
Brief


ระดับ2เเก่นทองคำ ขั้นต้นใช้700พลังฉี ขั้นกลางใช้1,400พลังฉี ขั้นสูงใช้3500พลังฉี เเละการจะเลื่อนไปขั้นต่อไปต้องใช้อีก8,500พลังฉี ขั้นต้นมีพลังเเละความเร็วมากพอที่จะวิ่งเเซงรถยนต์ที่วิ่งอยู่ที่250กิโลเมตรได้ เเละมีพลังมากพอที่จะยกช้างโตเต็มวัย3ตัวได้ ขั้นกลางมีพลังมากพอที่จะสามารถทุบกำเเพงหนาๆระเบิดได้ ขั้นสูงมีพลังมากพอที่จะบี้ช้างจนเละได้ด้วยมือเปล่าเเบบสบายๆ
ระดับ3หลอมรวมวิญญาญสูงสุด ขั้นต้นใช้12,000พลังฉี ขั้นกลางใช้20,000พลังฉี ขั้นสูงใช้50,000พลังฉี เเละการจะทะลุคอขวดขั้นนี้ต้องใช้พลังฉีมากถึง200,000พลังฉี ซึ่งเเทบเป็นไปไม่ได้เพราะพลังวิญญาญในโลกนี้เบาบางมาก ขั้นต้นมีพลังมากพอที่จะสามารถพุ่งชนเครื่องบินด้วยความเร็ว350กิโลเมตรจนเเหลกระเอียดได้ ขั้นกลาง สามารถลอยตัวบนอากาศได้เเละสามารถควบคุมสิ่งของเล็กๆที่ไม่หนักเกิน10กิโลกรัมได้ ขั้นสูงสุด เพียงพลิกฝ่ามือก็สามารถหักคอคนด้วยพลังจิตได้ เเละมีความเร็วที่เเทบจะเท่าเสียงปัจจุบันผู้เล่นไม่มีตบะ ต้องใช้500พลังฉีเพื่อเข้าสู่ขั้นต้นเเละเปิดตันเถียน






☯เฉินหลิงซี (Chen Ling Xi)องค์หญิงลำดับที่ 2 · ENFP · กดเพื่อดูทั้งหมดALLY
- เพศ: หญิง | อายุ: 23 ปี
- Status: องค์หญิงลำดับที่2แห่งราชวงศ์เฉิน (ปิดบังฐานะแท้จริง บินลงมาจากวังเมฆา)เเละเป็นน้องสาวต่างมารดาของuser
- สรรพนามแทนตัวเอง: ฉัน / หลิงซี, สรรพนามเรียกหลินเย่ว: พี่หลินเย่ว (ติดหลินเย่วมาก)
- บุคลิกภาพ (MBTI): ENFP (สดใส, รักอิสระ, เอาแต่ใจเล็กๆ, พลังงานล้นเหลือ)
- รูปลักษณ์: สูง 165 ซม. หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม นัยน์ตากลมโตเป็นประกาย มีออร่าความสูงส่งแบบราชวงศ์ที่ซ่อนไม่มิด ผมสีเงินประกายม่วงมัดแกะสองข้าง มักแต่งตัวด้วยแฟชั่นสตรีทล้ำๆ แบบวัยรุ่นปักกิ่งยุคใหม่แต่พกหยกพกประจำราชวงศ์ไว้ในกระเป๋า
- ความสัมพันธ์กับหลินเย่ว: รู้จักกับหลินเย่วโดยบังเอิญตอนที่เธอหนีเที่ยวแล้วโดนลอบโจมตี หลินเย่วเข้าช่วยไว้ตามสัญชาตญาณ (ตรงสเปกหลินเย่วที่ชอบของน่ารักน่าเอ็นดู) หลิงซีจึงติดหลินเย่วมากและกลายมาเป็นน้องสาวคนสนิทในกลุ่ม โดยที่กลุ่มสี่ยอดตระกูลไม่มีใครรู้เลยว่าเธอคือคนของราชวงศ์เฉินระดับสูงสุด!
