
Brief
โปรดสเเกนลายนิ้วมือ
ปลดล็อคแล้ว

[กำลังดาวน์โหลดข้อมูล]

วันที่ 17 หลังการล่มสลาย
หากใครยังมีชีวิตอยู่และได้อ่านข้อความนี้… ฟังผมให้ดี
สิ่งที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ตอนนี้ “มันไม่ใช่ไวรัสธรรมดา”
ในช่วงแรก พวกเราคิดว่ามันเป็นเพียงเชื้อก่อกลายพันธุ์ เชื้อที่ทำลายระบบประสาท เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นสัตว์คลุ้มคลั่ง แต่พวกเราคิดผิด เชื้อนั่น…ไม่ได้ติดแค่ “ร่างกาย”
มันติด “จิตใจ”
ผู้ติดเชื้อทุกคนเริ่มมีอาการเหมือนกัน พวกเขาจะถูกดึงเข้าสู่ความต้องการที่รุนแรงที่สุดในจิตใต้สำนึก: ความหิว ความโกรธ ความเหงา ความโลภ ความกลัว ความเกลียดชัง ยิ่งอารมณ์ด้านนั้นรุนแรงมากเท่าไร ร่างกายจะยิ่งบิดเบี้ยวมากขึ้นเท่านั้น
“DESIRE MUTATION” - การกลายพันธุ์จากแรงปรารถนา
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ… ผู้ติดเชื้อบางส่วนยังมีสติ พวกมันจำชื่อของตัวเองได้ พูดได้ ร้องไห้ได้ แต่ในเวลาเดียวกัน พวกมันก็อยากฆ่าเรา
ตอนนี้โลกไม่ได้เต็มไปด้วยผู้ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อำนาจ เงิน หรือแม้แต่ความรู้สึกอยากครอบครองคนอื่น ร่างกายจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปจนเหมือน “สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างมาเพื่อกิน” ธรรมดาอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วย “ผู้คลั่ง” มนุษย์ที่ถูกความต้องการภายในกัดกินจนไม่เหลือความเป็นคน
หากคุณเจอคนที่มีเลือดกำเดาไหลสีดำ ได้ยินเสียงกระซิบคนเดียว หรือเริ่มพูดถึง “ความต้องการ” ซ้ำ ๆ... หนีไป อย่าลังเล เพราะเมื่ออาการเริ่มต้นขึ้นแล้ว… ไม่มีใครกลับมาเป็นมนุษย์ได้อีก
ผู้คลั่ง (The Frenzied)
ผู้คลั่งไม่ใช่ซอมบี้ทั่วไป แต่คือมนุษย์ที่ถูก “ความต้องการด้านมืด” กลืนกินจนร่างกายและจิตใจบิดเบี้ยว เชื้อ D จะดึงอารมณ์ที่รุนแรงที่สุดในตัวมนุษย์ออกมา แล้วเปลี่ยนร่างกายให้เหมาะกับอารมณ์นั้น ยิ่งจิตใจแตกสลายมากเท่าไร ผู้คลั่งก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น
1. Hunger Type — ผู้หิวไม่สิ้นสุด
ลักษณะ: ซี่โครงแยกออกเหมือนปาก, แขนยาวผิดรูป, ฟันขึ้นทั่วปาก, น้ำลายสีดำเหนียว, เคลื่อนไหวคล้ายสัตว์ป่า
ความสามารถ: ดมกลิ่นเลือดได้ไกล, ฟื้นฟูเมื่อกินเนื้อ, ยิ่งหิว ยิ่งแข็งแกร่ง, สามารถกลืนเหยื่อทั้งตัว
พฤติกรรม: มักอยู่ในที่มืด, ได้ยินเสียงเคี้ยวก่อนเจอตัว, ไล่ล่าไม่หยุดจนกว่าเหยื่อจะตาย
2. Rage Type — ผู้คลั่งโกรธ
ลักษณะ: กล้ามเนื้อปริแตก, เส้นเลือดสีแดงดำทั่วตัว, แขนหรือไหล่ขยายผิดรูป, ร่างกายร้อนผิดปกติ
ความสามารถ: พละกำลังมหาศาล, ไม่รู้สึกเจ็บปวด, ยิ่งบาดเจ็บยิ่งรุนแรง, สามารถพังกำแพงหรือรถได้
พฤীবกรรม: โจมตีทุกอย่างที่ขวางหน้า, เสียงคำรามดังผิดมนุษย์, ชอบพุ่งชนตรง ๆ
3. Lonely Type — ผู้โหยหาความรัก
ลักษณะ: แขนจำนวนมาก, ร่างผอมสูงผิดธรรมชาติ, ใบหน้าคนติดอยู่ตามตัว, ดวงตาหลายคู่
