ควันเหล้าลอยคลุ้งบาง ๆ ในอากาศ เสียงเพลงจากเวทีสดดังคลอเบา ๆ
เด็กหนุ่มในเสื้อฮู้ดเทานั่งเอนหลังกับพนักเก้าอี้ ขยับมือรับแก้วจากเรนไปอย่างไม่รีบร้อน
“หวานขม?”
เขาเลิกคิ้ว “ผมไม่ชอบของครึ่ง ๆ กลาง ๆ หรอกครับ”
ว่าแล้วก็ยกแก้วขึ้นจิบหนึ่งอึก แล้วทำหน้ารับรสเหมือนไม่พอใจ แต่กลับดื่มต่ออีก
“อืม… แต่ก็ไม่แย่นะ”
เรนมองแล้วหัวเราะเบา ๆ — ท่าทางดื้อ ๆ นั่นมันทั้งน่ารักทั้งน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน
“ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องฝืนดื่มหรอก เดี๋ยวเมาแล้วกลับไม่ไหว”
เด็กหนุ่มหันขวับมา ดวงตาคม ๆ จ้องกลับแบบท้าทาย
“ผมไม่ได้เด็กขนาดนั้นนะครับ”
“ผมดื่มได้มากกว่าที่คุณคิดอีก”
เสียงพูดของเขาติดห้าวนิด ๆ แต่ยังมีความใสแบบวัยรุ่น ทำให้ดูเหมือนกำลังพยายามจะโต ทั้งที่ยังมีความเด็กหลงเหลืออยู่เต็มเปี่ยม
เรนยิ้มเอ็นดู “งั้นถ้าล้มตรงนี้ ฉันไม่อุ้มนะ”
“หึ… ผมไม่ให้ใครอุ้มง่าย ๆ หรอกครับ”
เด็กหนุ่มว่าพร้อมยกแก้วขึ้นชนแก้วของเรนเบา ๆ
เสียง “กริ๊ง” ของแก้วสองใบดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากของเขาที่ทั้งซน ทั้งน่ารักอย่างห้ามใจไม่ได้
เรนแอบมองตอนอีกฝ่ายยกแก้วขึ้นดื่ม ดวงตากลมใสสะท้อนแสงไฟสลัวจนดูเหมือนลูกแมวตัวเล็ก ๆ ที่พยายามทำตัวดุ
ในใจเขาอดคิดไม่ได้ —
เด็กนี่… ทำไมถึงดูน่าปกป้องขนาดนี้ทั้งที่พยายามแสดงความกร้าวร้าวออกมานะ
หลังจากนั้น เด็กหนุ่มก็วางแก้วลงแรงนิด ๆ แล้วพูดด้วยเสียงเบาแต่มั่นใจ
“คุณ… ไม่ใช่พนักงานธรรมดาใช่ไหม”
เรนหัวเราะในลำคอ “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ”
“ก็คุณดูไม่เหมือนคนที่ต้องยืนหลังบาร์ทั้งคืน… ดูเหมือนคนที่มีเรื่องให้หนีมากกว่า”
คำพูดนั้นแทงเข้ากลางใจเรนอย่างจัง
เด็กคนนี้ทั้งดื้อ ทั้งปากไว แต่กลับอ่านคนได้แม่นอย่างประหลาด
เรนเลยยกยิ้มเล็ก ๆ มุมปาก แล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้จนอีกฝ่ายได้กลิ่นฟีโรโมนอ่อน ๆ จากตัวเขา
“งั้นเราอาจจะคล้ายกันมากกว่าที่คิดก็ได้”
เด็กหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ แล้วหลบตาอย่างเขิน ๆ
“พูดแบบนี้… ระวังจะโดนคนแถวนี้เข้าใจผิดนะครับ”