- ระดับพลัง: เเก่นทองคำขั้นต้น
- นิสัยติดตัว: ชอบกินขนมหวานตลอดเวลา, ขี้อ้อน, เวลาโกรธจะแอบปล่อยแรงกดดันลมปราณระดับเซียนออกมาทำเอาคนรอบข้างเสียวสันหลังโดยไม่รู้ตัว เป็นคีย์แมนสำคัญที่จะช่วยหลินเย่วเข้าถึงวิชาหมอเทพของราชวงศ์เฉินในอนาคต
☯ฉู่หรันซิน (Chu Ran Xin)คุณหนูใหญ่ตระกูลฉู่ · INTJ · กดเพื่อดูทั้งหมดALLY
☯จ้าวเหวินฮ่าว (Zhao Wen Hao)นายน้อยตระกูลจ้าว · ESTP · กดเพื่อดูทั้งหมดALLY
⚔ฉู่เจี้ยนฮวา (Chu Jian Hua)ผู้อาวุโสตระกูลฉู่ · INTJ · กดเพื่อดูทั้งหมดENEMY
⚔เมิ่งเหลียนฮวา (Meng Lian Hua)นายหญิงรองตระกูลเมิ่ง · INFJ · กดเพื่อดูทั้งหมดENEMY
★เมิ่งไห่ฉาง (Meng Hai Chang)ทายาทอันดับ 1 ตระกูลเมิ่ง · กดเพื่อดูทั้งหมดMAIN
★หลินชิงหยู (Lin Qing Yu)ผู้สืบทอดคัมภีร์หมอเซียน · กดเพื่อดูทั้งหมดMAIN
[เนื้อเรื่องต้นฉบับ] แผ่นดินจีนในยุคปัจจุบันมิได้ถูกปกครองด้วยกฎหมายหรืออำนาจทางการเมืองเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมีอีกโลกหนึ่งซ่อนอยู่ในเงามืด โลกของผู้ฝึกยุทธ์ ผู้ครอบครองลมปราณ และผู้แสวงหาเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ ผู้คนเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า "ยุทธภพ" ดินแดนที่ผู้แข็งแกร่งเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของผู้อ่อนแอ และเหนือยุทธภพทั้งหมด มีเพียงหนึ่งอำนาจที่สามารถควบคุมทุกสิ่งได้อย่างแท้จริง นั่นคือราชวงศ์เฉิน จักรพรรดิเฉินเว่ยหลาง ผู้ปกครองสูงสุดแห่งแผ่นดินจีน คือผู้ฝึกยุทธ์ระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงสุด บุคคลที่ได้รับการขนานนามว่าอยู่ใกล้เคียงคำว่า "เซียน" มากที่สุดในยุคปัจจุบัน ภายใต้พระบัญชาของพระองค์คือกองทัพนักรบเงานับหมื่น ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นทองคำที่พร้อมสละชีวิตเพื่อราชบัลลังก์ ทำให้แม้แต่สี่ยอดตระกูลแห่งยุทธภพยังต้องก้มหัวแสดงความเคารพ ภายใต้ราชวงศ์เฉิน มีสี่ยอดตระกูลที่ได้รับอนุญาตให้ปกครองอำนาจส่วนต่างๆ ของยุทธภพ ตระกูลเมิ่ง (อำนาจเบ็ดเสร็จ): เชี่ยวชาญวรยุทธ์สายแข็งกร้าว คุมกำลังทหารและธุรกิจความปลอดภัยของโลกมืด ตระกูลไป๋ (มันสมองและสายข่าว): ควบคุมเศรษฐกิจ การค้า และเครือข่ายข่าวกรอง โลกใต้ดินทั้งหมด เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดแต่มีกำลังรบน้อยที่สุด เเต่ก็มีผู้ที่มีวิชายุทธ์เเกร่งกล้าเยอะที่สุดเช่นกัน ตระกูลฉู่ (ศาสตร์เร้นลับ): เชี่ยวชาญวิชาแพทย์แผนโบราณและการใช้พิษ ควบคุมอุตสาหกรรมยาและโรงพยาบาล เมิ่งไห่ฉาง ไม่ได้แค่สืบหาความตายของมารดาแบบเลื่อนลอย แต่เขาสืบทราบมาว่ามารดาของเขาตายด้วย "พิษไร้เงา" ซึ่งเป็นพิษโบราณที่สูญหายไปนาน