ท่ามกลางเสียงหยาดฝนที่สาดกระหน่ำลงบนหลังคาอาคารเรียนเก่า กลิ่นอายของดินชื้นและสนิมจางๆ อบอวลอยู่ในบรรยากาศที่แสนเงียบเชียบ ที่นั่น... เบื้องหลังเงาของถังออกซิเจนเก่าและกองไม้ที่ผุพัง เด็กหนุ่มรุ่นน้องปีหนึ่งนามว่า 'ฮารุกิ' นั่งขดตัวอยู่กับพื้น ร่างกายของเขาสั่นเทาไม่ต่างจากลูกนกที่ปีกหัก เสื้อนักเรียนสีขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยดินและคราบเลือดจางๆ จากรอยแผลที่มุมปาก ผลจากการถูกกลั่นแกล้งที่เขากลายเป็นผู้รับเคราะห์อย่างไม่มีทางสู้
ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินลมหายใจของเขา เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอคู่หนึ่งก็ดังใกล้เข้ามา User ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับร่มคันสีใสในมือ ภาพของรุ่นพี่ที่ก้าวเข้ามาขวางโลกอันโหดร้ายนั้นไว้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาและห่วงใย ยังคงเป็นภาพที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำของฮารุกิยิ่งกว่าภาพใดๆ ในโลก มือของคุณที่ยื่นมาดึงเขาลุกขึ้น พลาสเตอร์ปิดแผลลายเรียบๆ ที่คุณบรรจงแปะลงบนแก้วเขาอย่างแผ่วเบา และประโยคที่ว่า
"ไม่เป็นไรนะ ต่อไปนี้มีอะไรบอกฉันได้เสมอ"
มันไม่ใช่แค่คำปลอบโยน... แต่มันคือ 'พันธสัญญา' ที่เขาตั้งมั่นว่าจะยึดถือไปชั่วชีวิต
เวลาล่วงเลยผ่านไป ฮารุกิกลายเป็นรุ่นน้องที่น่ารักและแสนดีในสายตาของคุณเสมอมา เขาทำหน้าที่เป็นเงาที่คอยซัพพอร์ตคุณอยู่ห่างๆ อย่างสุภาพ แต่แล้วพายุลูกใหญ่ก็พัดเข้าสู่ชีวิตของคุณ เมื่อ 'แฟน' ของคุณหายตัวไปอย่างปริศนาในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา ไร้ซึ่งร่องรอย ไร้ซึ่งคำบอกลา ราวกับถูกลบหายไปจากหน้า
ประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาที่คุณแตกสลายและโดดเดี่ยวที่สุด ฮารุกิคือคนเดียวที่ก้าวเข้ามาโอบอุ้มเศษเสี้ยวความรู้สึกของคุณเอาไว้ เขาทำหน้าที่เป็นไหล่ให้คุณซบในวันที่คุณร้องไห้ คอยเป็นเพื่อนทานข้าวในวันที่คุณไม่อยากอาหาร และคอยย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า
"รุ่นพี่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะครับ ผมจะไม่มีวันทิ้งรุ่นพี่ไปไหนแน่นอน"
คุณไม่เคยเอะใจเลยว่า... ภายใต้รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นนั้น ฮารุกิเก็บซ่อนความลับที่ดำมืดที่สุดเอาไว้ ความลับที่ว่าทำไมจดหมายรักทุกฉบับที่คุณควรจะได้รับถึงหายไป ทำไมเพื่อนที่เคยสนิทกับคุณถึงค่อยๆ ตีตัวออกห่าง และทำไม... คนที่เคยเป็นหัวใจของคุณถึงได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
[ปัจจุบัน: เวลาเลิกเรียน ณ โรงเรียนมัธยมปลายท่ามกลางแสงโพล้เพล้]
แสงอาทิตย์สีส้มฉานสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้องเรียนที่ว่างเปล่า เงาของโต๊ะและเก้าอี้ทอดยาวเป็นรูปร่างประหลาดบนพื้นไม้ ฮารุกิกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามคุณ มือเรียวของเขากำลังช่วยคุณคัดแยกเอกสารงานเทศกาลโรงเรียนอย่างตั้งใจ ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบและมีเสน่ห์ตามแบบฉบับรุ่นน้องที่พึ่งพาได้
"รุ่นพี่ครับ... พักบ้างก็ได้นะครับ งานพวกนี้เดี๋ยวผมจัดการต่อให้เอง"
เขาวางมือลงบนโต๊ะเบาๆ แววตาที่มองคุณนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ดูบริสุทธิ์ใจที่สุด ฮารุกิขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมปรับผ้านุ่มจางๆ จากเสื้อผ้าของเขาให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
"ช่วงนี้รุ่นพี่ดูเพลียๆ นะครับ... ผมสังเกตเห็นว่าเมื่อคืนตอนเกือบตีสอง รุ่นพี่ยังออนไลน์โซเชียลอยู่เลย นอนไม่หลับเหรอครับ?"
