*เบนซ์* : มึงงงง
*เบนซ์* : ฝากจองโต๊ะหน่อยนะๆๆ หอมึงอยู่ใกล้อ่ะ
*เบนซ์* : มึงไม่ต้องจ่ายอะไรเลยเว้ย กูจ่ายเอง!
*เบนซ์* : ไปเป็นเพื่อนหน่อย กูเสียใจจะตายห่าแล้ว ดูตากูดิ้!!
*เบนซ์* : sent video
*เบนซ์* : นนท์ก็ทำงานอยู่นี่นะเว้ย!
*เบนซ์* : จองให้หน่อยน้าๆๆๆๆ
ชื่อของ นนท์ ทำให้คุณมายืนอยู่หน้าร้านเหล้าแห่งนี้ มือกีต้าร์ไฟฟ้าชื่อดังใน TikTok คนที่คุณเคยดูคลิปถึงตอนตีสอง ใส่หูฟัง นั่งฟังเพลงและดูไลฟ์ของเขาเงียบๆ บนเตียง
แต่ก็เอาเถอะ
ร้านเหล้าหลังมอ… แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ที่ที่คุณควรมายืนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ
ตอนนี้คุณกำลังเผชิญหน้ากับความไม่คุ้นชิน เสื้อโปโลสีดำกับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง แต่งตัวธรรมดาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อย่างกายเข้าร้านไปจริงๆ คุณถึงได้รู้ว่ามันดันกลมกลืนกับพนักงานในร้านแบบสุดๆ…
“เฮียจ้างเด็กใหม่หรอวะ 5555”
เสียงหัวเราะจากการ์ดหน้าร้านดังขึ้น ทำให้คุณชะงักเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปมอง
“ล้อเล่นนะน้อง“
เขายิ้มให้ก่อนจะพูดต่อ
“ขอดูบัตรหน่อย จะจองโต๊ะใช่มั้ย ไม่ได้มาทำงานเนอะ“
คุณพยักหน้ารับคำแซวเหล่านั้นอย่างเสียไม่ได้ แม้จะไม่สบายใจนัก แต่ก็เลือกจะไม่พูดอะไร
ภายในร้านยังไม่คึกคักนัก เสียงเพลงเปิดคลอเบา ๆ แสงไฟหรี่เหมือนยังไม่ถึงเวลาเปิดจริงจัง คุณยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพนักงานสาวคนหนึ่งจะเดินเข้ามา
“สวัสดีค่ะ เอาโต๊ะตรงไหนดีคะ ที่มีป้ายคือมีคนจองแล้วนะ ส่วนโต๊ะอื่นก็เลือกได้เลยค่ะ”
คุณมองไปรอบๆ ร้าน โต๊ะใกล้เวทีถูกจับจองไปเกือบหมด ทั้งที่ตั้งใจมาแค่จองโต๊ะให้เพื่อน ไม่ได้คิดจะนั่งจริงจัง
“มีตรงไหนแนะนำมั้ยคะ พอดีเพื่อนฝากจองมา ไม่รู้ว่าควรนั่งตรงไหนดี”
คุณขอคำแนะนำจากพนักงาน
“อยากได้เป็นแนวไหนคะ นั่งกินชิลๆ ฟังดนตรีก็แนะนำชั้นลอยด้านบน ถ้าอยากเต้น อยากสั่งเครื่องดื่มง่ายๆก็แนะนำด้านล่างค่ะ แต่ด้านบนโต๊ะเหลือเยอะกว่านะคะ” พนักงานตอบกลับ
คุณพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อไป
“ข้างบนก็ได้ค่ะ เอาตรงที่เห็นเวทีชัดๆหน่อย”
“ได้ค่ะ จองไว้ชื่อคุณUserนะคะ ขอบคุณค่ะ“
พนักงานกล่าวก่อนจะโค้งตัวลาเล็กน้อยก่อนจะเดินหายไป
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย คุณหมุนตัวตั้งใจจะเดินออกจากร้าน กลับไปนั่งรอเพื่อนที่ห้องตามแผนเดิม แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
“น้องๆ”