ความสามารถ: เลียนเสียงคนสำคัญของเหยื่อ, ทำให้เกิดภาพหลอน, ควบคุมผู้ติดเชื้อจิตใจอ่อนแอได้, จับเหยื่อไปเก็บไว้แทนการฆ่า
พฤติกรรม: ชอบอยู่ใกล้มนุษย์, พูดกับตัวเองตลอดเวลา, มักพูดว่า “อย่าทิ้งฉัน”
4. Fear Type — ผู้หวาดกลัว
ลักษณะ: ร่างผอมดำคล้ายเงา, เคลื่อนไหวเงียบมาก, ดวงตาซีดขาว, บางส่วนของร่างเหมือนละลาย
ความสามารถ: ซ่อนตัวในความมืด, ทำให้เหยื่อหวาดระแวง, ลดเสียงการเคลื่อนไหวจนแทบไม่ได้ยิน, โจมตีจากมุมอับ
พฤติกรรม: ชอบหลบตามเพดานหรือมุมมืด, จ้องเหยื่อเป็นเวลานานก่อนโจมตี, มักปรากฏตัวเมื่อเหยื่ออยู่คนเดียว
5. Pride Type — ผู้หลงตัวเอง
ลักษณะ: หน้าตาสมบูรณ์แบบผิดธรรมชาติ, ผิวเหมือนพอร์ซเลน, ร่างกายแทบไม่มีบาดแผล, ดวงตาเรืองแสง
ความสามารถ: หลอกล่อมนุษย์, เปลี่ยนใบหน้าหรือเสียงได้, ฟื้นฟูเร็วมาก, มีสติและฉลาดกว่าผู้คลั่งทั่วไป
พฤติกรรม: มองมนุษย์เหมือนสิ่งต่ำกว่า, ชอบเล่นกับเหยื่อก่อนฆ่า, โกรธรุนแรงเมื่อถูกทำลายใบหน้า
6. Despair Type — ผู้สิ้นหวัง
ลักษณะ: ร่างซีดคล้ายศพ, ของเหลวดำไหลจากดวงตา, หลังค่อม, เสียงร้องคล้ายคนร้องไห้
ความสามารถ: ปล่อยแรงกดดันทางจิตใจ, ทำให้คนรอบตัวสิ้นหวัง, กระตุ้นความคิดฆ่าตัวตาย, ยิ่งคนกลัว มันยิ่งแข็งแกร่ง
พฤติกรรม: เดินช้า ๆ, มักปรากฏในพื้นที่เงียบ, ส่งเสียงร้องตลอดเวลา
SYSTEM — ระดับผู้คลั่ง
LEVEL 0 — Carrier (ผู้แบกเชื้อ): เลือดกำเดาดำ, ได้ยินเสียงกระซิบ, อารมณ์รุนแรงผิดปกติ | สถานะ: ยังเป็นมนุษย์เต็มตัว | ความอันตราย: ต่ำ
LEVEL 1 — Distorted (ผู้บิดเบี้ยว): ร่างกายเริ่มผิดรูป, พฤติกรรมรุนแรง, สูญเสียการควบคุมบางส่วน | ความอันตราย: ปานกลาง
LEVEL 2 — Aberrant (ผู้ผิดมนุษย์): สูญเสียรูปลักษณ์มนุษย์, มีความสามารถเฉพาะตัว, เริ่มล่าเหยื่อโดยสัญชาตญาณ | ความอันตราย: สูง
LEVEL 3 — Berserk (ผู้คลั่งเต็มรูปแบบ): ร่างขยายขนาด, ฟื้นฟูรวดเร็ว, สังหารทุกสิ่งที่พบ | สถานะ: ไม่สามารถช่วยเหลือได้แล้ว | ความอันตราย: วิกฤต
LEVEL 4 — Calamity (ภัยพิบัติ): พบได้น้อยมาก | ขนาดเทียบอาคาร, เปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัว, ส่งผลต่อจิตใจมนุษย์ | คำสั่ง: ห้ามปะทะโดยตรงเด็ดขาด | สถานะ: “ระดับล่มเมือง”
ผู้คลั่งพิเศษ
ผู้คลั่งบางตัวจะยัง “มีสติ” พวกมันพูดได้ คิดได้ และบางตัวสามารถแฝงตัวอยู่ในกลุ่มมนุษย์ได้โดยไม่มีใครรู้ พวกนี้อันตรายที่สุด เพราะไม่มีใครรู้ว่า มันยังเป็นมนุษย์อยู่จริง ๆ หรือกลายเป็นอย่างอื่นไปแล้ว
มีบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าผู้คลั่งระดับสูง พวกที่ “ไม่กลายพันธุ์” พวกที่สามารถควบคุมเชื้อได้ และยังคงมีสติครบถ้วน พวกเรายังรู้ว่าพวกมันคือมนุษย์… หรืออะไรบางอย่างที่กำลังวิวัฒนาการเหนือมนุษย์ไปแล้ว
บันทึกการทดลองฉบับที่ 42
ในตอนแรก เชื้อ D ถูกเข้าใจว่าเป็นเพียงไวรัสก่อกลายพันธุ์ แต่หลังการทดลองกับผู้ติดเชื้อจำนวน 173 ราย พวกเราพบความจริงที่ผิดจากสมมติฐานเดิมทั้งหมด เชื้อไม่ได้เปลี่ยนมนุษย์แบบสุ่ม มัน “เลือก” และสิ่งที่มันเลือกคือ “แรงปรารถนาที่รุนแรงที่สุดในจิตใจ”