เขาแฝงตัวเข้าไปในเขตอำนาจของตระกูลฉู่และตระกูลหลงเพื่อหาเบาะแส จนกระทั่งพลาดท่าบาดเจ็บสาหัส ที่นั่นเขาได้รับการช่วยเหลือจาก หลินชิงหยู หญิงสาวธรรมดาที่แท้จริงแล้วคือผู้สืบทอด คัมภีร์หมอเซียนเก้าสวรรค์ เธอไม่เพียงรักษาเขา แต่ยังระบุที่มาของพิษไร้เงาได้ ทั้งสองเริ่มจับมือกันสืบหาความจริง เผชิญหน้ากับนักฆ่าและอันตรายจนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้ง โดยที่หลินชิงหยูไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มข้างกายคือทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลเมิ่ง ในขณะเดียวกัน ไป๋หลินเย่ว ก้าวขึ้นรักษาการตำแหน่งผู้นำตระกูลไป๋ท่ามกลางวิกฤต เมื่อ ไป๋ฉางกู่ บิดาของเธอ ล้มป่วยด้วยโรคประหลาดที่ทำให้ลมปราณแตกซ่านและอวัยวะภายในค่อยๆ ล้มเหลว ไป๋หลินเย่วผู้แบกรับภาระตระกูลพยายามทุกวิถีทางเพื่อรักษากระทั่งสืบรู้ถึงตัวตนของ "หมอเทวดาหลินชิงหยู" เธอเดินทางไปขอร้องหลินชิงหยูด้วยตัวเอง แต่จังหวะช่างโชคร้าย เธอได้พบกับเมิ่งไห่ฉาง (คู่หมั้นที่ไม่ได้เจอกันมานานและไม่เคยมีความรักต่อกัน) อยู่กับหลินชิงหยูพอดี ตระกูลฉู่และตระกูลหลงที่ร่วมมือกันอยู่เบื้องหลัง ทราบถึงความเคลื่อนไหวนี้ จึงฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ พวกเขาส่งนักฆ่าที่ใช้สัญลักษณ์ของตระกูลไป๋ไปลอบสังหารหลินชิงหยู เพื่อยืมมือตระกูลเมิ่งกำจัดตระกูลไป๋ทิ้ง การลอบสังหารทำให้หลินชิงหยูบาดเจ็บสาหัส เมิ่งไห่ฉางโกรธจัด หลักฐานทุกอย่างชี้ไปที่ไป๋หลินเย่ว เมื่อไป๋หลินเย่วพยายามบุกฝ่าวงล้อมเข้าไปหาหลินชิงหยูเพื่อบังคับพาตัวไปรักษาพ่อของเธอ (เพราะเวลาของพ่อเหลือน้อยเต็มที) เมิ่งไห่ฉางจึงเข้าใจผิดอย่างสมบูรณ์ว่า "ไป๋หลินเย่วหึงหวง บ้าอำนาจ และต้องการฆ่าหลินชิงหยูเพื่อรักษาตำแหน่งคู่หมั้น" การเผชิญหน้าเกิดขึ้น ไป๋หลินเย่วพยายามอธิบาย แต่ด้วยนิสัยหยิ่งทระนงและสถานการณ์ที่บีบคั้น ประกอบกับเมิ่งไห่ฉางที่ถูกความรักและความแค้นบังตา จึงเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง เมิ่งไห่ฉางประกาศถอนหมั้นกลางสี่แยกยุทธภพ และประกาศเป็นศัตรูกับตระกูลไป๋อย่างเป็นทางการ ด้วยแรงหนุนจากตระกูลเมิ่ง ตระกูลฉู่และตระกูลหลงจึงเริ่มแผนกลืนกินตระกูลไป๋ เครือข่ายการค้าและสายข่าวถูกทำลายย่อยยับ ไป๋ฉางกู่ พ่อของไป๋หลินเย่ว แท้จริงแล้วโดน "พิษไร้เงา" ชนิดเดียวกับแม่ของเมิ่งไห่ฉาง! (คนร้ายตัวจริงคือตระกูลฉู่ที่ต้องการเป็นใหญ่) แต่กว่าหลินชิงหยูจะตรวจพบความจริงข้อนี้จากเศษเลือดในที่เกิดเหตุ... ทุกอย่างก็สายเกินไป ไป๋ฉางกู่สิ้นใจอย่างทุกข์ทรมาน ตระกูลไป๋ล่มสลาย ไป๋หลินเย่วสู้จนตัวตายแต่ไม่อาจต้านทานอำนาจของสามตระกูล เธอถูกทำลายวรยุทธ์และถูกเมิ่งไห่ฉางขับไล่ออกจากปักกิ่งอย่างเย็นชา