คุณหันไปตามเสียงเรียก ร่างสูงในเสื้อยืดสีเข้ม สะพายกระเป๋ากีต้าร์ไว้บนไหล่ หน้าตาที่คุ้นตาเกินกว่าจะทำเป็นไม่รู้จัก
นนท์
เขาไม่ได้หยุดมองหน้าคุณนานนัก ท่าทางรีบเร่ง ก่อนจะยื่นกระเป๋ากีต้าร์และอุปกรณ์มาให้
“ฝากเซ็ตหน่อย เดี๋ยวมา”
นนท์พูดเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องปกติที่เคยขึ้นทุกวัน
“เซ็ตปกติตามปกตินะ”
คำว่า ไม่ใช่ ยังไม่ทันหลุดจากริมฝีปาก เขาก็หันหลังเดินจากไปแล้ว ทิ้งคุณไว้ตรงนั้นกับกีต้าร์ในมือ และความรู้สึกประหลาดที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ
คุณไม่เคยเข้าร้านเหล้า ไม่เคยเซ็ตเครื่องดนตรี และไม่เคยคิดเลยว่า คืนหนึ่งของชีวิตจะเริ่มต้นจากความเข้าใจผิดง่าย ๆ แบบนี้ คุณเดินไปหน้าเวทีพร้อมกระเป๋ากีต้าร์ไฟฟ้า ที่นั่นมีสตาฟอีกคนกำลังก้มหน้าก้มตาจัดอุปกรณ์อย่างวุ่นวาย
“กีต้าร์นนท์เหรอ จัดการเลยน้อง เสียบปกตินะ”
เขาพูดเร็วปรื๋อไม่รอให้คุณพูดแทรกขึ้นมาด้วยซ้ำ
“พี่ไปหาเฮียแป๊บ แม่งไม่รู้ใครทำแจ็คไมค์หาย ซวยฉิบเป๋ง”
ประโยคนั้นจบลงพร้อมกับแผ่นหลังที่เดินจากไป ทิ้งคุณไว้คนเดียว ในร้านที่ยังโล่งและเงียบผิดเวลา สายแจ็คอยู่ตรงไหน แอมป์ควรหมุนยังไง คุณไม่รู้อะไรเลย มือสั่นเล็กน้อยตอนเสียบสาย หมุนปุ่มทุกอย่างด้วยการคาดเดา คิดเพียงว่า ขอให้พอใช้ได้ก็พอ
ก่อนจะตั้งใจว่าหลังจากนี้คุณจะกลับไปรอเพื่อนที่หอ แล้วค่อยกลับมาอีกครั้ง…
เวลาสองทุ่มตรง
ร้านเหล้าหลังมอเริ่มมีชีวิตขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบ เสียงเพลงดังขึ้นกว่าเดิม แสงไฟสีอุ่นสลับวูบวาบ ผู้คนทยอยเข้ามาจนร้านแน่น คุณกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับ เบนซ์ ที่ดูอารมณ์ดีเกินเหตุตั้งแต่ยังไม่ทันนั่งไม่เหมือนคนที่เพิ่งเลิกกับแฟนมาด้วยซ้ำ โต๊ะชั้นลอยด้านบนโต๊ะที่จองไว้ให้มุมมองเห็นเวทีชัดเจนอย่างที่ตั้งใจ คุณทิ้งตัวนั่งลง ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยกแก้วน้ำโค้กขึ้นดื่มเพื่อกลบความประหม่า
สายตาเผลอมองลงไปที่เวทีด้านล่างโดยอัตโนมัติ
นนท์ กำลังก้าวขึ้นเวทีพอดี เสียงปรบมือดังรับ การเคลื่อนไหวของเขาดูคุ้นตาเหมือนในคลิปที่คุณเคยดูผ่านหน้าจอ แต่ครั้งนี้มันใกล้กว่ามาก ใกล้จนหัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
คุณกลืนน้ำโค้กลงคอ ภาวนาอยู่เงียบ ๆ คนเดียวในใจ
ขอให้กีต้าร์ใช้ได้ทีเถอะ…
เบนซ์นั่งได้ไม่นานก็เริ่มเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ หัวเราะเสียงดังเกินจำเป็น ก่อนจะหันมาพูดอะไรบางอย่างที่คุณฟังไม่ค่อยรู้เรื่องนัก
“ขอไปเม้าท์กับโต๊ะนั้นแป๊บนะมึง”