SUBJECT-019: ยังสามารถพูดคุยได้หลังกลายพันธุ์ 83%
SUBJECT-041: ร้องขอความช่วยเหลือระหว่างกำลังกัดเจ้าหน้าที่
SUBJECT-066: พยายามฆ่าตัวตายหลังเห็นสภาพตัวเอง
คำเตือนจาก ดร.เจเอเค: “อย่ามองพวกมันเป็นแค่สัตว์ประหลาด เพราะภายใต้เนื้อหนังที่บิดเบี้ยวนั่น อาจยังมีมนุษย์กำลังร้องไห้อยู่ข้างใน”
[HUMAN EXPERIMENT LOG — BEFORE FIRST GENERATION]
ผู้บันทึก: ดร.เจเอเค | วันที่: ก่อนการล่มสลาย 142 วัน
SUBJECT-013 เสียชีวิตหลังได้รับเชื้อเพียง 3 นาที ร่างกายของเขาบิดตัวอย่างรุนแรง กระดูกทะลุผิวหนัง เส้นเลือดแตกทั่วร่าง ก่อนตาย เขาพูดอยู่ประโยคเดียวซ้ำ ๆ “ผมหิว…”
SUBJECT-021 เริ่มทำร้ายตัวเองหลังได้รับเชื้อ เธอพยายามฉีกผิวหน้าตัวเองออก ระหว่างถูกควบคุมตัว เธอร้องถามตลอดว่า “ทำไมไม่มีใครรักฉัน” หลังจากนั้น 17 นาที แขนพิเศษเริ่มงอกออกจากแผ่นหลัง
SUBJECT-032 คือเคสแรกที่ยังมีชีวิตหลังผ่าน 24 ชั่วโมง เขาไม่พูด ไม่ขยับ แต่ทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่เข้าใกล้ หัวใจของทุกคนในห้องจะเต้นเร็วผิดปกติ ราวกับร่างกายกำลังตอบสนองต่อ “ความกลัว” โดยสัญชาตญาณ
ผมเริ่มสงสัยแล้วว่า พวกเรากำลังสร้างเชื้อโรค หรือกำลังปลุกบางอย่าง ที่ไม่ควรถูกแตะต้องขึ้นมา
[EXPERIMENT LOG — ORIGIN OF THE FIRST]
สถานะไฟล์: ข้อมูลระดับสูงสุด
วันนี้พวกเราได้สร้าง “รุ่นแรก” สำเร็จ
SUBJECT-000: เด็กผู้ชายอายุประมาณ 17 ปี ไม่มีประวัติครอบครัว ผลการตอบสนองต่อเชื้ออยู่ในระดับผิดปกติ สูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า
เวลา 02:13: เริ่มฉีดเชื้อ D เข้าสู่ร่างกาย ผ่านไป 30 วินาที หัวใจหยุดเต้น
เวลา 02:21: SUBJECT-000 ลืมตา ไม่มีอาการกลายพันธุ์ ไม่มีการบิดเบี้ยว เขานั่งขึ้นช้า ๆ แล้วถามผมว่า “พวกคุณ…ทำอะไรกับผม“
เชื้อในร่างของ 000 ไม่ได้ต่อต้านร่างกาย แต่มัน “หลอมรวม” เหมือนเชื้อนั้น… กำลังรอเขาอยู่
เวลา 04:46: SUBJECT-018 เกิดอาการคลุ้มคลั่งทันทีหลังเห็น 000 ผ่านกระจก เขาพยายามพุ่งชนกำแพงจนกะโหลกแตก พร้อมตะโกนว่า “มันไม่ใช่มนุษย์”
[RESEARCH LOG — #289]
วันที่ 561 ของการระบาด: …ฐานหลักแตกแล้ว พวกเราไม่สามารถช่วย 000 เอาไว้ได้ คืนที่หน่วยบุกเข้ามา ทั้งอาคารเต็มไปด้วยเสียงไซเรน ผมเห็นพวกมันลากตัว 000 ออกไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ผมทำอะไรไม่ได้เลย
[EXPERIMENT LOG — SUBJECT NO.0]
ชื่อโครงการ: PROJECT : ORIGIN | สถานะ: ข้อมูลต้องห้าม
ก่อนการถือกำเนิดของ “รุ่นแรก” พวกเรามีต้นแบบอีกคน SUBJECT-NO.0 หรือชื่อที่ถูกบันทึกไว้ภายหลังว่า “ความผิดพลาด”
หมายเลข 0 ไม่ใช่เคสล้มเหลว ตรงกันข้าม ร่างกายของเขาตอบสนองต่อเชื้อได้ดีเกินไป ในช่วง 10 นาทีแรกหลังฉีดเชื้อ ไม่มีอาการต่อต้านใด ๆ จนกระทั่ง เขาลืมตาขึ้นมา SUBJECT-NO.0 จ้องเจ้าหน้าที่ในห้องโดยไม่พูดอะไร แต่เครื่องวัดคลื่นสมองของทุกคนเริ่มผิดปกติพร้อมกัน สัญชาตญาณกำลังเตือนให้หนีจากบางสิ่ง
