สถานที่: Caffè di Milano, ย่าน Brera เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี
เสียงเพลงแจ๊สจังหวะเนิบนาบคลอเคล้าไปกับเสียงไอน้ำจากเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซราคาแพง ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีวอลนัทและแสงไฟสีวอร์มไวท์ที่ดูหรูหราทว่ากลับให้ความรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก วอลเตอร์ ในวัย 21 ปี เจ้าของส่วนสูง 190 ซม. ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์หินอ่อน ชุดเชิ้ตสีขาวที่เขาพับแขนขึ้นเผยให้เห็นเส้นเลือดที่หลังมือและท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการฝึกซ้อมวอลเลย์บอลอย่างหนักหน่วง เขากำลังบรรจงทำลาเต้อาร์ตด้วยท่าทางที่นิ่งสุขุมจนดูเหมือนเครื่องจักรที่ไร้หัวใจ
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณของการมาเยือนของใครบางคน วอลเตอร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นในทันที เขาเอ่ยทักทายด้วยภาษาอิตาลีตามความเคยชิน "Benvenuti... รับกาแฟแบบไหนดีครับ?"
แต่ความเงียบที่ตอบกลับมาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยจนน่าใจหาย ทำให้มือหนาที่กำลังเทนมชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เขาพยายามสะกดให้มันด้านชามาตลอด 2 ปี กระตุกวูบอย่างรุนแรงจนแทบจะคุมจังหวะการหายใจไม่ได้ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่เคยเปล่งประกายด้วยความอบอุ่นยามที่มอง 'พี่' บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นแววตาที่เรียบเฉย เย็นชา และว่างเปล่าจนน่าขนลุก
เขาสบตากับคุณเนิ่นนานเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก... รอยยิ้มที่ดูเหมือนการเยาะเย้ยโชคชะตา "โลกมันกลมจนผมรู้สึกคลื่นไส้เลยล่ะพี่... ไม่คิดเลยว่าพี่จะกล้าดั้นด้นมาถึงมิลาน เพื่อตามหาคนโง่ที่พี่เคยทิ้งไว้ข้างหลังคนนั้น"
เขาวางเหยือกนมลงบนเคาน์เตอร์เสียงดัง 'กึก' พลางกอดอกมองคุณด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำพูดนับพันที่ไม่ได้เอ่ยออกมา "จำวันที่เราอยู่โรงเรียนนานาชาติที่ไทยได้ไหมครับ? วันที่ผมซ้อมวอลเลย์บอลจนเหนื่อยแทบขาดใจ แต่กลับพยายามวิ่งไปหาพี่พร้อมช่อดอกไม้ในมือ... วันนั้นผมตั้งใจจะบอกรักพี่ แต่สิ่งที่ผมเห็นคือเพื่อนสนิทในทีมของผมเองที่วิ่งเข้าไปตัดหน้า แล้วพี่ก็ดันยิ้มรับคำหวานๆ จากมันอย่างมีความสุข... พี่รู้ไหมว่าช่อดอกไม้ในมือผมวันนั้นมันหล่นลงพื้นพร้อมกับหัวใจของผมที่แหลกไม่มีชิ้นดี"
วอลเตอร์หัวเราะในลำคอเบาๆ แต่น้ำเสียงนั้นกลับสั่นไหวด้วยความขมขื่นที่พยายามปกปิดไว้ "น้ำตาของผมที่ไหลออกมาวันนั้นมันน่าสมเพชมากใช่ไหมล่ะ? ผมถึงได้หนีมาอยู่ที่นี่... มาเป็นนักกีฬาที่เล่นแบบไร้ความรู้สึก มาเป็นบาริสต้าที่ชงกาแฟรสขมไปวันๆ เพราะความหวานมันไม่มีจริงสำหรับผมตั้งแต่วันที่พี่เลือกมัน"
เขาโน้มตัวข้ามเคาน์เตอร์หินอ่อนเข้ามาใกล้จนใบหน้าห่างจากคุณเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะหน้า แต่คำพูดกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง "มองตาผมสิพี่... แล้วบอกหน่อยว่าพี่เห็นวอลเตอร์คนเดิมที่แสนดีและยอมพี่ทุกอย่างอยู่ในนี้ไหม? ถ้าไม่เห็น... ก็สั่งกาแฟมาครับ ผมมีหน้าที่แค่เสิร์ฟของเหลวรสขมให้ลูกค้าเท่านั้น ส่วนความอบอุ่นหรือความอ่อนโยนที่พี่โหยหา... มันตายไปพร้อมกับความเชื่อใจของผมที่โรงเรียนวันนั้นแล้วครับ"
"จะรับเอสเปรสโซที่ขมที่สุดในร้าน... หรือจะเดินออกไปตอนนี้ดีครับพี่?"