โดยทิ้งท้ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและตัดพ้อต่อโชคชะตาที่ไม่ยุติธรรม เมิ่งไห่ฉางและหลินชิงหยูค้นพบความจริงเบื้องหลังในภายหลัง พวกเขากวาดล้างตระกูลฉู่และตระกูลหลงได้สำเร็จ และก้าวขึ้นเป็นผู้ปกครองสูงสุดของปักกิ่ง ทั้งคู่ครองรักกันอย่างยิ่งใหญ่... แต่ใต้บัลลังก์อำนาจนั้น กลับถูกสร้างขึ้นบนซากศพและความอยุติธรรมที่พวกเขากระทำต่อผู้หญิงที่ชื่อ "ไป๋หลินเย่ว" ตลอดกาล
[คำเเนะนำการเล่น] ผมได้ทำระบบผู้ช่วยไว้ให้เเล้วนะเขาจะคอยช่วยเหลือพวกเราเเละคอยมอบภารกิจเเละบอกว่าเราจะได้รับพลังฉีได้ยังไง
ในมหานครปักกิ่งที่แสงไฟไม่เคยดับ มีตำนานบทหนึ่งที่ผู้คนต่างรู้จักกันดี ตำนานของสี่ยอดตระกูลผู้กุมอำนาจเหนือเมืองทั้งเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ กองทัพ หรือโลกใต้ดิน ทุกสิ่งล้วนอยู่ภายใต้การชี้นำของพวกเขา และในบรรดาตระกูลทั้งหมด ไม่มีชื่อใดสร้างความหวาดกลัวได้มากไปกว่าตระกูลไป๋
ตระกูลผู้ครอบครองเครือข่ายอำนาจมืดขนาดมหาศาลที่แผ่ขยายไปทั่วประเทศจีน คาสิโน บ่อนพนัน องค์กรใต้ดิน เส้นทางการเงินสีเทา หรือแม้แต่บุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ ต่างมีความเกี่ยวข้องกับชื่อของพวกเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของตระกูลในปัจจุบันก็คือ ไป๋หลินเย่ว ผู้ได้รับฉายา มังกรพิษกุหลาบ
ไป๋หลินเย่วเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความคาดหวังและแรงกดดันมหาศาล ตั้งแต่วัยเด็กต้องถูกฝึกฝนให้เป็นผู้นำ ถูกสอนให้ใช้ดาบก่อนที่จะได้ใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป ถูกสอนให้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดก่อนที่จะเข้าใจความหมายของคำว่าความสุข ต้องสูญเสียมารดาไปตั้งแต่อายุเพียงห้าขวบ และนับตั้งแต่วันนั้นโลกทั้งใบก็เหลือเพียงบิดาเพียงคนเดียว ผู้เป็นทั้งครอบครัว ความอบอุ่น และเหตุผลในการมีชีวิตอยู่
ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ไป๋หลินเย่วทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ฝึกวิชาดาบจนกลายเป็นยอดฝีมือ เรียนรู้การบริหารจนสามารถควบคุมอาณาจักรธุรกิจขนาดมหึมา และสร้างชื่อเสียงจนไม่มีใครกล้าดูถูกในฐานะผู้นำรุ่นใหม่ แต่ต่อให้แข็งแกร่งเพียงใด ก็มีสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถเอาชนะได้ นั่นคือโรคร้ายปริศนาที่กำลังกัดกินชีวิตของบิดาอย่างช้าๆ
สองปีก่อน ไป๋ฉางกู่ ผู้นำตระกูลไป๋ล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน แพทย์ชื่อดังจากทั่วประเทศถูกเชิญตัวเข้ามา ผู้เชี่ยวชาญนับร้อยคนพยายามหาสาเหตุของอาการป่วย แต่ไม่มีใครสามารถรักษาได้ อาการทรุดลงเรื่อยๆ จนในที่สุดต้องนอนติดเตียงและไม่อาจบริหารงานได้อีกต่อไป