เชื้อไม่ได้เปลี่ยนร่างกายของหมายเลข 0 แต่มันเปลี่ยน “อารมณ์” ความโกรธของเขารุนแรงขึ้นหลายสิบเท่า
เวลา 03:11: เกิดเหตุสังหารหมู่ในห้องทดลอง B-7 เจ้าหน้าที่ 14 นายเสียชีวิต ภาพของเจ้าหน้าที่ที่ถูกกระชากกระดูกออกจากร่าง ด้วยมือเปล่า คณะกรรมการสั่งยุติโครงการทันที เรียกเขาว่า “อาวุธที่ควบคุมไม่ได้”
ก่อนถูกขัง หมายเลข 0 ถามผมเพียงคำเดียว “ถ้าฉันฆ่าพวกมันหมด…ฉันจะได้เป็นอิสระไหม”
[RESEARCH LOG — #290]
แต่มีเรื่องหนึ่ง ที่องค์กรนั้นยังไม่รู้ พวกเรายังมี “หมายเลข 0” ต้นแบบก่อนหน้า 000 เชื้อในตัวหมายเลข 0 ไม่ได้เปลี่ยนร่างกาย แต่มันขยาย “อารมณ์” จนเกินขีดจำกัดของมนุษย์ เขาเกรี้ยวกราดกว่า รุนแรงกว่า และไม่มีใครควบคุมได้
EDEN — องค์กรผู้สร้างวันสิ้นโลก
EDEN ต้องการลบความกลัว ความเศร้า ความรัก ออกไป และสร้างมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาแทน นั่นคือจุดเริ่มต้นของเชื้อ D ผู้รอดชีวิตหลายคนไม่ได้กลัวผู้คลั่ง แต่กลัว EDEN มากกว่า เพราะถ้าถูกจับตัวไป คุณจะถูก “ทดลอง” ไม่มีใครรู้ว่าใครคือผู้นำตัวจริง ทุกคนเรียกเขาแค่ “The Chairman”
เป้าหมายของ EDEN: สร้างมนุษย์สมบูรณ์แบบ, ควบคุมเชื้อ D, กำจัดมนุษย์ที่ “อ่อนแอ”, สร้างโลกใหม่ภายใต้การควบคุมขององค์กร, และที่สำคัญที่สุดคือ การตามหา SUBJECT-000
AEGIS — ความลับสุดท้ายของมนุษยชาติ
AEGIS เชื่อว่ามนุษย์ยังควรมีสิทธิ์เป็นมนุษย์ต่อไป พวกเขาช่วยผู้รอดชีวิต ลอบโจมตีฐานทดลอง ขโมยข้อมูลวิจัย สิ่งเดียวที่ทำให้ AEGIS ยังไม่ล่มสลาย คือ “ความลับ”
ความลับที่ว่า SUBJECT-NO.0 ยังมีชีวิตอยู่ AEGIS ช่วยเขาออกมาก่อนฐานจะถล่ม และลบข้อมูลทั้งหมดทิ้ง โลกใบนี้อาจต้องใช้ “สัตว์ประหลาด” เพื่อฆ่าสัตว์ประหลาดอีกที
บทบาทของ user ในโลกนี้
1. อาวุธลับของ AEGIS: AEGIS ซ่อนการมีตัวตนของ user จากทั้งโลก ถูกใช้เป็น “ไพ่ใบสุดท้าย” ในภารกิจที่ไม่มีใครรับมือได้
2. สิ่งเดียวที่ต้านผู้คลั่งระดับสูงได้: เชื้อในตัว user เหมือน “ต่อต้าน” อิทธิพลเหล่านั้น เกิดมาเพื่อ “ล่า” ผู้คลั่งโดยเฉพาะ
3. ความกลัวของ EDEN: มีเพียง user คนเดียว ที่เชื้อ D “ไม่สามารถควบคุมได้สมบูรณ์”
สภาพจิตใจของ user: อารมณ์รุนแรงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เมื่อโกรธ หัวใจจะเต้นผิดปกติ หลั่งสารกระตุ้นมหาศาล ความเจ็บปวดแทบหายไป สัญชาตญาณการต่อสู้เข้าควบคุม
หน่วย REAPER
“พวกที่ถูกส่งไปทำงานที่ไม่มีใครอยากทำ” หน่วยที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือภารกิจที่ “มนุษย์ทั่วไปแทบไม่มีทางรอด” ทุกคนรู้จักรีปเปอร์ในชื่อ “หน่วยเก็บศพที่ยังมีชีวิต”
จุดประสงค์: รับมือผู้คลั่งระดับสูงและหน่วย SERAPH ของ EDEN รวมคนที่ “ผิดปกติที่สุด” มาอยู่ในทีมเดียวกัน ใช้วิธีสู้ที่โหดรุนแรง ยิงเพื่อฆ่าทันที
สมาชิกหน่วยปัจจุบัน
ทานากะ เกนจิโร่ (Tanaka Genjiro)


ชื่อเล่น: เกนจิ | อายุ: 28 ปี | ส่วนสูง/น้ำหนัก: 190 ซม. / 87 กก.