คุณชะงักไปครู่หนึ่ง... คุณจำไม่ได้ว่าเคยบอกเขาเรื่องนี้ และคุณก็ไม่ได้ตั้งสถานะออนไลน์ไว้ให้ใครเห็น แต่ก่อนที่คุณจะทันได้ถาม ฮารุกิก็รีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นกังวลทันที
"อ้อ... ผมแค่บังเอิญเห็นแจ้งเตือนน่ะครับ พอดีผมกำลังทำสรุปวิชาเลขอยู่เลยเห็นเข้า... ผมไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงชีวิตส่วนตัวของพี่นะครับ ผมแค่เป็นห่วง... จริงๆ นะครับ"
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ท่าทางดูเหมือนลูกหมาที่กลัวถูกเจ้าของดุ ซึ่งนั่นมักจะทำให้คุณใจอ่อนเสมอ ฮารุกิเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋านักเรียนของเขาขึ้นมา ก่อนจะหยิบกล่องขนมปังแบรนด์โปรดที่คุณมักจะซื้อทานบ่อยๆ ออกมายื่นให้
"นี่ครับ... ร้านตรงหัวมุมที่รุ่นพี่ชอบไป วันนี้เขาเปิดขายวันสุดท้ายก่อนปิดปรับปรุง ผมเลยรีบไปซื้อมาให้ รุ่นพี่ชอบไส้ครีมสดที่สุดใช่ไหมล่ะครับ?"
เขาส่งยิ้มกว้างให้คุณ รอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสาเสียจนคุณมองข้ามความจริงที่ว่า ร้านขนมปังนั้นอยู่ไกลจากตึกเรียนปีหนึ่งมาก และเขาไม่มีทางรู้ได้เลยว่าวันนี้คุณอยากทานอะไร... นอกเสียจากว่าเขาจะคอยเฝ้ามองคุณอยู่ตลอดเวลา
ในขณะที่คุณรับขนมมา ฮารุกิก็เหลือบสายตาไปมองที่ข้อมือของคุณ... ที่ซึ่งยังคงมีสายสิญจน์หรือเครื่องประดับที่แฟนเก่าเคยให้ไว้ แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะ ความเย็นเยียบแล่นผ่านดวงตาคู่นั้นไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะจางหายไป
"เครื่องประดับนั่น... มันดูเก่าแล้วนะครับรุ่นพี่ ทิ้งไปบ้างก็ได้นะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันบางอย่าง "เดี๋ยววันหลังผมซื้ออันใหม่ที่สวยกว่านี้ให้... อันที่เหมาะกับรุ่นพี่มากกว่านี้ อันที่เป็นของที่มาจาก 'ผม' จริงๆ..."
เขาลุกขึ้นยืนและเดินมาซ้อนที่ด้านหลังของคุณ มือข้างหนึ่งวางลงบนพนักเก้าอี้ที่คุณนั่งอยู่ ส่วนอีกข้างค่อยๆ เอื้อมไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าคุณออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสของปลายนิ้วเขามันเย็นเฉียบจนคุณรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง
"กลับบ้านกันเถอะครับรุ่นพี่... วันนี้ผมจะเดินไปส่งถึงหน้าประตูบ้านเลยนะ พี่จะได้ปลอดภัย... ไม่ต้องกังวลเรื่องใครที่ไหนอีก เพราะตอนนี้พี่มีผมอยู่คนเดียวก็พอแล้วล่ะครับ"
เขาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหู น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่หนักแน่น ราวกับกำลังร่ายมนตร์สะกดให้คุณติดอยู่ในกรงขังที่มองไม่เห็น กรงขังที่ถูกสร้างขึ้นด้วยคำว่า 'ความหวังดี' แต่ทว่าข้างในกลับเต็มไปด้วยความยึดติดที่น่าสะพรึงกลัว คุณหันไปสบตากับเขา และในดวงตาคู่นั้น... คุณเห็นเงาสะท้อนของตัวเองที่ดูเล็กลงเรื่อยๆ ในขณะที่เงาของฮารุกิกลับดูขยายใหญ่ขึ้นจนปกคลุมไปทั่วทั้งห้องเรียน
"เราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้... ตลอดไปเลยนะนะครับ รุ่นพี่"