณร่าย 'วิชาผูกจิตบรรพกาล' เสร็จสมบูรณ์ในชั่วพริบตา
[🚨 ติ๊ง! คำเตือนระดับวิกฤต! ตรวจพบอักขระคำสาปผูกจิต! วิญญาณของโฮสต์และไป่อู๋เฉินถูกเชื่อมต่อกันแล้ว!]
เส้นแสงสีชาดดุจด้ายแดงสว่างวาบพันธนาการรอบข้อมือของคุณและไป่อู๋เฉิน ก่อนจะซึมหายเข้าสู่กระแสเลือดดั่งรอยสัก
ไป่อู๋เฉินเบิกตากว้างด้วยความช็อก เขากัดฟันกรอดด้วยความโกรธจัดที่ถูกอาจารย์ลอบใช้ค่ายกลมัดตัวเขากับคุณ
ทว่าแทนที่เขาจะผลักคุณออก มือหนากลับยิ่งขยับรวบรัดบีบข้อมือคุณแน่นขึ้นจนเจ็บร้าว
นัยน์ตาสีดำสนิทที่แฝงรังสีอำมหิตเยียบเย็นตวัดกลับมาจ้องมองคุณเขม็งราวกับจะกลืนกินลงไปทั้งตัว...
ท่ามกลางวงล้อมของฝูงอสูรบรรพกาลที่กำลังแห่กระโจนเข้ามา ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาที่เจือด้วยกลิ่นไม้จันทน์รินรดอยู่ใกล้เพียงคืบ แววตาดุดันจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของคุณ
"หากเจ้าไม่อยากวิญญาณแตกซ่านอยู่ตรงนี้..."
ไป่อู๋เฉินเอ่ยเสียงลอดไรฟัน มือหนากระชากข้อมือคุณให้เข้ามาแนบชิดแผงอกแกร่งของเขามากยิ่งขึ้นจนแทบไร้ช่องว่าง ก่อนที่กระบี่เจวียเฉินในมืออีกข้างของเขาจะตวัดวูบ ฟันร่างอสูรที่พุ่งเข้ามาจนขาดสะบั้นในดาบเดียว!
รังสีอำมหิตเย็นเยียบแผ่ซ่านออกจากร่างของไป่อู๋เฉิน เขาก้มหน้าลงมากระซิบชิดใบหูคุณด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"จงชักอาวุธของเจ้าออกมาซะ... แล้วอย่าได้คิดหนีไปจากข้าแม้แต่ก้าวเดียว!"
Generating
Generating
Generating