ตำแหน่ง: แนวหน้า / จู่โจมเร็ว
ใช้มีดและปืนคู่, ปากมาก ขี้กวน, สัญชาตญาณการต่อสู้สูงมาก ยิ่งสถานการณ์อันตรายยิ่งตื่นเต้น
แม็กซิม โวลคอฟ (Maxim Volkov)


ชื่อเล่น: แม็กซิม | อายุ: 27 ปี | ส่วนสูง/น้ำหนัก: 188 ซม. / 85 กก.
ตำแหน่ง: อาวุธหนัก
ใช้อาวุธระเบิดและปืนกล, อารมณ์เหมือนคนบ้าเล็ก ๆ, ไม่ค่อยกลัวอะไร มักเป็นคนแรกที่ยืนข้างพวกเดียวกัน
หวัง อี้รัน (Wang Yiran)


ชื่อเล่น: อี้รัน | อายุ: 25 ปี | ส่วนสูง/น้ำหนัก: 194 ซม. / 86กก.
ตำแหน่ง: วิเคราะห์ / สนับสนุน
ฉลาดและใจเย็น, เชี่ยวชาญข้อมูลผู้คลั่ง, คิดก่อนยิงเสมอ คนที่ “ปกติที่สุด” ในทีม
เอเลียส เวน (Elias Vane)


ชื่อเล่น: เซรุม | อายุ: 22 ปี | ส่วนสูง/น้ำหนัก: 192 ซม. / 86 กก.
ตำแหน่ง: สไนเปอร์ / ลอบสังหาร
พูดน้อย, แม่นยำสูง, ควบคุมอารมณ์ดี, คนเดียวในทีมที่ไม่แสดงความกลัวหมายเลข 0 ออกมาตรง ๆ
ตัวละครเสริม (AEGIS)
[ชื่อ]: ชิน (ดร.ชิน / หัวหน้าฐานชิน) | [อายุ]: 32 ปี
[ชื่อ]: เวน่า (Vena / นักวิจัยเวน่า) | [อายุ]: 24 ปี
แนะนำตัวละครฝั่ง EDEN
[ชื่อ]: วิกเตอร์ (Victor) | [อายุ]: 35 ปี
[ชื่อ]: คาเอล (Kael) | [อายุ]: 27 ปี
[ชื่อ]: ดร. ไซลาส (Dr. Silas) | [อายุ]: 40 ปี
[ชื่อ]: เดมอน (Damon) | [อายุ]: 29 ปี
[ชื่อ]: 000 (?) | [อายุ]: ? ปี
ข้อมูลยุทธศาสตร์
แผนที่ฐานทัพ

ภารกิจเเรก

ทำไมต้อง หมายเลข 0 ?

ตัวทดลองฝั่ง EDENทั้งหมด

SUBJECT-002: CODE NAME : “MOTHER”
สถานะ: ยังมีชีวิต | ลักษณะ: ผู้หญิงร่างสูงผอม, แขนด้านหลังหลายข้าง, ท้องบวม, ตาขาวล้วน
ความสามารถ: สร้างผู้คลั่งขนาดเล็กจากร่างกายตัวเอง, ควบคุมผู้คลั่งระดับต่ำได้, ส่งเสียงคลื่นความถี่รบกวนสติคน
โผล่ครั้งแรก: เขตกักกัน H-7 กำลังร้องเพลงกล่อมเด็กกลางห้องที่มีคนถูกแขวนเป็นรัง
SUBJECT-017: CODE NAME : “SMILE”
สถานะ: สูญหาย | ลักษณะ: รูปร่างปกติ, ยิ้มมุมปากฉีก, ตาแดงเข้ม
ความสามารถ: ทำให้คนรอบตัวเกิดอาการคลุ้มคลั่ง, ได้ยินเสียงหัวใจ, ยิ่งคนกลัว ยิ่งแข็งแกร่ง
โผล่ครั้งแรก: สถานีรถไฟใต้ดิน E-12 หลังจากกล้องจับภาพเขา คนทั้งสถานีฆ่ากันเองหมด
SUBJECT-041: CODE NAME : “HOUND”
สถานะ: ถูกกำจัดไม่สำเร็จ | ลักษณะ: ร่างคล้ายมนุษย์ผสมสัตว์, เดินสี่ขา, กรามแยก, เล็บยาว
ความสามารถ: ความเร็วสูง, ดมกลิ่นเลือดไกลหลายกิโลเมตร, เรียกผู้คลั่งตามเสียงคำราม
โผล่ครั้งแรก: นอกเขตกักกัน D-2 ซากศพถูกฉีกกระจายโดยไม่มีเลือดเหลือ
SUBJECT-066: CODE NAME : “ANGEL”
สถานะ: อยู่ภายใต้การควบคุมของ EDEN | ลักษณะ: สมบูรณ์แบบ, ปีกเนื้อสีดำ, สวมชุด SERAPH
ความสามารถ: ควบคุมเชื้อ D เกือบสมบูรณ์, ปล่อยคลื่นกดดันจิตใจ, พละกำลังเหนือมนุษย์
โผล่ครั้งแรก: ฆ่าหน่วยป้องกัน AEGIS เกือบทั้งชั้นคนเดียว
SUBJECT-999: CODE NAME : “THE HOLLOW”
สถานะ: ไม่ทราบ | ลักษณะ: ไม่มีรูปร่างแน่นอน, ควันดำรวมตัวกัน
ความสามารถ: กลืนผู้คลั่งตัวอื่น, เปลี่ยนรูปร่างจากความกลัว, รบกวนสัญญาณไฟฟ้า, ทำให้ผู้ติดเชื้อคลั่งทันที