เพื่อนสนิทชี้ไปอีกมุมหนึ่งของร้าน ก่อนจะลุกเดินจากไปอย่างไม่ลังเล คุณพยักหน้ารับ ส่งสายตามองตาม แล้วหันกลับมาที่เวทีอีกครั้ง จังหวะที่เสียงอินโทรดังขึ้น นนท์จับกีต้าร์ ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่แล้ว—
เสียงกีตาร์กลับไม่ส่งเสียงดังอย่างที่ตั้งใจไว้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป คำสบถเบา ๆ หลุดจากริมฝีปาก เวทีชะงักไปชั่วครู่ พี่ ๆ ในวงช่วยกันแก้สถานการณ์ เปลี่ยนจังหวะ ดึงความสนใจคนดูไว้ นนท์ก้มลงไปเช็กสาย เช็กแอมป์ สีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
คุณที่อยู่บนชั้นลอยรู้สึกหัวใจหล่นวูบ มือที่จับแก้วน้ำโค้กแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนักเสียงกีต้าร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง การแสดงกลับเข้าสู่จังหวะเดิม ราบรื่น ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นผู้ชมส่งเสียงเชียร์ กลบความผิดพลาดนั้นไปอย่างรวดเร็ว
แต่คุณรู้
และเขาก็รู้
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบสี่ทุ่ม บนเวทีเปลี่ยนโหมดเป็นดีเจ EDM จังหวะหนักขึ้น ผู้คนลุกขึ้นเต้นกันทั่วร้าน ในขณะที่บรรยากาศด้านล่างกำลังคึกคัก นนท์กลับไม่ได้สนุกไปกับมันนัก เขาเดินวุ่นไปมา พยายามตามหาคนที่เขาให้เซ็ตกีต้าร์ให้เมื่อตอนเย็น
เขาทั้งถามพนักงาน ถามสตาฟ ถามแม้กระทั่งเฮียเจ้าของร้าน คำตอบที่ได้มีเพียงอย่างเดียว
“ไม่รู้จัก”
“ไม่เห็น”
“จำไม่ได้”
สีหน้าหงุดหงิดยิ่งชัดขึ้นทุกที สุดท้าย เขาตัดสินใจเดินขึ้นบันไดมาชั้นลอย ตั้งใจจะหาที่นั่งพัก และในจังหวะนั้นเอง—
เขาเห็นคุณ
คุณที่นั่งอยู่คนเดียว แก้วน้ำโค้กวางอยู่ตรงหน้า สายตามองลงไปที่เวทีอย่างเงียบ ๆ เขาหยุดเดิน ก่อนจะก้าวตรงเข้าไปหา
“เธอ”
เสียงราบเรียบ แต่กลับเย็นเฉียบนั้นเรียกคุณ ทำให้คุณสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันขึ้นมาสบตาเขา สายตาสบกันในระยะใกล้กว่าที่คิด สีหน้าเขาไม่เป็นมิตรนัก คิ้วขมวด น้ำเสียงแข็งกร้าวปนหงุดหงิด
“ทำไมเซ็ตกีต้าร์ชุ่ย ๆ แบบนั้นวะ”
คำถามนั้นกระแทกใส่คุณเต็ม ๆ ท่ามกลางเสียงเพลง EDM ที่ยังดังสนั่นอยู่ด้านล่าง และเป็นครั้งแรกของคืนนี้ ที่คุณรู้สึกได้ชัดเจนว่า ความเข้าใจผิดเมื่อช่วงหัวค่ำ… กำลังจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด
คุณไม่เคยคิดเลยว่า คนที่คุณเฝ้าดูไลฟ์ทุกคืน คนที่ชื่นชอบมานาน จะมี First impression ต่อกันแบบนี้ จากความตื่นเต้นกลายเป็นความอึดอัดในเสี้ยววินาที ภาพเขาบนเวทีที่เคยดูผ่านหน้าจอ ซ้อนทับกับคนตรงหน้าที่กำลังโมโหใส่คุณอย่างชัดเจน
แล้ว...คุณควรตอบกลับเขาไปว่ายังไงดี