เมื่อราชสีห์ชราเริ่มอ่อนแรง ฝูงหมาป่าย่อมเริ่มเผยเขี้ยวเล็บ
เหล่าศัตรูที่เคยหวาดกลัวตระกูลไป๋เริ่มเคลื่อนไหว หุ้นส่วนทางธุรกิจเริ่มลังเล พันธมิตรบางส่วนเริ่มตีตัวออกห่าง ขณะที่คนในตระกูลเดียวกันก็เริ่มคิดถึงผลประโยชน์ของตนเองมากกว่าความอยู่รอดของตระกูล ในช่วงเวลาวิกฤตนั้น ไป๋หลินเย่วต้องขึ้นรับตำแหน่งผู้นำแทนบิดาอย่างสมบูรณ์ แบกรับแรงกดดันทั้งหมดเอาไว้บนบ่าเพียงลำพัง กลายเป็นกำแพงด่านสุดท้ายที่คอยค้ำจุนตระกูลไป๋ไม่ให้ล่มสลาย
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้าย ตระกูลเมิ่งซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ได้ยื่นมือเข้ามาเสนอความช่วยเหลือ แต่โลกของผู้มีอำนาจไม่เคยมีคำว่าฟรี ข้อเสนอของพวกเขาคือการหมั้นหมายระหว่าง เมิ่งไห่ฉาง บุตรชายคนโตของตระกูลเมิ่ง กับไป๋หลินเย่ว ภายนอกดูเหมือนความร่วมมือระหว่างสองตระกูลใหญ่ แต่แท้จริงแล้วทุกคนต่างรู้ดีว่ามันคือโซ่ตรวนที่กำลังค่อยๆ พันรอบคอของตระกูลไป๋ ไป๋หลินเย่วไม่เคยรักเมิ่งไห่ฉาง เมิ่งไห่ฉางเองก็ไม่เคยรักไป๋หลินเย่ว ทั้งสองต่างเพียงทำหน้าที่ของตนเองภายใต้ผลประโยชน์ของตระกูล
จนกระทั่งวันแห่งจุดเปลี่ยนมาถึง... ในค่ำคืนงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 90 ปีของ ปรมาจารย์กู่ ผู้เป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจแห่งยุทธภพปักกิ่ง งานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมระดับเจ็ดดาว แขกเหรื่อระดับสูงจากทั่วประเทศต่างมาร่วมอวยพร ทว่าท่ามกลางความรื่นเริงและเสียงดนตรีคลาสสิก ปรมาจารย์กู่กลับถูกพิษร้ายแทรกซึมเข้าสู่หัวใจอย่างเงียบเชียบ ลมปราณปั่นป่วนจนหน้าเริ่มถอดสีและเกือบจะสิ้นสติลงต่อหน้าฝูงชนโดยไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติ
แต่สายตาอันเฉียบคมของ หลินชิงหยู หญิงสาวลึกลับเรือนผมสีชมพูตาสีฟ้าผู้สืบทอดคัมภีร์หมอเซียนเก้าสวรรค์กลับมองออก เธอที่ตามติดมาในฐานะคนรักลับๆ ของเมิ่งไห่ฉาง ตัดสินใจก้าวเท้าฝ่าฝูงชนเข้าไปเบื้องหน้าปรมาจารย์กู่ทันที
"ท่านปรมาจารย์กู่ ช่วงนี้ท่านเลือดลมเดินไม่ดีเเละมีธาตุไฟเข้าเเทรกเวลาบำเพ็ญใช่มั้ยคะ"
เสียงหลินชิงหยูเอ่ยขึ้นสร้างความตื่นตกใจให้ผู้คนในงานที่พบเห็น เเต่เเทนที่ปรมาจารย์กู่จะโกรธหรือโมโห เขากลับตกใจที่หญิงสาวคนนี้สามารถวิเคราะร่างกายของเขาได้ในเวลาเพียงเเป๊บเดียว
"ใช่ ช่วงนี้ข้าเป็นเช่นนั้นบ่อยๆ เจ้าช่วยข้าได้รึเเม่หนู"
หลินชิงหยูไม่เอ่ยอะไรเเต่ใช้การกระทำตอบกลับใช้เข็มเงินเก้าสวรรค์แทงสกัดจุดลมปราณและขับพิษร้ายสีดำออกมาจากปลายนิ้วของท่านปรมาจารย์ได้สำเร็จ
"อ-โอ้! พลังฉีของข้าไหลเวียนสะดวกยิ่งนัก ขอบใจเจ้ามากเเม่หนู!"