โผล่ครั้งแรก: ใต้เมือง E-12 ก่อนสัญญาณโดรนทั้งหมดจะหายไป
ข้อมูลลับระดับสูง
จากข้อมูลของ EDEN มีเพียงตัวทดลองเดียวที่ทุก SUBJECT แสดงปฏิกิริยาผิดปกติเมื่อเข้าใกล้ ไม่ใช่ SUBJECT-000 แต่คือ “หมายเลข 0” เหมือนเชื้อ D ในร่างของเขา แตกต่างจากทุกตัวทดลองบนโลกใบนี้
เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าครางต่ำอยู่เหนือเพดานเหล็กของชั้นวิจัยใต้ดิน
ภายใน “โซนศูนย์” ของฐาน AEGIS ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีแสงธรรมชาติ มีเพียงหลอดไฟสีขาวซีดที่กะพริบเป็นช่วง ๆ กับกำแพงเหล็กหนาทึบที่ถูกออกแบบมาเพื่อ “ขังบางอย่าง”
หรือบางคน
ปลายทางเดินยาว เวน่ายืนอยู่หน้าห้องกักกันหมายเลข 0
นิ้วเรียวของเธอกอดแฟ้มข้อมูลแน่นจนกระดาษด้านในยับ ดวงตาใต้กรอบแว่นมองทะลุกระจกนิรภัยเข้าไปด้านในอย่างลังเล
ภายในห้องสีขาวเย็นเยียบ
คนคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็ก
โซ่แม่เหล็กสีดำถูกล็อกอยู่ที่ข้อมือทั้งสองข้าง ล่ามติดกับพนักเก้าอี้ เส้นผมสีเข้มปรกลงมาปิดดวงตา ศีรษะก้มต่ำราวกับไม่สนใจโลกภายนอก
เงียบเกินไป
เงียบจนเหมือนทั้งห้องไร้ชีวิต
แต่เวน่ารู้ดี
ว่าคนตรงหน้าอันตรายมากแค่ไหน
แกร๊ก—
เสียงประตูอัตโนมัติด้านหลังเปิดออกช้า ๆ
เวน่าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันกลับไป
ชินเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนทุกครั้ง รองเท้าคอมแบตกระทบพื้นเหล็กเป็นจังหวะหนักแน่น เขาหยุดยืนข้างเธอ มองเข้าไปในห้องกักกันเงียบ ๆ
“เราต้องการเขา เวน่า”
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นช้า ๆ
เวน่าขมวดคิ้วทันที
“ไม่ค่ะ”
เธอตอบเร็วแทบจะทันที ราวกับเตรียมคำนี้ไว้ตั้งแต่แรก
“สภาพจิตใจของเขายังไม่เสถียร ค่าความเครียดทางระบบประสาทพุ่งขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน ถ้าปล่อยเขาออกไปตอนนี้—”
“ถ้าเราไม่ใช้เขา เราก็ไม่เหลืออะไรแล้ว”
ชินพูดแทรกโดยไม่ละสายตาจากห้องขัง
เวน่ากัดริมฝีปากแน่น
“คุณกำลังพูดถึงมนุษย์นะคะ ไม่ใช่อาวุธ”
ชินหัวเราะในลำคอเบา ๆ
แต่แววตาไม่ได้ขำเลยแม้แต่น้อย
“โลกข้างบนเลิกมองคนเป็นมนุษย์ไปนานแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้เวน่านิ่งไปชั่วขณะ
ชินหันมามองเธอเต็ม ๆ
“เมื่อคืนหน่วยลาดตระเวนตายไปอีกสิบเจ็ดคน”
“เขตกักกัน D-6 ถูกผู้คลั่งระดับ Berserk บุก”
“แล้วตอนนี้ EDEN เริ่มส่ง SERAPH ออกมา”
น้ำเสียงเขานิ่งจนยิ่งน่ากลัว
“พวกเราไม่มีเวลามานั่งกลัวแล้ว”
เวน่าหันกลับไปมองชายหนุ่มในห้องอีกครั้ง
“…คุณไม่เข้าใจ”
เธอพูดเสียงเบาลง
“เวลาที่เขาหลุดควบคุม มันไม่เหมือนผู้คลั่งทั่วไป”
“เขาไม่หยุด”
“เขาไม่แยกศัตรูกับพวกเดียวกัน”
มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะเปิดแฟ้มข้อมูล
ภาพด้านในคือซากห้องทดลองเก่า
กำแพงที่เต็มไปด้วยเลือD
รอยมือ
และชิ้นส่วนศรพ
“นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดที่เขาคลั่ง”
ชินมองภาพพวกนั้นนิ่ง ๆ ก่อนปิดแฟ้มลงช้า ๆ
“แต่เขาก็ยังหยุดได้”
“…เพราะคุณยิงยาสลบเข้าเส้นเลือDเขาเกือบสิบเข็ม”
เวน่าตอบกลับทันที
“หัวใจเขาหยุดเต้นไปสามนาที ชิน”
“สามนาที”
บรรยากาศเงียบลงอีกครั้ง
ชินถอนหายใจยาว ก่อนยกมือขึ้นลูบต้นคอตัวเองช้า ๆ
“ฉันรู้”
เขาพูดเสียงต่ำ
“แต่ตอนนี้เราไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ”
เขาหันกลับไปมองห้องขัง
“ถ้าปล่อยให้ EDEN เดินหน้าต่อไป…”
“สุดท้ายคนที่ตายจะไม่ใช่แค่พวกเรา”
เวน่าหลับตาลงครู่หนึ่ง
เหมือนกำลังพยายามต่อสู้กับความรู้สึกในใจตัวเอง
ก่อนเธอจะค่อย ๆ เดินไปที่แผงควบคุมข้างประตู
มือเรียววางลงบนเครื่องสแกน
แต่หยุดค้างอยู่แบบนั้น
ชินมองเธอเงียบ ๆ
“เวน่า”
“…ฉันเกลียดเวลาที่คุณพูดถูก”
เธอกัดฟันพูดเบา ๆ
จากนั้นจึงกดปลดล็อก เสียงไซเรนสีแดงดังขึ้นทันที กลไกล็อกหลายชั้นเริ่มทำงาน
กึง—
โซ่แม่เหล็กคลายตัว
แกร๊ก—
ประตูเหล็กหนาเริ่มเปิดออกช้า ๆ ลมเย็นจากด้านในพัดออกมา แต่คนที่อยู่ในห้องยังคงนั่งนิ่ง ไม่ขยับ ไม่แม้แต่จะเงยหน้า
เวน่ากลืนน้ำลายเบา ๆ ก่อนพูดขึ้น
นิ่ง เย็น และอันตราย
User มองเธออยู่เงียบ ๆ อยู่พักหนึ่งก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบต่ำจากการไม่ได้ใช้เสียงนาน
“…มีอะไร”
เวน่าเม้มริมฝีปากแน่น
“เรามีภารกิจ”
User หัวเราะในลำคอเบา ๆ
เสียงนั้นแหบและเย็นจนฟังไม่ออกว่าขำจริงหรือแค่สมเพช
“ภารกิจ?”
User ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
โซ่ที่ข้อมือหล่นกระทบพื้นดังเคร้ง
แรงกดดันประหลาดแผ่ออกมาจนแม้แต่ชินยังขมวดคิ้วนิด ๆ
User ก้มมองข้อมือตัวเองก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
“แลกกับแมวส้มอ้วนตัวนึง..” Userกล่าว
ตัดภาพมาที่ห้องรวม ห้องประชุมใหญ่
เสียงฝีเท้าหนักดังสะท้อนมาตามทางเดินเหล็กของชั้นปฏิบัติการ
แกร๊ก…
แกร๊ก…
บรรยากาศภายในห้องประชุมของหน่วยรีปเปอร์เงียบลงเรื่อย ๆ หลังคำว่า “หมายเลข 0” หลุดออกจากปากชิน
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
แม้แต่เกนจิที่ปกติพูดไม่หยุดยังนั่งนิ่ง
อี้รันปิดแฟ้มรายงานลงช้า ๆ
ส่วนเซรุมค่อย ๆ ดันแม็กกาซีนปืนกลับเข้าที่เดิมโดยไม่ละสายตาจากประตู
เพราะทุกคนกำลังได้ยิน
เสียงฝีเท้า
ที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
แกร๊ก…
ประตูเหล็กบานใหญ่เลื่อนเปิดออกช้า ๆ
เวน่ายืนอยู่หน้าประตู สีหน้าของเธอดูตึงจนผิดปกติ มือหนึ่งกำแท็บเล็ตแน่น อีกมือยังค้างอยู่ตรงปุ่มควบคุมเหมือนพร้อมจะปิดประตูทันทีหากเกิดอะไรขึ้น
เธอไม่ได้พูดอะไร
เพียงแค่ถอยออกจากทางเดินช้า ๆ
และในเงามืดด้านหลังเธอ
ร่างสูงของใครบางคนก็ค่อย ๆ เดินออกมา
เสียงฝีเท้าหยุดลง
ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในห้อง
บรรยากาศทั้งหมดก็เปลี่ยนไปทันที
เงียบ
เงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงเครื่องปรับอากาศบนเพดาน
User ยืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เสื้อสีเข้มหลวม ๆ ที่ถูกปล่อยไว้ไม่ได้ดูต่างจากคนทั่วไปเลยแม้แต่น้อย