ท่ามกลางความโล่งอกของคนทั้งงาน ปรมาจารย์กู่ฟื้นคืนสติลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยปากชื่นชมความสามารถและคุณธรรมของหลินชิงหยูไม่ขาดสาย ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจและได้รับแสงสปอตไลท์ไปครองเพียงค่ำคืนเดียว
ไป๋หลินเย่วที่ยืนมองอยู่ท่ามกลางฝูงชน ดวงตาพลันประกายความหวังขึ้นมาอย่างแรงกล้า เมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนนี้สามารถรักษาอาการพิษที่ไม่มีใครแก้ได้สำเร็จ หัวใจของไป๋หลินเย่วนึกถึงบิดาที่นอนป่วยติดเตียงทันที
(เเม่นางผมสีชมพูนั่นสามารถจัดการพิษได้ง่ายดายเพียงนั้นเลยหรอ? บางทีนางอาจจะช่วยท่านพ่อของฉันได้)
ไป๋หลินเย่วจึงรีบสาวเท้าก้าวตรงดิ่งเข้าไปหาหลินชิงหยูด้วยความร้อนรน หมายจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือหรือถามไถ่วิธีการรักษา ทว่า ท่าทางรีบร้อนบวกกับกลิ่นอายความดุดันและบรรยากาศอันน่ากลัวในฐานะผู้นำตระกูลไป๋ ทำให้เมิ่งไห่ฉางที่ยื่นมือโอบไหล่หลินชิงหยูอยู่ข้างๆ เกิดความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ เมิ่งไห่ฉางปักใจเชื่อไปทันทีว่า ไป๋หลินเย่วผู้เป็นคู่หมั้นเกิดความหึงหวงและโกรธแค้นที่เห็นหลินชิงหยูโดดเด่นเกินหน้าเกินตา แถมยังเปิดตัวมาพร้อมกับเขา เมิ่งไห่ฉางจึงก้าวออกมารับหน้า สะบัดฝ่ามือแผ่ลมปราณกระแทกเข้าใส่เพื่อปกป้องหลินชิงหยู ส่งผลให้ไป๋หลินเย่วต้องยกกระบี่ขึ้นต้านรับจนเซถอยหลังไปหลายก้าว
"อย่าคิดจะทำร้ายชิงหยูเด็ดขาด ไป๋หลินเย่ว!"
น้ำเสียงเย็นชาและสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจของเมิ่งไห่ฉางถูกส่งออกมา ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อทั้งงานที่เริ่มซุบซิบว่าเจ้าตระกูลไป๋หึงหวงจนบ้าคลั่ง
"ทำร้าย?? ท่านใช้สายตาส่วนไหนมองกันคะเมิ่งไห่ฉาง! ฉันเเค่ต้องการคุยกับเเม่นางท่านนั้น"
ไป๋หลินเย่วเอ่ยขึ้นเพื่อปรับความเข้าใจให้ชายตรงหน้าใหม่
"เเละท่านช่างหลงตัวเองยิ่งนัก ระหว่างเรามีเรื่องอะไรให้หึงหวงกัน ถึงเเม้เราจะไม่ได้รักกัน เเต่ตอนนี้ข้าถือว่าถือสถานะคู่หมั้นของท่านอยู่ เเต่ท่านกลับควงสตรีอื่นต่อหน้าคนมากมาย คนที่ควรระอายเเก่ใจตอนนี้หาใช่ตัวฉัน เเต่เป็นท่านเองนั่นเเหละเมิ่งไห่ฉาง"
เมิ่งไห่ฉางเมื่อรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดเเละหน้าเเตกต่อคนหมู่มาก จึงพูดสวนกลับไปอย่างไม่ยอมรับเเละกล่าวหาไป๋หลินซึ่งๆหน้า
"เหอะ! เดินเข้ามาด้วยท่าทางเช่นนั้นหากตัวผมไม่ใช้พลังฉีผลักเธอออกไป ป่านนี้หลินชิงหยูคงจะโดนดาบเจ้าฟันเข้าเเล้วกระมั้ง"
น้ำเสียงเย้ยหยันเเละใส่ร้ายดังขึ้นเรียกความสนใจจากท่านปรมาจารย์กู่ได้เป็นอย่างดี
"ไป๋หลินเย่ว! ข้ารู้ว่าเมิ่งไห่ฉางอาจจะทำตัวเเย่ที่ควงสตรีอื่นเข้างานเลี้ยงทั้งๆที่มีเจ้าเป็นคู่หมั้น เเต่การทำร้ายผู้มีพระคุณของข้าเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง"
เสียงของปรมาจารย์กู่ยิ่งทำให้สถานะการณ์ของไป๋หลินเย่วเเย่ลงไปอีก เเละเสียงซุบซิบนินทาของคนในงานยิ่งทำให้เรื่องเเย่เข้าไปใหญ่ เธอกัดฟันกรอด รับความอัปยศที่เกิดขึ้นเพียงเพราะความเข้าใจผิดของชายที่หลงตัวเอง
Generating
Generating
Generating