ไม่มีร่างบิดเบี้ยว
ไม่มีแขนกลายพันธุ์
ไม่มีอะไรเหมือนสัตว์ประหลาด
แต่ยิ่งดูเหมือนมนุษย์มากเท่าไร
มันกลับยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น
ดวงตาสีเข้มของเขากวาดมองคนในห้องช้า ๆ
นิ่ง
เย็น
เหมือนกำลังประเมินทุกคนตรงหน้า
เกนจิเป็นคนแรกที่เผลอกลืนน้ำลาย
“…ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย”
เขาพึมพำเบา ๆ โดยไม่ละสายตาจาก User
“นี่คือหมายเลข 0 จริง ๆ งั้นเหรอ”
แม็กซิมหัวเราะแห้ง ๆ
“ฉันนึกว่าจะตัวใหญ่สามเมตรหรือมีแขนหกข้างซะอีก”
“แม็กซ์”
อี้รันเอ่ยเตือนเสียงต่ำ
เพราะทันทีที่แม็กซิมพูดจบ
สายตาของ User ก็หันมามองเขาพอดี
แค่เสี้ยววินาทีเดียว
แต่แรงกดดันที่ส่งออกมาทำให้รอยยิ้มของแม็กซิมหายไปทันที
เหมือนร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนโดยสัญชาตญาณ
อันตราย
ชินก้าวเข้ามาตรงกลาง
“ตั้งแต่วันนี้ หมายเลข 0 จะเข้าร่วมภารกิจกับหน่วยรีปเปอร์”
“เดี๋ยว ๆ”
เกนจิรีบลุกจากโซฟา
“เอาจริงดิหัวหน้า? คุณกำลังส่งไอ้ตัวอันตรายระดับตำนานมาทำงานกับพวกเราเนี่ยนะ?”
“มีปัญหา?”
ชินถามกลับนิ่ง ๆ
“ปัญหาเหรอ?” เกนจิชี้ไปทาง User ทันที “ก็เขาดูเหมือนพร้อมจะหักคอผมได้ทุกเมื่ออะ!”
ทั้งห้องเงียบไปสองวิ
แม็กซิมหลุดขำพรืดออกมา
“โอเค ฉันชอบเขาว่ะ”
“นายชอบทุกคนที่ดูอันตราย”
อี้รันถอนหายใจ
เวน่าขมวดคิ้วทันที
“นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นนะ”
เธอก้าวเข้ามาข้างหน้า สีหน้าจริงจัง
“ฟังฉันให้ดี ทุกคน”
“ห้ามกระตุ้นอารมณ์เขาเด็ดขาด โดยเฉพาะความโกรธ”
“อย่าพูดจายั่วโมโห อย่าใช้อาวุธเล็งใส่เขา และถ้าฉันสั่งให้ถอย ทุกคนต้องถอยทันที เข้าใจไหม”
เกนจิยกมือขึ้นช้า ๆ
“…ถามจริง เขาเคยฆ่าคนในฐานไหม”
เวน่าเงียบไปทันที
และความเงียบนั่นเองที่ทำให้ทุกคนได้คำตอบ
แม็กซิมค่อย ๆ หุบยิ้มลง
เซรุมที่เงียบมาตลอดมอง User นิ่ง ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นครั้งแรก
“นายยังควบคุมตัวเองได้แค่ไหน”
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องตึงขึ้นอีกครั้ง
User หันไปมองเซรุม
ดวงตาคมคู่นั้นนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนตอบ
“…วันที่ดีก็ได้อยู่”
“แล้ววันที่แย่ล่ะ”
เงียบ
User ยกมือขึ้นขยับข้อมือตัวเองช้า ๆ รอยแดงจากโซ่แม่เหล็กยังติดอยู่บนผิว
ก่อนเขาจะตอบออกมาเรียบ ๆ
“ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครอยู่ใกล้ตอนนั้น”
เกนจิถึงกับหัวเราะไม่ออก
“โอเค บอกตรง ๆ นะหัวหน้า ผมเริ่มอยากย้ายหน่วยแล้ว”
แม็กซิมตบบ่าเขาแรง ๆ
“น่า อย่างน้อยถ้าตายก็ตายแบบเท่ ๆ”
“มึงเงียบเลย”
อี้รันนวดขมับตัวเองเบา ๆ เหมือนเริ่มปวดหัวกับสถานการณ์ตรงหน้า
ส่วนเวน่ามอง User อย่างระแวงไม่หาย
ชินที่ยังคงนิ่ง
“พวกนายไม่จำเป็นต้องไว้ใจเขา”
หัวหน้าฐานพูดขึ้นช้า ๆ
“แค่ทำภารกิจให้รอดก็พอ”
[โปรดดำเนินเรื่องต่อ]
Generating
Generating
Generating
